Indonesia goes open source. JDS will be implemented as a national standard desktop.
How about Thailand ?
What direction are we heading to ?
What the hell our government is doing ?
Monthly Archives: September 2005
Diary of a mad programmer
ประเด็นร้อนแรงในโลกไซเบอร์บ้านเราวันนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องของเวบชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ให้บริการไดอารีออนไลน์มาหลายปีดีดัก (น่าจะซัก 4 ปี ถ้าจำไม่ผิด) อยู่ๆ ก็เกิดล่มขึ้นมา จากหลายกระแสข่าวที่ได้มาก็พอจะสรุปได้ว่า เป็นเรื่องคนในมีปัญหากันเอง สุดท้ายแล้วทั้งเวบมาสเตอร์ และโปรแกรมเมอร์ก็ออกมาแฉผ่านหน้าเวบกันอย่างดุเดือด ทำเอาสมาชิกเริ่มจะหวั่นๆ ใจกันว่าเวบนี้ต่อไปมันจะเป็นยังไง
มีคนบอกว่าเรื่องคราวนี้ มันเป็นประวัติศาสตร์ซ้ำรอย คนที่อยู่ในวงการเค้ารู้ดี ก็ท่าทางจะจริง
ก่อนโน้นตอนที่ไดอารีออนไลน์มันบูมขึ้นมา มีหลายเวบให้บริการ ก็มีโปรแกรมเมอร์ไฟแรงคนนึงเกิดคันมือ อยากเขียนไดอารีกับเค้าบ้าง เดี๋ยวจะตกเทรนด์ ก็เลยลองไปสมัครใช้งานดูบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยถูกใจโปรแกรมเมอร์เรื่องมากคนนี้ สุดท้ายด้วยความร้อนวิชา เค้าก็เลยเขียนใช้งานเองไปเลย แล้วตั้งชื่อว่า dogpositive.com นี่แหละ เป็นที่ไว้ให้ตัวเองเขียน แล้วก็เปิดให้คนอื่นได้เข้ามาสมัครใช้งานด้วย เป็นเวบเล็กๆ สมาชิกไม่มากมาย (ในสมาชิกเหล่านี้ มีอย่างน้อยหนึ่งคนที่เป็นสายลับแอบเข้ามาสำรวจ feature จากเวบชื่อดังนั้นด้วย) ก็อยู่ได้ไปเรื่อยๆ โดยโปรแกรมเมอร์ผู้นั้นไม่ต้องดูแลระบบอะไรมากมาย ขนาดเวบบอร์ดให้สมาชิกคุยกันยังไม่มีเลย
จนกระทั่งวันหนึ่ง เวบชื่อดังนั้นเกิดมีปัญหา เวบล่ม ปิดให้บริการชั่วคราว ทีนี้บรรดาไดอาริสท์ทั้งหลายก็แห่กันออกมาหาที่พักพิง “ชั่วคราว” รอวันที่เวบชื่อดังจะกลับมาให้บริการอีกครั้ง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีคนสมัคสมาชิกเวบ dogpositive เยอะผิดหูผิดตา แต่สมาชิกหน้าใหม่เหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็มีแต่คนเขียนประเภท มาอยู่ชั่วคราว ที่โน่นเปิดใหม่เมื่อไร จะรีบกลับไปหาสังคมอันอบอุ่นที่นั่นทันที
อ่านแล้วขนลุก…
แล้วนับวันสมาชิกประเภทนี้ก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ผิดจุดประสงค์การทำเวบ โปรแกรมเมอร์ขี้งอนเลยปิดรับสมัครสมาชิกใหม่ ตัดปัญหา ยังไงเวบไดอารีเมืองไทยมีให้เลือกใช้งานตั้งเยอะแยะ
นี่แหละ… dogpositive ปิดมาจนทุกวันนี้ยังไม่ได้ฤกษ์เปิดใหม่เลย เหอะๆ เพราะโปรแกรมเมอร์จอมขี้เกียจเอาแต่ design ไม่ยอม implement จริงๆ ให้มันเสร็จซักที แถม design ก็เปลี่ยนไปเรื่อยตามเทคโนโลยี ได้ข่าวแว่วๆ มาว่า design ล่าสุด (น่าจะเป็นเวอร์ชันไม่ต่ำกว่า 5) จะใช้ AJAX ทำ interface แบบเดียวกับ Gmail
