Squid with Mayonaise

ตั้งแต่ทำอาหารมา ยังไม่เคยทำเมนูที่เป็นปลาหมึกมาก่อนเลย (เคยทำโอโคโนมิยากิไส้หนวดปลาหมึกไปหนนึง แต่ไม่นับดีกว่า) เพราะว่าปกติเวลาออกไปซื้อของสดตาม supermarket ก็มักจะเดินหยิบแต่ของที่แพ็คใส่ถาดห่อพลาสติกไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนมากมันจะมีแต่ หมู เนื้อ เป็ด ไก่ บางที่อาจมีของแปลกอย่างเนื้อจระเข้หรือนกกระจอกเทศ แต่ว่าอาหารทะเลสด ปกติต้องไปเลือกเอง คีบใส่ถุง เอาไปชั่ง คิดราคาตามน้ำหนัก ออกจะวุ่นวาย เลยไม่ค่อยได้ซื้อ

พอดีวันก่อนเกิดอยากกินปลาหมึกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ (คิดว่าเป็นเพราะเดิน supermarket ตอนกำลังหิว อยากกินไปหมดทุกอย่าง) ก็เลยซื้อปลาหมึกมาลองทำดูด้วย เปิดตำราพอหาเมนูทำไม่ยากนัก ก็ได้มาเป็น ปลาหมึกทอดจิ้มมายองเนส

ขั้นแรกล้างปลาหมึกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ

Squid

โรยแป้งอเนกประสงค์ลงไป ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหลาย ประกอบด้วยเกลือ พริกไทย และ paprika ปริมาณกะๆ เอา

Spice up

คลุกให้เครื่องเทศเข้ากับปลาหมึก

Mixing

จากนั้นตั้งเตา ใส่น้ำมันให้ท่วม (ตามสูตรบอกให้ใช้น้ำมันมะกอก แต่ทำใจไม่ได้ เพราะมันแพง ใส่น้ำมันพืชแทนคงพอได้) รอให้ร้อนแล้วหย่อนปลาหมึกลงไป

Frying

ทอดจนเหลืองกรอบ ก็ตักใส่จานได้

Squid

ตามสูตร ต้องมีมายองเนสไว้จิ้มด้วย ส่วนผสมก็ใช้มายองเนสยี่ห้อคิวพี (อร่อย ชอบมาก) ใส่พาร์สลีย์สับ แล้วก็บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย

Squid w/ Mayonaise

ตามตำราเค้าว่าก่อนจะคลุกเครื่องปรุงกับปลาหมึกผสมเข้าด้วยกัน ให้ซับน้ำที่ปลาหมึกให้มันแห้งๆ ก่อน แต่ที่ทำไปสงสัยว่าจะแห้งไม่พอ แป้งมันเลยยังจับตัวเป็นก้อนๆ อยู่

Salted Chicken Wing

ทำอาหารแบบใช้วัตถุดิบเยอะๆ มาหลายหนแล้ว คราวนี้เป็นเมนูทำง่ายๆ กินง่ายๆ วัตถุดิบไม่เยอะบ้างดีกว่า เป็นปีกไก่ทอด สูตรทั้งกรอบและเค็ม

ขั้นแรกก็เตรียมปีกไก่ จะเป็นปีกบนหรือปีกกลางแล้วแต่ชอบ ถ้าเอาออกมาจากช่อง freeze ก็ defrost เสียก่อน เอามาคลุกกับเกลือให้ทั่ว เค็มมากน้อยแล้วแต่ชอบ ตั้งทิ้งไว้แล้วไปเตรียมกระทะ

ใช้กระทะก้นลึก ใส่น้ำมันกะพอให้ท่วม 60-70% ของปีกไก่ ตั้งไฟแรง รอให้น้ำมันเดือด แล้วเอาไก่ใส่ลงไปได้เลย (ระวังน้ำมันกระเด็นด้วย)

รอจนสุกเหลืองกรอบ แล้วพลิกอีกด้านนึง ทอดต่อให้สุก เสร็จแล้วตักใส่จาน กินร้อนๆ จะกรอบกำลังดี

Salted chicken wing

เป็นเมนูที่ทำง่ายดี แต่เหนื่อยหน่อยตรงที่ว่าต้องทอดนาน 10-15 นาทีกว่าจะสุกทั้งสองด้าน แล้วก็เวลาที่ทอดเสร็จแล้วต้องมาเช็ดน้ำมันที่กระเด็นออกมาด้วย

Beef Stew

วันนี้เกิดความคิดจะกำจัดมันฝรั่งและแครอทที่เหลืออยู่ในตู้เย็นออกไป ทิ้งไว้นานก็กลัวจะเน่าเสีย แต่จะทำแกงกะหรี่อย่างที่เคยทำก็รู้สึกว่าทำกินบ่อยแล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นเมนูสิ้นคิดไปเสียฉิบ

