เวลาอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น รู้สึกว่าบ้านเมืองเค้ามีร้าน coffee shop เกลื่อนกลาด เป็นที่นัดพบ นั่งคุย อ่านหนังสือ ทำงานพิเศษ ฯลฯ จริงเท็จประการใดไม่รู้ เพราะไม่เคยไปญี่ปุ่น แต่ส่วนตัวแล้วผมก็นิยมการไปนั่งที่ร้านกาแฟอยู่เหมือนกัน
ช่วงแรกที่ไป คงเป็นประมาณตอนปี 4 เพราะการนั่งคุยที่ร้านกาแฟ บรรยากาศน่านั่งกว่าที่ซ่องสุมบนตึกชมรม ดนตรีฟังสบายกว่าเมื่อเทียบกับเพลงจากเครื่องเสียงของชมรมข้างๆ และปิดดึกกว่า
ช่วงแรกๆ ชอบไปนั่งอ่านหนังสือหรือไม่ก็นั่งคุยกับเพื่อนฝูงที่ร้านแถวสีลม ร้านแรกเลยที่ไปนั่งคือ Cafe Ease ตรงทางขึ้นบันไดเลื่อน BTS ศาลาแดง ปัจจุบันกลายเป็นร้านอาหารหรือสปาอะไรซักอย่างไปแล้ว
ร้านถัดมาที่ไปนั่งคือ Coffee Bean ฝั่งตรงข้ามกับร้านเดิม ร้านนี้บรรยากาศดี ที่นั่งสบาย เปิดเพลงเพราะ ฟังสบาย แต่ดูเหมือนทางร้านจะมีซีดีอยู่แผ่นเดียว แต่ละครั้งที่ไป ผมฟังเพลง Besame Mucho ไปหลายรอบ
ช่วงที่มี laptop เครื่องแรก การใช้ wifi เป็นเรื่องน่าตื่นเต้น ผมเปลี่ยนร้านกาแฟไปที่ Star Coffee ในซอยคอนแวนต์ นั่งแช่วันละหลายชั่วโมง ใช้งาน internet ไร้สายฟรี สลับกับการอ่านหนังสือสบายๆ เพราะเป็นร้านที่คนไม่พลุกพล่านนัก แต่เพราะสาเหตุนี้แหละมั้ง ทำให้วันหนึ่ง ร้านนี้ก็ถูกเปลี่ยนมือ เป็นเจ้าของคนอื่น และไม่ได้เป็นร้านกาแฟอีกต่อไป
ผมกลับมาที่ Coffee Bean อีกครั้งเพื่อพบความเปลี่ยนแปลง คาดว่าซีดีแผ่นที่มีเพลง Besame Mucho คงหมดอายุการใช้งาน ในร้านจึงเปิดเพลงจากวิทยุ FM แทน ทำให้บรรยากาศในร้านตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย และสุดท้ายร้านนี้ก็กลายสภาพไปเป็นร้านโรตีบอย! (คาดว่าอีกไม่นานคงกลายเป็นอย่างอื่นต่อ เพราะโรตีบอยตอนนี้แทบไม่มีคนซื้อกิน)
เป็นเรื่องน่ากลัว ที่ร้านกาแฟไหนๆ ที่เข้าไปนั่ง ต้องปิดตัวกันหมด
บางคนอาจจะชอบนั่งที่ Starbucks แต่ถ้าเป็นไปได้ผมจะหลีกเลี่ยงให้ห่าง สาเหตุเพราะ
- แพง
- กาแฟรสชาติไม่ถูกลิ้นของผมเลยซักอย่าง
- wifi ไม่ฟรี
- คนเยอะ
- แพง
ปัจจุบัน (ขณะที่เขียน blog อันนี้) นั่งอยู่ที่ร้าน Jerlot Coffee Space ซอยเอกมัย ฟีเจอร์ของร้านนี้คือ
- มี wifi ฟรี (ไม่ block BitTorrent ด้วย)
- มีที่ให้เสียบปลั๊ก laptop นั่งทำงานได้ไม่ต้องกลัวแบตหมด
- เปิดเพลงดีถึงดีมาก
- สถานที่นั่งสบาย บรรยากาศดี
- กาแฟ + อาหาร อร่อย
หวังว่าร้านนี้จะมีชีวิตยืนยาว อยู่ไปได้เรื่อยๆ