Macbook Air

The World’s Thinnest Notebook

Macbook Air
รูปประกอบจาก Apple.com

  • ความบางก็แค่ 0.16 – 0.76 นิ้ว คิดเป็นหน่วยที่คุ้นเคยก็ 4-19 มิล
  • แน่นอนว่าไม่มี Optical Drive ต้องใช้แบบต่อแยก
  • จอใหญ่ 13.3 นิ้ว เท่า macbook เดิม
  • ตัวเครื่องเป็น Aluminium
  • น้ำหนักเพียงแค่ 3 lbs (1.36 kg)
  • CPU ใช้ของ Intel Cor2Duo มีให้เลือกที่ 1.6 กับ 1.8 GHz อินเทลทำพิเศษให้ ขนาดลดลงจากเดิม 60%
  • Memory มีมาให้ 2GB

ค่าตัวอยู่ที่ 1,799 USD คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 60,000 บาท (คิดที่ 1 USD = 33 THB)

อยากได้ครับ!
ตัวเก่าเอาไปเทิร์นที่ไหนดี!

Secret at Angkor

Angkor's secret

Chow Mo-wan: In the old days, if someone had a secret they didn’t want to share… you know what they did?

Ah Ping: Have no idea.

Chow Mo-wan: They went up a mountain, found a tree, carved a hole in it, and whispered the secret into the hole. Then they covered it with mud. And leave the secret there forever.

In the Mood for Love

รูปจากกล้องพี่กีบ ถ่ายเมื่อปลายปี 2004 เพิ่งค้นเจอ จำได้ว่าก่อนไปเที่ยวต้องเปิด DVD ดูทบทวนความจำด้วย จะได้เล็งถูกว่าในหนัง เหลียงเฉาเหว่ยไปกระซิบกับกำแพงตรงไหน

แต่กระซิบไปว่าอะไรนั่นจำไม่ได้แล้ว

2007 resolution evaluation

จากของเก่าที่ตั้งไว้เมื่อต้นปีที่แล้ว

  1. เรียนให้จบ (ป.โท)
    - ในที่สุดก็จบได้ – ผ่าน
  2. ลดน้ำหนัก
    - ไม่ลดแต่เพิ่ม – ไม่ผ่าน
  3. หัดใช้ Symfony และ Rails ให้เป็นอย่างจริงๆ จังๆ
    - symfony หัดไปได้นิดเดียวแล้วหมดแรง กะว่าจะไปเขียนอย่างอื่นแทนแล้ว ส่วน rails หาหนังสือมาแล้ว แต่ยังไม่ได้อ่าน – ไม่ผ่าน
  4. ศึกษา Struts, Tapestry, Spring หรือ Java Framework อะไรก็ได้ที่ดูมีอนาคต
    - nobody uses java anymore – ไม่ผ่าน
  5. หัด customize Drupal
    - ลองมั่วดูได้พักนึง ยังทำอะไรมากไม่ได้ รอหนังสือของ sugree ออกก่อนท่าทางจะดีกว่า – ไม่ผ่าน
  6. ศึกษา Cocoa และเขียนโปรแกรมที่ใช้งานได้จริงๆ ซักตัวนึง
    - ไม่ได้แตะเลย – ไม่ผ่าน
  7. ใช้งาน javascript และ CSS ให้ได้ในระดับ advance
    - ก็รู้มากขึ้นกว่าปีที่แล้ว แต่ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ในระดับ advance – ผ่าน 50%
  8. ใช้ emacs แทน vim
    - ซื้อ TextMate มาใช้ ก็เลยไม่ได้จับ emacs เลย – ไม่ผ่าน
  9. อัพเดต blog ให้สม่ำเสมอ
    - ก็อัพบ่อยกว่าปีที่แล้วนะ แต่ยังไม่บ่อยเท่าที่อยากให้เป็น – ผ่านฉิวเฉียด
  10. ต่อ Gunpla ให้เสร็จอย่างน้อยหนึ่งตัว
    - ต่อ Hi-Zack เสร็จไปตัวนึง – ผ่าน
  11. ไปเที่ยวลาว
    - ไม่ได้ออกนอกประเทศเลย (ถ้าไม่นับที่ไปสิงคโปร์) – ไม่ผ่านเห็นๆ
  12. ถ่ายรูปให้ได้เดือนละ 1-3 ม้วน
    - ช่วงต้นๆ ปี ไม่ค่อยได้ถ่าย แต่มาถ่ายเยอะเอาช่วงงานแต่งเพื่อน กับตอนไปเที่ยวปลายปี เฉลี่ยๆ แล้วปีนี้ถ่ายไป 10 กว่าม้วนได้ – ผ่าน 50%
  13. หัดล้างฟิล์มขาวดำด้วยตัวเอง
    - ไม่ได้ถ่ายฟิล์มขาวดำเลย แล้วมันจะหัดล้างได้ยังไง – ไม่ผ่านน่ะสิ
  14. Contribute ให้กับ OSS community
    - ช่วยเขียน wiki ให้ firefox3 ไปนิดนึง นอกจากนั้นก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน – ไม่ผ่าน
  15. ปลุกผี dogpositive.com
    - ซุ่มทำอยู่ แต่คงจะไม่ใช่เวบแบบเดิม แล้วก็คงไม่ได้ใช้ domain นี้ และมันยังไม่เสร็จ – ผ่าน 50%
  16. อ่านหนังสือจำพวก non-fiction ให้มากขึ้น อ่าน fiction ให้น้อยลง
    - ซื้อหนังสือพวก fiction น้อยลง แต่พวก non-fiction ก็ไม่ได้ซื้อมากขึ้นเท่าไหร่ – ผ่าน 50%