พอลองเปิดหาสูตรตามเว็บไปเรื่อยๆ ก็ได้ไอเดียเรื่องทำสตูว์เนื้อขึ้นมา ค้นสูตรมาได้สองสามอัน วิธีการไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่ เลยต้องอาศัยการมั่ว (อีกแล้ว) ทำตามมีตามเกิดเอา

ขั้นแรกเตรียมวัตถุดิบ มันฝรั่ง แครอท หอมใหญ่ กระเทียม หั่นเป็นชิ้นๆ ให้เรียบร้อย

Beef stew

ละลายเนยในหม้อ เอากระเทียมลงไปผัดให้สุกนิดนึง แล้วตามด้วยหอมใหญ่ มันฝรั่ง แครอท ใส่แป้งลงไปเล็กน้อย คลุกๆ ให้ทั่ว

Beef stew

อีกเตานึง ละลายเนยเหมือนกัน แล้วเอาเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงไปผัดให้พอสุกข้างนอก ข้างในยังไม่สุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

Beef stew

เทเนื้อ (+น้ำที่ไหลออกมา) ที่ผัดในกระทะเล็ก ลงใส่หม้อรวมกับส่วนผสมอื่นๆ แล้วก็ใส่เห็ดหอมลงไปด้วย (คิดว่าน่าจะเข้ากัน) ใส่เครื่องเทศตามชอบใจ ที่ใส่ลงไปก็มี paprika, sage, cinnamon (มั่วทั้งนั้น) จริงๆ ต้องใช้อย่างอื่นด้วย แต่ว่ามีอยู่แค่นี้ ก็เลยจำต้องใส่แค่นี้

Beef stew

มีสตูว์เนื้อบางสูตร เค้าให้ใส่เบียร์ลงไปด้วย แต่เนื่องจากหาซื้อเบียร์เบลเยี่ยมไม่ได้ เลยต้องเลือกเอาจากเบียร์ที่มีอยู่ ได้แก่ สิงห์ ลีโอ และไฮเนเก้น คิดอยู่หลายตลบก่อนตัดสินใจเลือกสิงห์ เนื่องจากรสชาติที่เข้มข้น น่าจะเหมาะดี

Beef stew

เทเบียร์ลงไป แล้วใส่น้ำเล็กน้อย ชิมรสให้ได้ตามต้องการ (ไม่ต้องเข้มข้นมาก เพราะเคี่ยวไปแล้วน้ำจะระเหยออกไป ทำให้รสเข้มขึ้นอีก) ตั้งไฟให้เดือด

Beef stew

ตั้งไฟอ่อนไปเรื่อยๆ สัก 2-3 ชั่วโมง คอยคนเป็นระยะไม่ให้ติดก้นหม้อ เสร็จแล้วตักมากินกับข้าวสวยร้อนๆ

Beef stew

เนื่องจากเมนูนี้เป็นการมั่วเอาเยอะมาก ทำให้สุดท้าย ออกมาแล้วรสชาติก็มั่วๆ อยู่ ยังดีที่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับพอกินได้ คาดว่าสาเหตุมาจาก เครื่องเทศไม่ครบ และใส่แบบไม่รู้อะไรเลย ทำให้รสชาติออกมาพิลึกเกิน

นอกจากนี้ สตูว์หม้อนี้ยังมีรสขมแปลกๆ ซึ่งน่าจะมาจากเบียร์สิงห์ คราวหน้าเปลี่ยนเป็นลีโอน่าจะดีกว่า

Smoked Fish Gratin

Gratin ภาษาไทยออกเสียงตามภาษาฝรั่งเศส อ่านว่า กราแตง เป็นอาหารฝรั่งเศสชนิดหนึ่ง ที่วิธีทำไม่ลำบากนัก (มั่วๆ เอา) แต่อาจจะต้องใช้เครื่องครัวเยอะหน่อย

ขั้นแรก ทาเนยให้ทั่วถ้วยทนความร้อน หั่นมะเขือเทศเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปเป็นชั้นล่างสุด

Smoked Fish Gratin

เนื่องจากเมนูนี้ชื่อ smoked fish gratin ชั้นต่อมาเลยใส่ปลารมควัน ในสูตรที่ไปอ่านมาเค้าให้ใส่ปลา trout กับปลา haddock แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน เลยใส่ปลาแซลมอนรมควัน กับปลาหิมะรมควันแทน (พอจะหาซื้อได้ตาม supermarket ทั่วไป)