ทีนี้มันก็มีเรื่องว่า ระหว่างที่เวบชื่อดังยังอยู่ในช่วงปิดชั่วคราว เวบมาสเตอร์ของที่นั่น ได้มีการเจรจาติดต่อกับโปรแกรมเมอร์เงินเดือนต๊อกต๋อยคนนี้ ยื่นข้อเสนอจะขอซื้อโปรแกรมเพื่อเอาไปใช้งาน ซึ่งโปรแกรมเมอร์นี่ก็ไม่รู้หรอกว่าจะเอาไปใช้อะไร ของเก่าไม่ดีตรงไหน รู้แค่ว่า โค้ดที่ตัวเองเขียนมันพันกันยุ่งกว่าสปาเกตตี้ บั๊กเพียบ ไม่ portable ดูยังไงก็โคตรจะไม่ elegant ประกอบกับความไม่มั่นใจ ก็ตัดสินใจไม่ขาย และการเจรจาก็ยุติลงเท่านั้น
ไม่นาน เวบชื่อดังนั้นก็กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง โปรแกรมเมอร์คนเดิม ซึ่งตอนนั้นเพิ่งอ่านบทความเกี่ยวกับ web security จบไปหมาดๆ เกิดร้อนวิชา ก็เลยสมัครเป็นสมาชิกลองใช้งานฟรีดูพักนึง พบรูโหว่เรื่อง XSS อยู่บ้าง แต่ด้วยความขี้เกียจที่จะรอทำ session hijack ให้แนบเนียน ก็ดันหมดความอดทนไปเสียก่อน สุดท้ายเลยไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
จนกระทั่งโปรแกรมแกรมเมอร์รายนี้มาได้ข่าวเรื่องเวบชื่อดัง กำลังจะล่มนี่แหละ ถึงได้ถอนหายใจโล่งอกว่า ตอนนั้นโชคดีที่ไม่ได้ไปร่วมหัวจมท้ายด้วย
เรื่องก็เอวังด้วยประการฉะนี้
Make your own Moto ROKR
ไปอ่านเจอมาจากใน slashdot ขำดี
Make your own MOTO ROKR
- ซื้อ iPod nano
- ซื้อกระดาษกาวสองหน้า
- แปะ iPod nano ติดกับมือถือเครื่องเก่า
ข้อดี:
- ฟังเพลงได้่ ไม่ต้องกลัวมือถือแบตหมด
- ราคาเพียง 200USD (MOTO ROKR ขายที่ 250USD)
- ไม่ต้องทำสัญญา 2 ปีกับ Cingular
- ขนาดใหญ่กว่ามือถือตัวเก่าเล็กน้อย
- เก็บเพลงได้มากกว่า ROKR 5 เท่า
- ไม่ชอบก็ถอดออกได้
ข้อเสีย:
- เสียดายของ, iPod nano ดีๆ จะเอาไปแปะให้มันเหนียวกาวทำไม
- คนอื่นจะหาว่าเพี้ยน
หมายเหตุ – MOTO ROKR เป็นโทรศัพท์มือถือของ Motorola ที่รัน iTunes ได้ ฟังเพลงได้ ราคา 250 USD ซื้อแล้วต้องทำสัญญากับ Cingular (Mobile operator เจ้าหนึ่งใน US) 2 ปี
Mini -> Nano
ThinkSecret ข่าวไม่พลาดจริงๆ ด้วย
ในที่สุด Apple ก็ปล่อย iPod nano ออกมาจนได้ ด้วยขนาดที่เล็กโคตร บางเฉียบ จอสี มี clickwheel เห็นแล้วยั่วน้ำลายเป็นที่สุด

iPod mini ว่าตัวเล็กกระทัดรัดแล้ว ถือว่าใหญ่ไปเลยเมื่อเทียบกับ nano ที่มีขนาด 3.5 x 1.6 x 0.27 นิ้ว น้ำหนักเพียง 42 กรัม (1.5 ออนซ์) !
สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ $199 สำหรับรุ่น 2GB คือเท่ากับ iPod mini 4GB ของเดิมเลย แต่ว่าสำหรับ nano แล้ว ขนาดที่ลดลงมา กับจอสี ราคานี้ก็ยังถือว่าสมเหตุสมผลอยู่
สังเกตได้ว่าสายการผลิต iPod เปลี่ยนมาเป็นจอสีหมดแล้ว (ยกเว้น Shuffle) และ iPod mini ก็กำลังจะตกรุ่นไปแล้ว นอกเสียจากว่า apple จะอัพเกรดความจุ แล้วใส่จอสีเข้าไปน่ะแหละ
คาดว่าพรุ่งนี้ไปอ่าน tech blog ไหนๆ ก็คงจะพูดถึงเรื่องนี้แน่ๆ (หรือไม่ก็เรื่องโทรศัพท์มือถือของ Motorola ที่ช่วยกันกับ Apple ใส่ iTunes เข้าไปได้)
Planet เวอร์ชันใหม่
ปัญหาที่มัน parse feed แล้วออกมาเจ๊งๆ ตอนนี้เปลี่ยนไปใช้ planetplanet ตัวใหม่จาก repository แล้ว
เป็น feedparser เวอร์ชันล่าสุด ไม่รู้จะมีปัญหาอะไรอีกหรือเปล่า