สังเกตได้ว่ามีเหตุผลที่ทำให้ล้มเลิกบางข้อไปกลางคัน อย่างเช่นที่ว่าจะหัดใช้ emacs แต่มี textmate ใช้แล้วก็ไม่รู้จะไปหัด emacs ต่อทำไม, หรือเรื่องหัดใช้ symfony เมื่อลองใช้ไปจริงๆ แล้วมันไม่ดีเท่าทีคิด ก็เลยปล่อยผ่านไป มองหา framework ตัวอื่นใช้แทนดีกว่า ดังนั้นในปีนี้ ถ้าจะตั้ง resolution อะไร พยายามอย่าเอาความสนใจในช่วงต้นปีมาตั้งเป้า ให้มองยาวๆ ดูว่าอะไรที่อยากทำในปีนั้นจริงๆ มากกว่า

สรุปว่าปีที่ผ่านมา ตกซะเยอะ ผ่านนิดเดียว ปีนี้คงต้องตั้งเป้าที่มันง่ายกว่านี้ซักหน่อย เอาแบบที่ทำได้จริงบ้าง

Let them wear Converse

หนัง Marie Antoinette เวอร์ชันของผู้กำกับ Sofia Coppola เป็นการเล่าเรื่องชีวประวัติของ มารี อองตัวเนต มเหสีของพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ซึ่งเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของฝรั่งเศส ตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากออสเตรีย (มารี อองตัวเนต เป็นออสเตรีย มาแต่งงานกับรัชทายาทของฝรั่งเศสเพื่อผลทางการเมือง) จนกระทั่งถึงช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส

Marie Antoinette

ตามประวัติศาสตร์ที่ได้ยินกันทั่วไปนั้น มารี อองตัวเนต ขึ้นชื่อในเรื่องการใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือย แต่ในตัวหนังพยายามเสนอด้านที่เป็นมนุษย์ของ มารี อองตัวเนต มากขึ้น การใช้ฉาก เสื้อผ้า ดนตรีประกอบ ทำให้หนังหลุดออกจากขอบเขตของหนังพีเรียดแบบสมจริง กลายมาเป็นหนังชีวิตวัยรุ่นสุดเปรี้ยว!

ลองคิดถึงหนังย้อนยุคไปในช่วงประมาณปี 1770 แต่ดันใช้เพลง Hong Kong Garden ของ Siouxsie & The Banshees เปิดในงานเลี้ยงเต้นรำ (จบแล้วต่อด้วย Aphrodisiac ของ Bow Wow Wow!) ใช้เสื้อผ้าสีชมพู hot pink ขณะที่ในสมัยนั้นไม่มีใครแต่งสีชมพูกันสลอนเหมือนยุคนี้สักหน่อย และฉากที่แสบที่สุดคือฉากเลือกรองเท้าที่จะใส่ ดันมี converse หุ้มข้อสีฟ้าโผล่เข้ามาในฉากซะงั้น!

Converse

เหมือนกับจงใจแสดงออกถึงความขบถต่อพิธีรีตรองที่มากมายของแวร์ซายส์ ความรู้สึกแปลกแยกต่อภาวะแวดล้อมที่เผชิญอยู่ แบบเดียวกับที่ Charlotte หรือ Bob ใน Lost In Translation รู้สึกเปล่าเปลี่ยวในโตเกียว หรือแบบเดียวกับที่ Lux ต้องทนถูกกักขังให้ทำตามกฏระเบียบใน The Virgin Suicides

น่าแปลกใจที่ว่า ดูหนังของ Sofia Coppola มาสามเรื่อง ชอบ soundtrack หมดทั้งสามเรื่องเลย