Paranoid Android

ใครไม่รู้จัก Android ลองไปอ่านได้ที่ blognone

ตัว Emulator ของ Android มันจะมี web browser แถมมาให้ด้วย ลองเล่นๆ ดูปรากฏว่าเข้าเวบที่เป็น AJAX อย่าง Google Reader ได้ด้วย

Google Reader

แต่พอลองเข้า youtube ดันเล่นวิดีโอไม่ได้ แสดงว่าตอนนี้ยังใช้งาน flash ไม่ได้

YouTube on Android

ลองเช็ค user-agent ดู จะเห็นว่ามันเป็น WebKit

Android’s user agent

แต่สำหรับภาษาไทย ตอนนี้ยังแสดงผลไม่ได้ ออกมาเป็นแค่ตัวสี่เหลี่ยม

Thai on Android

ทดลองเล่น emulator แค่นี้ก่อน วันหลังจะลองเขียน app ดูมั่ง

Horror in Pink

เจอมาจากบล็อกของ bact’

pink man

ที่จริงภาพในซีรีส์ Pink Man อันนี้เคยเห็นมานานแล้ว (ดูภาพทั้งหมด) เป็นงานตั้งแต่ปี 2001 ของ มานิต ศรีวานิชภูมิ 1 ใน 100 ช่างภาพร่วมสมัยที่น่าต่ืนเต้นที่สุดในโลก (โดยการจัดอันดับของสำนักพิมพ์ไพดอน)

เอากลับมาดูอีกที มันก็เข้ากับกระแสตอนนี้ดีนะ

Fat Festival #7

เสาร์ที่ผ่านมา ไปงาน Fat Festival อีกแล้ว

งานคราวนี้จัดที่เดิมกับครั้งที่แล้ว เรื่องสถานที่ค่อนข้างโอเค แต่มันออกจะแปลกตรงที่ทุกปี งาน Fat จะเปลี่ยนสถานที่จัดไปทุกครั้ง มาคราวนี้จัดงานที่เดิมเลยรู้สึกจืดๆ

ปัญหาของ Fat เป็นปัญหาเดียวกับซูเปอร์มาเก็ต หรือสถานีโทรทัศน์ทั่วไป คือมีเนื้อที่สำหรับเสนอขายสินค้าในจำนวนจำกัด ทำให้สินค้าที่ถูกคัดมานำเสนอให้ผู้บริโภค (ในกรณีนี้คือดนตรี) มีจำนวนจำกัดไปด้วย เพลงที่เอามาเปิด ก็ต้องถูกคัดเลือกในระดับนึงแล้ว (โดยทางทีมงาน) ว่าน่าจะเหมาะกับคนฟัง ทำให้วงเล็กวงน้อยทั้งหลาย ที่มีเวลาออกอากาศเพียงน้อยนิด ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงคนฟัง สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาได้ในงานที่จัด โซนที่เป็นงาน bedroom studio ซบเซาอย่างมาก เทียบกับจำนวนคนที่เข้าไปในงานมากขนาดนั้น ความสุขประเภทที่ว่าไปได้ซีดีของวงแปลกๆ ไม่ดัง แต่ทำเพลงเพราะถูกใจ มันหาไม่ได้แล้ว

ในสายตาของผม Fat ไม่ได้เป็น “ทางเลือก” เหมือนสมัยก่อนแล้ว (ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทั้งทางอายุ, สื่อทางเลือกอื่น ฯลฯ) แต่ว่าเป็นสื่อที่นำเสนอ “mass” ของตลาดที่เล็กลงมาเท่านั้น

สรุปงานคราวนี้

  • ได้ไปเพราะมีบัตรฟรี พอดีบริษัทที่เป็น partner กับที่ office เค้าเอามาแจกให้
  • ชอบงานศิลปะที่เอามาตั้ง รู้สึกว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของงานคราวนี้
  • ไลฟ์ที่ได้ดูก็มี Desktop Error, ซังกะบ๊วยคุง, อรอรีย์, อพาร์ตเมนต์คุณป้า, Flure (ไปแค่วันเสาร์วันเดียว)
  • เวทีคอนเสิร์ตไม่มีจอฉายให้คนหลังๆ ดู ทำให้ทุกคนพยายามจะแออัดกันเข้าไปเพื่อให้ถึงหน้าเวที นรกชัดๆ
  • อาหารเหมือนๆ เดิม คือ แพงและไม่อร่อย
  • มีส่วนที่ให้คนเข้างานมีส่วนร่วมอย่างผนังศิลปะที่ให้ใครไปวาดอะไรก็ได้ ไอเดียน่าสนุกดี แต่ว่าสิ่งที่คนเข้าร่วมงานไปเขียนไว้บนกำแพงก็บอกถึงปัญหาสังคมบางอย่างได้ เพราะสิ่งที่เห็นบนผนังเยอะมากๆ คือข้อความบอกชื่อรุ่น, ชื่อสถาบันการศึกษาของตัวเอง จนรู้สึกได้ว่าเด็กพวกนี้คิดได้เท่านี้เองหรือ? (ยังอุ่นใจอยู่บ้างที่ยังมีข้อความประเภท “เผด็จการออกไป” ให้เห็นหลบๆ มุมอยู่)
  • ไอเดียที่น่าสนใจอีกอย่างคือ มีการ print เอาแผนที่กรุงเทพขนาดใหญ่ น่าจะประมาณ 6×6 เมตร เอามาแปะลงบนพื้น แล้วแจก post-it ให้คนร่วมงานเขียนข้อความเอาไป “tag” สถานที่ในแผนที่ เห็นทีแรกก็ชอบใจ เพราะมันคล้ายกับ wikimapia เวอร์ชันที่จับต้องได้ แต่มันก็เหมือนกับผนังตะกี๊ มีแต่คน tag สถาบันตัวเอง ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือ มีอยู่จุดหนึ่ง มีคนเอาใบปลิวมาพับทำเป็นกำแพงล้อมรอบ แล้ว tag ไว้ว่า “ห้ามเหยียบนะ”
  • ได้ซีดีมา 2 แผ่น + เสื้อยืดอีก 2 ตัว

สงสัยว่าคราวหน้า ถ้าไม่ได้เป็นบัตรฟรีก็คงจะไม่ได้ไปแล้ว

Buffalos

ไม่ได้แปะรูปนานแล้ว เพราะไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เป็นอันว่าตอนต้นปีที่เคยตั้งใจจะถ่ายให้ได้เดือนละม้วนนึงก็ทำไม่สำเร็จ

รูปนี้ถ่ายที่ตีนสะพานลอยแห่งหนึ่ง แถวๆ ปากเกร็ด แต่ว่าข้อความเดียวกันนี้ก็คงพบเห็นได้ตามที่อื่นทั่วไป ส่วนตัวไม่ชอบเลยเวลาที่จะด่าอะไรใครแล้วเอามาเปรียบเทียบกับควายเนี่ย คือในบางครั้ง มันก็เห็นกันชัดๆ อยู่แล้วว่าควายยังทำตัวมีประโยชน์กว่ากันเยอะ

Get out

Cosina CX-2
Kodak Elitechrome 100 ExtraColor, ครอสโปรเซส