แปะไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมารีวิว

แปะไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมารีวิว

The Passion of Anna เป็นวงหน้าใหม่ เพิ่งทำเดโมเสร็จ พอดีเพื่อนที่เป็นคนในวงเอามาให้ฟัง ก็เพราะดี ซาวด์ออกอังกฤษๆ หน่อย ดูจาก influence ก็มีหลายวงอย่าง The Velvet Underground, The Cocteau Twins, Echo and the Bunnymen, Siouxie & the Banshees, The Cure, The Ocean Blue, The Railway Children, Slowdive, Adorable (ไม่เคยฟังซักวง =.=’)

ลองไปฟังได้ที่ myspace ของทางวง
สองสามวันที่ผ่านมามีงานเร่งด่วนเข้ามา คือต้องทำระบบให้คะแนนแบบสดๆ ของการประกวดอะไรซักอย่างหนึ่ง โดยรายละเอียดของงานก็แบ่งเป็นส่วนๆ คือ ส่วนรับลงทะเบียนที่หน้างาน, ส่วนกรรมการให้คะแนน แล้วก็ส่วนที่เป็น backend สำหรับรวบรวมคะแนนเพื่อให้กรรมการตัดสินอีกที
ขั้นตอนการทำงานของระบบ ตอนแรกคือ ผู้สมัครลงทะเบียนผ่านเวบไว้ก่อนแล้ว พอมาถึงวันงานก็จะมาลงทะเบียนพร้อมกับถ่ายรูปที่หน้างาน ขั้นตอนนี้จะได้หมายเลขประจำตัวของแต่ละคนไป (เป็น 1, 2, 3 เรียงไปเรื่อยๆ) เสร็จแล้วทีมงานก็จะปล่อยให้ผู้สมัครเข้าไปให้กรรมการดูทีละ 10 คน ซึ่งตอนนี้ไม่ต้องรอให้ผู้สมัครทุกคนลงทะเบียนเสร็จก่อน คือลงทะเบียน ถ่ายรูปเสร็จ ครบ 10 คนเมื่อไหร่ก็ปล่อยเข้าไปให้กรรมการให้คะแนนได้เลย พอให้คะแนนครบทุกคนแล้ว ระบบจะรวมคะแนน เรียงลำดับตามคะแนนมากไปน้อย แสดงผลให้กรรมการเข้าไปตัดสินใจเลือกกันเองอีกครั้งหนึ่ง รอบแรกคัดคนให้เหลือ 70 คน หลังจากประกาศรายชื่อแล้วก็มีให้คะแนนรอบสอง แต่คราวนี้ให้เข้ามาทีละ 7 คน กรรมการให้คะแนน รวมคะแนน เหมือนเดิม
หน้าตาของระบบเป็นแบบนี้ เทคโนโลยีก็ใช้เป็น web-based ธรรมดา

ขั้นตอนทางเทคนิคที่ทำคือ
งานดูเหมือนไม่ลำบากมากนัก แต่ก็ได้บทเรียนมาจากงานนี้เยอะพอสมควรคือ
ถึงแม้จะเตรียมระบบไว้อย่างไรแต่เมื่อ event ดำเนินมาจนถึงการให้คะแนน 10 คนสุดท้าย จู่ๆ กรรมการก็ไม่สามารถ submit คะแนนเข้า server ได้ ลองตรวจดูก็พบว่า server ไม่ตอบสนองในช่วงเวลานั้น วิธีแก้ไขข้อมูลเฉพาะหน้าตอนนั้นก็คือ “แจกกระดาษ+ปากกา” ให้กรรมการใช้แทนในช่วงที่ทีมงานหาสาเหตุ
พบว่าสาเหตุที่จู่ๆ server ก็ดับไป เนื่องจากมีคนเตะปุ่ม power! ต้องใครซักคนในกรรมการน่ะแหละ! (Heinlein เคยบอกไว้ว่า “Never underestimate the power of human stupidity”)
หลังจาก boot server ขึ้นมาใหม่ ก็ใช้งานได้ตามปกติ
การป้องกันการเกิดเหตุ server ล่มแบบนี้ อาจจะต้องมี server 2 เครื่อง เป็น master กับ slave มีการ sync db log กันตลอดเวลา แล้วก็ให้ตัว master ปล่อย heartbeat ถ้าเครื่อง slave ไม่ได้ยิน heartbeat ติดต่อกันเป็นเวลาหนึ่งก็ให้ take over ทำตัวเป็น master แล้วทำงานเสียเอง
หรือไม่ก็เก็บ server ไว้ให้ห่างตีนกรรมการ
“Spend 10 minutes collecting everything you need to work on a problem, and unplug the internet for 2 hours. You’ll finish in 30 minutes.”
จริงอย่างที่สุด!

(รูปจาก apple.com)
iPod รุ่นใหม่คราวนี้ design ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ฟีเจอร์ยั่วน้ำลายมากๆ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ นี่ดูพวก podcast มากขึ้น (ตั้งแต่ duocore เปลี่ยนตัวพิธีกรนี่แหละ) ก็อยากจะได้เอามาลง iPod ไว้ดูเล่นตอนนั่งรถบ้างเหมือนกัน
Nano ตัวใหม่ก็ท่าทางน่าสนใจดี จอละเอียด 320×240 pixel ขนาด 2 นิ้ว น่ากลัวว่าจะเล็กไปหน่อย ถ้าเอาหนังมาลง คงอ่านซับไตเติ้ลไม่เห็นเป็นแน่ คาดว่าคงมีอุปกรณ์เสริมเป็นแว่นขยายออกมาขายชัวร์ (แบบเดียวกับที่เอาไว้ส่อง gameboy)
Touch ก็ดูเจ๋งดี เหมือน iPhone ที่โทรออกไม่ได้ แต่ฟีเจอร์หลายอย่างคงใช้ไม่ได้บ้านเรา หรืออย่าง WiFi ที่ดูเหมือนจะดี แต่คงหาที่ใช้ลำบากสักหน่อย เพราะไม่ได้มีให้ใช้แพร่หลายอย่างในเมืองนอก (แต่เด็กบางมหาลัยอย่างเกษตรฯ ที่มี WiFi ทั้ง campus อาจจะชอบ?)
เก็บตังค์ๆ