Smoked Fish Gratin

โรยชีสลงไป อันนี้ใช้ Parmesan cheese กับ Emmental cheese หาซื้อได้ตาม supermarket ทั่วไปเช่นกัน ถ้าชอบกินผักอาจจะใส่ลงไปด้วยเลยก็ได้ อย่างในรูปใส่พาร์สลีย์กับบร็อคโคลี

Smoked Fish Gratin

จากนั้นก็เทครีมลงไป มากน้อยตามชอบ

Smoked Fish Gratin

ตอนที่จะอบ ให้อุ่นเตา (preheat) ไปที่ 220 C แล้วค่อยเอาถ้วยใส่วัตถุดิบของเราใส่เข้าไป อบเป็นเวลา 20-30 นาที ได้ออกมาตามรูป

Smoked Fish Gratin

จากที่ทำ เหมือนจะใส่ชีสน้อยไป และใส่ครีมมากเกิน หน้าตาเลยออกมาไม่สวยเท่าไหร่

ความยากลำบากของเมนูนี้คือ วัตถุดิบมันแพง! แซลมอนรมควัน, ปลาหิมะรมควัน ขายกันขีดละ 100 กว่าบาท ต้องรอจังหวะมันลดราคา ถึงจะพอซื้อมากินได้ หรือ Emmental cheese ก็แพงกว่าชีสที่ได้ใช้ทำอาหารบ่อยๆ อย่าง Parmesan หรือ Mozzarella อยู่เยอะเหมือนกัน ถ้วยทนความร้อนสำหรับอบก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ ที่สำคัญคือ เตาอบ โชคดีที่ว่าตอนซื้อไมโครเวฟ เลือกซื้อรุ่นที่ถูกที่สุดที่มันอบได้ (แต่ก็ยังแพงกว่ารุ่นที่เวฟได้อย่างเดียวอยู่ดี)

นานๆ ทำกินทีนึงก็พอไหว

Pork in Mushroom Sauce

มีของเหลืออยู่ในตู้เย็น ที่อยากจะรีบเอามาทำก่อนที่มันจะเสียคือ วิปปิ้งครีม ยี่ห้อโฟร์โมสต์ ซื้อมากล่องใหญ่ ขนาดตั้ง 1 ลิตร แต่ยังไม่ได้เอามาทำอะไรกินเลย เมนูที่ใช้ครีมทำด้วย ก็ออกจะหายาก โชคดีที่ยังมีเว็บ Recipe Puppy มาช่วยเอาไว้ได้

วิธีใช้งานก็แค่ใส่วัตถุดิบที่เรามีลงไป แล้วมันจะไป search หาเมนูที่ใช้วัตถุดิบที่เรามีมาให้เอง ง่ายดี

ในที่สุดก็ได้เมนูที่ทำไม่ยาก ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ นั่นคือ Pork in Mushroom Sauce แปลเป็นชื่อไทยว่า หมูราดซอสเห็ด?

วิธีทำ ขั้นแรก เอาหมู (2 ขีด) มาหั่นเป็นชิ้นๆ คลุกกับเกลือ (1 ช้อนโต๊ะ) พริกไทยดำ (1/4 ช้อนโต๊ะ) ตามด้วยแป้งอเนกประสงค์อีกพอประมาณ (กะๆ เอา ไม่ได้วัด)

Pork in mushroom sauce

เอาเนยละลายในกระทะ แล้วโยนหมูที่ผสมไว้ลงไป ผัดไปจนเริ่มสุก

Pork in mushroom sauce

จากนั้นใส่เห็ด (อะไรก็ได้มั้ง แต่ในตู้เย็นเหลือแต่เห็ดออรินจิ) ใส่ครีม และบีบมะนาวลงไป 1 ลูก

Pork in mushroom sauce

ตั้งไฟอ่อนไปเรื่อยๆ สัก 15 นาทีก็ยกลง ตักใส่จาน เสิร์ฟได้

Pork in mushroom sauce

ปล. จะให้หน้าตาสวยกว่านี้ ควรใส่ผักลงไปด้วย แต่ในตู้เย็นเหลือแค่กะหล่ำปลี คิดว่าไม่ใส่จะดีกว่า

ปอ. (มันย่อมาจากอะไร?) รูปไม่ค่อยสวย เพราะกล้องดิจิตอลตัวเก่งโดนคนอื่นยืมไป เลยต้องใช้กล้องมือถือห่วยๆ ถ่าย

ปฮ. สิ่งที่เรียนรู้วันนี้ คือ ถ้าไม่แน่ใจเรื่องปริมาณเครื่องปรุง ใส่ให้เยอะๆ ไว้ก่อน จะอร่อยกว่าใส่น้อยเกิน