Top 3 most visited sites

ดูการจัดอันดับ Top 100 เวบที่มีคนเข้าเยอะที่สุดในประเทศไทยของ Truehits.net วันนี้ สังเกตดีๆ จะเห็นว่ามีอันดับ 1, 2, แล้วกระโดดไป 4 เลย

where the hell is number 3?

ถ้าถามคำถามว่า “แล้วอันดับ 3 มันหายไปไหน?” คำตอบอยู่ในกราฟนี้

Truehits vs Mthai

อันที่จริงในหน้าจัดอันดับนี้ truehits อยู่ในระดับ top 10 และไต่อันดับขึ้นมาเรื่อยๆ เป็นเวลานานแล้ว เพิ่งจะมีก็แค่วันนี้ที่จู่ๆ truehits ก็เอาอันดับของตัวเองซ่อนไว้ ไม่ให้คนอื่นเห็น ดูจากกราฟข้างบน เป็นสถิติของ truehits เอง จะเห็นว่ามี traffic ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา จากระดับ 50,000 Unique IP ไปจนถึง 150,000 UIP ในเดือน ก.ค. หรือเพิ่มเป็น 300% ในเวลาแค่ 2 เดือน

Spam keywords

จากสถิติ (จาก truehits เอง) บอกว่า average visit time หรือเวลาเฉลี่ยที่ใช้ในการดูเวบนั้นๆ ของเวบ sanook.com, kapook.com, mthai.com อยู่ที่ 13, 21, 20 นาที ตามลำดับ แต่เวลาที่คนใช้ในการดูเวบ truehits คือ 3 นาที และ exit rate สูงมาก (จำไม่ได้แล้วว่าเท่าไหร่ เปิดดูไม่ได้แล้วด้วย) ผมเองไม่ค่อยรู้เรื่อง SEO เท่าไหร่หรอกนะ แต่สถิติแบบนี้มันบ่งบอกว่า traffice ที่ truehits ได้เพิ่มมาจากการทำ Keyword spam ไม่ใช่หรือ? ถ้าจะบอกว่ามันไม่ใช่การปั่น keyword แต่เป็น keyword marketing เนี่ย ถ้าจริงใจก็ใส่ rel=”nofollow” ไปสิ

การที่เวบที่เป็นผู้ให้บริการจัดอันดับเวบ นำเอาเวบของตัวเองเข้ามาจัดอันดับด้วย ไม่ว่าจะด้วยผลประโยชน์ทางด้านเม็ดเงินโฆษณาที่จะมาลงกับ truehits หรือด้วยเหตุผลอื่นก็ตาม ไม่คิดว่านี่ออกจะเป็นการเอาเปรียบเวบอื่นๆ (ที่จ่ายให้ truehits อย่างน้อยปีละ 1,800) ไปหน่อยหรือ

Critique

แนะนำให้อ่าน

บทวิเคราะห์ร่างรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับลงประชามติ [PDF, 20 หน้า]

ผลงานของ “ม้านอก” และ “เด็กนอกกรอบ” เจ้าเดิมที่เคยวิเคราะห์ดีลชินคอร์ปในยุครัฐบาลทักษิณมาแล้ว

(via Fringer)

โจทย์ที่แท้จริง ของการลงประชามติ ร่าง รธน. 2550

via poakpong

จุดมุ่งหมายของร่างรัฐธรรมนูญ 2550 คือการสถาปนาระบอบทหาร เช่น การเพิ่มงบประมาณทหารกว่า 57,000 ล้านบาทในเวลา 2 ปี การออก “ชุดกฎหมายความมั่นคง” ที่จะทำให้สิทธิเสรีภาพในรัฐธรรมนูญ 2550 หมดความหมาย และระบอบอำมาตยาธิปไตย ผ่านการกลับมาของวุฒิสภา ที่มาจากการสรรหาของฝ่ายตุลาการ และข้าราชการระดับสูง

ดังนั้นโจทย์ที่แท้จริงของการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 2550 จึงไม่ได้อยู่ที่รายละเอียดของรัฐธรรมนูญ คมช. ว่าจะให้สิทธิเสรีภาพประชาชนมากน้อยเพียงใด หรือสิทธิที่ว่าจะปฏิบัติได้จริงหรือไม่ แต่อยู่ที่คำถามว่าจะเอาอย่างไรกับอำนาจทหาร อภิชน อำมาตยาธิปไตยในการเมืองไทย

– ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล

He & She

เรื่องมีอยู่ว่า มีเพื่อนที่กำลังจะแต่งงานมาไหว้วานให้ช่วยถ่ายรูปให้หน่อย เป็นแนวรูปแต่งงาน outdoor เอามาโชว์หน้างาน (ที่จะจัดวันศุกร์นี้) ทีแรกก็ไม่ค่อยจะอยากถ่ายให้ เพราะไม่เคยถ่าย ไม่มีประสบการณ์ ไม่มีกล้องดิจิตอล ไม่สามารถควบคุมภาพที่เกิดจากการครอสโปรเซสได้ กลัวถ่ายไปไม่สวยจะไม่มีโอกาสแก้ตัว จะรองานแต่งครั้งถัดไปก็คงไม่ได้ แต่เพื่อนมันก็ใจถึง อยากได้รูปแนวๆ ไม่เหมือนชาวบ้าน และยอมรับความเสี่ยงที่รูปมันอาจจะออกมาเละก็ได้ สุดท้ายก็เลยตกลงใจถ่ายให้

ตะลอนถ่ายอยู่หลายวัน หลายสถานที่ ทั้งเซ็นทรัลเวิร์ล, สยามสแควร์, สยามพารากอน, สวนสันติฯ, เพนนินซูลา, สุรวงศ์, โกเบสเต็กเฮ้าส์ ฯลฯ หมดฟิล์มไปประมาณ 7-8 ม้วน (โชคดีที่ไม่ต้องออกตังค์เอง) เป็นอัตราการกดชัตเตอร์ที่ถี่มาก หลังจากที่หลังมานี่ไม่ค่อยมีเวลาถ่ายรูปเลย

ที่หน้างานจะมีบอร์ดให้อันนึงสำหรับแปะรูป ก็เลยต้องลองเอาไฟล์มาเรียงๆ ดูก่อนว่าจะแปะแบบไหน ไปๆ มาๆ คิดไม่ออก ก็เลยแปะเรียงๆ ไปอย่างงี้น่าจะง่ายที่สุดแล้ว ถ้าอัดรูปขนาด 4×6 ขนาดชิ้นงานก็จะออกมาที่ประมาณ 1.5 x 1 เมตร (ถ้าจะดูรูปใหญ่หน่อย ก็กดเข้าไปดูที่ flickr)

He & She

กล้อง: Nikon FM2n, Cosina CX-2
ฟิล์ม: Kodak Elitechrome 100 Extracolor, Kodak Elitechrome 200, Fuji Sensia 100, Fuji Velvia 100F, Fuji Provia 100F

A Slow Boat to China

A Slow Boat to China

งานรวมเรื่องสั้น 7 เรื่องของ Haruki Murakami จากมติชนบุ๊คส์ ชื่อว่า A Slow Boat to China (เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน)

ทีแรกก็สงสัยว่ามันคือเล่มไหน เพราะในรวมเล่มภาษาอังกฤษมีออกมาสองเล่มคือ The Elephant Vanishes กับ Blind Willow, Sleeping Woman (ไม่นับ After the Quake) ค้นไปค้นมาก็เจอว่าเรื่องที่เอามาลงทั้ง 7 เรื่องนี้ ก็มีลงอยู่ในทั้งเล่ม The Elephant Vanishes และ Blind Willow, Sleeping Woman คิดว่าเป็นทางเจ้าของลิขสิทธิ์ภาคภาษาไทย ตัดสินใจเลือกเอาเรื่องมารวมเล่มเอง (มั้ง) แต่ไหงเอามาแค่ 7 เรื่อง ทั้งที่ใน The Elephant Vanishes มีถึง 17 เรื่อง ส่วน Blind Willow, Sleeping Woman มีอยู่ 24 เรื่อง ถ้าหากว่าสำนักพิมพ์บ้านเราจะพิมพ์ออกมาให้ครบ สงสัยว่าจะต้องออกรวมเรื่องสั้นแบบนี้อีกซัก 4 เล่มกว่าจะครบ

สู้ไปซื้อเล่มภาษาอังกฤษอ่านจะดีกว่ามั้ยเนี่ย