ไปงาน Fat Festival เป็นครั้งที่ 6 แล้ว
ระยะหลังไม่ได้ติดตามวงการเพลง ไม่ค่อยรู้ว่ามีวงไหนเด็ดๆ บ้าง ในงานนอกจากจะเดินดูของขาย (แต่ไม่ค่อยซื้อ) ก็มีคอนเสิร์ตเป็นจุดประสงค์หลักในการมางานคราวนี้
วงที่ได้ดูไปในครั้งนี้มี Goose, อรอรีย์, Paradox, Flure แล้วก็ Desktop Error น้อยมากเมื่อเทียบกับครั้งที่ 2 ที่ดูเกือบทุกโชว์ที่มีเวลา จนแทบไม่ได้เดินซื้อของ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะงานคราวนี้วงระดับบิ๊กเนมหลายๆ วงก็ไม่มาแล้ว หรือบางวงที่ยังอยู่รอดก็เปลี่ยนสี กลายพันธุ์ไปจนแฟนเพลงเก่าๆ รับไม่ได้ ทำให้ความน่าสนใจของคอนเสิร์ตลดลงไปเยอะ แต่มองในอีกแง่ ก็เป็นการเปิดโอกาสให้วงหน้าใหม่ได้มีโอกาสขึ้นเวที โชว์ฝีมือกันบ้าง
สรุปงาน Fat คราวนี้
- กลายเป็น commercial เต็มรูปแบบ ค่าบัตร 300 บาท สปอนเซอร์หลักเปลี่ยนจาก Heineken มาเป็น Smart Purse พยายามจูงใจให้ใช้จ่ายซื้อของในงานด้วยบัตรของ smart purse เต็มที่
- หลายๆ อย่างที่ไม่เคยเจอในงานคราวก่อน ก็มาเจอในคราวนี้ เช่น พริตตี้, บูธโฆษณามอเตอร์ไซค์ Yamaha, การแสดงเต้นนุ่งน้อยห่มน้อยโดยสปอนเซอร์
- บางอย่างที่มีในงานคราวก่อน แต่ไม่มีในคราวนี้ เช่น Heineken!
- สถานที่ดีที่สุดตั้งแต่จัดงานมา ไม่ร้อน ไม่แออัด ห้องน้ำเพียงพอ เสียตรงที่ว่าไกลโคตรๆ
- ส่วนตลาดขายของ ไม่มีเสน่ห์เหมือนแต่ก่อนแล้ว หลังจากงานเลิก CD ที่ขายในงาน ก็มีวางขายตามแผงทั่วไป
- พลาดไม่ได้ดู Euphoria วงจากญี่ปุ่น เพราะมัวแต่ช้อปเพลิน
ทีแรกเกือบจะไม่ไปงานครั้งนี้แล้ว แต่พอได้ไปก็รู้สึกว่า Fat ทำการบ้านมาเยอะ แก้ไขความห่วยของงานครั้งที่ 4 และ 5 ที่ผ่านมาได้ดี ปีหน้าหวังว่าจะดีกว่านี้
สรุปงาน Fat Festival ทั้ง 6 ครั้ง
#1 – โรงงานยาสูบเก่า
ข้อดี – สด ใหม่ ทุกอย่างมีคุณภาพ
ข้อเสีย – ร้อน
#2 – อิมพีเรียลเวิร์ล ลาดพร้าว
ข้อดี – คอนเสิร์ตเด็ดๆ เยอะมาก, moderndog เล่นคัฟเวอร์เพลง creep
ข้อเสีย – พื้นที่เล็ก แออัด
#3 – สวนสยาม
ข้อดี – นึกไม่ออก
ข้อเสีย – สถานที่กว้างเกิน มีคนมาเที่ยวสวนสยามเดินไปเดินมาทั่วไป
#4 – สนามม้านางเลิ้ง
ข้อดี – โชว์ปิดท้ายของ Fantastic Plastic Machine
ข้อเสีย – ทุกอย่างที่เหลือ
#5 – แดนเนรมิต
ข้อดี – มีหนังสารคดีของ Fernando Meirelles ฉาย
ข้อเสีย – ฝนตก, ตารางเวลาสับสน, ยึดเข็มขัด
#6 – เมืองทางธานี
ข้อดี – สถานที่เหมาะ เย็นสบาย
ข้อเสีย – เน้นขายของเกินไป, บัตรแพง, ไม่มี Heineken
