Posted
on January 26, 2010, 00:31,
by pittaya.
คิดว่าหลายๆ คนคงจะเคยดูคลิป ฮิตเลอร์โวยวายในแบบต่างๆ กันมาแล้วไม่มากก็น้อย เช่น ฮิตเลอร์เล่น twitter , ฮิตเลอร์เกลียด BB แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่า ฉากนี้จริงๆ แล้วมันมาจากหนังเยอรมันปี 2004 เรื่อง Downfall (มันถึงได้เว้าเยอรมันกันตลอดคลิป)
ตัวอย่างคลิป เผื่อคนไม่เคยดู
ล่าสุด ผู้กำกับหนังเพิ่งออกมาให้สัมภาษณ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้
As for the idea of such a serious scene being used for laughs, Hirschbiegel thinks it actually fits with the theme of the movie. “The point of the film was to kick these terrible people off the throne that made them demons, making them real and their actions into reality ,” he says. “I think it’s only fair if now it’s taken as part of our history, and used for whatever purposes people like.” He adds, “If only I got royalties for it, then I’d be even happier.”
IMHO, การล้อเลียนได้ การทำให้ตลกได้ ทำให้เราเห็นกันว่าคนคนนั้น หรือสิ่งนั้น ที่ถูกหยิบมาล้อเลียนเป็นสิ่งที่เท่าเทียมกันกับเรา ถึงได้รู้สึกขำกับสิ่งที่เห็น ในกรณีนี้ ฮิตเลอร์ก็เป็นคนเหมือนกัน ต้องกิน ต้องขี้ มีจังหวะที่สิ้นหวัง ไม่ได้มีเฉพาะด้านที่เป็นจอมเผด็จการอย่างเดียว
ส่วนสิ่งที่มีแต่ด้านดี ไม่มีข้อบกพร่อง ทนเห็นการถูกนำมาล้อเลียนไม่ได้ ก็สมควรจะกราบกันต่อไป
Posted
on January 19, 2010, 22:32,
by pittaya.
ถ่ายรูปไว้ เนื่องในโอกาสได้ไปยลโฉม Nexus One ตัวจริงเสียงจริง
กล่องสีขาว สไตล์กูเกิล ขนาดใหญ่กว่ากล่อง iPhone พอสมควร
ตัวเครื่องแปะยี่ห้อ Google ชัดเจน ส่วนกล้องนั่นความละเอียด 5 ล้าน pixel
มีซองใส่แถมมาให้ด้วย สกรีนลายเจ้าหุ่น Android
ไม่มีคู่มือเป็นเล่มๆ มาให้ มีแค่กระดาษบอกวิธีใช้แผ่นเดียว
หน้าจอ AMOLED ความละเอียด 800×480 pixel ทำเอา iPhone ดูด้อยไปถนัดตา
ฟีเจอร์ใหม่ที่เป็น Animated wallpaper ตอบสนองการกดของผู้ใช้ (ให้มันเปลือง CPU cycle เล่นๆ)
ทดสอบบราวเซอร์ เปิดเว็บ mthai.com ได้ว่องไว
ตอนแกะกล่องออกมาทีแรกยังใช้ภาษาไทยไม่ได้ เจ้าของเครื่องเค้าจัดการ root แล้วจับฟอนต์ภาษาไทยใส่เข้าไปแล้ว ถึงได้เปิดเว็บภาษาไทยได้
ลูบคลำตัวจริงแล้วก็ยิ่งอยากได้
Posted
on January 19, 2010, 21:56,
by pittaya.
ถ้าหากใครยังพอจำความได้ เมื่อหลายปีก่อน ถนนสีลมจะมีปิดถนนทุกวันอาทิตย์ ไม่ได้มีคนใหญ่คนโตที่ไหนจะนั่งรถผ่าน แต่เป็นเทศกาลที่จัดกันเป็นประจำ มีคนมาเปิดร้านขายของข้างทาง มีดนตรีเปิดหมวก มีของกินเร่ขาย เดินได้สบายๆ แดดไม่ร้อนเพราะว่ามีแนวรถไฟฟ้า BTS บังแดดให้ จนอยู่มาวันนึงเค้าก็เลิกจัดไปเฉยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นที่สาเหตุอะไร
แต่ปีนี้เค้าก็กลับมาจัดงานปิดถนนกันใหม่ (แต่ปิดแค่วันเดียว) ชื่อว่างาน Silom Festival 2010 จัดตั้งแต่สายๆ จนเลิกตอนเที่ยงคืน พอดีกว่าจะว่างไปเดินก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มแล้ว แต่คนก็ยังมีอยู่หนาแน่นพอสมควร
ในงานก็มีทั้งเวทีมวย เวทีคอนเสิร์ต เปิดร้านขายของ อย่างในรูปนี่คือร้านน้องแพททริก ว่าแต่เด็กนี่คือใครงั้นหรือ ทำไมคนมุงดูกันเยอะจริง
งานนี้ได้ ช้าง เป็นสปอนเซอร์หลัก ดังนั้นภายในงานจะมีซุ้มขายน้ำดื่มตราช้างอยู่เป็นระยะๆ ส่วนเบียร์ก็มีให้เลือก 3 ยี่ห้อคือ ช้าง, อาชา และ Federbrau ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าควรจะเลือกอะไร
มีเรื่องที่ตะหงิดใจอยู่นิดนึงคือว่า มีอยู่บูธหนึ่งเค้ามาขาย VCD สารคดีข่าว, เหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นเรื่องน่ากลัวๆ หน่อย มีโฆษณาตัวโตด้วยว่า “เรื่องจริงทุกแผ่น”
แต่ลองสังเกตดูดีๆ ภาพที่เขียนว่า พฤษภาทมิฬ น่ะ มันใช่ภาพตอน พฤษภา 2535 จริงเหรอ? เท่าที่จำได้ ภาพแบบนั้นมันคือตอน 6 ตุลา 2519 ไม่ใช่หรือ? เริ่มสงสัยว่า เอาจริงๆ แล้ว VCD บูธนี้มันจะเชื่อถือได้ไหมเนี่ย
สรุปภาพรวมของงาน จะดูเป็นทางการ เมื่อเทียบกับคราวก่อนที่เน้นของทำมือ ดนตรีเปิดหมวก ออกแนวสมัครเล่นมากกว่า ส่วนตัวแล้วชอบแบบเก่า แต่งานครั้งนี้มีส่วนที่ชอบคือ มีของกินหลายประเภทให้เลือกมาก ทั้งอาหารอิตาลี ญี่ปุ่น จีน กรีก ฯลฯ ละลานตา เสียดายที่ว่ากินข้าวมาอิ่มแล้วเสียก่อน
Posted
on January 18, 2010, 23:40,
by pittaya.
ร้าน Katsu King ที่ Digital gateway สยาม ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าต้องเป็นหมูทอด เห็นคนอื่นพูดถึงมานานแล้ว เพิ่งได้มีโอกาสมาลอง
หมูสันนอกทอดสอดไส้ชีส ชิ้นใหญ่พอควร
มีข้าวให้เติมได้ตลอด
อันนี้เป็นข้าวหน้าเนื้อ สีแดงๆ นั่นคือกิมจิ
มีไอติมสตรอเบอรี่แถมด้วย
ร้านนี้มีข้อดีตรงที่ว่า ราคาอาหาร net แล้ว รวมชาร้อน/เย็น ในราคาอาหารชุดไว้เลย ไม่มีบวกเพิ่ม เติมข้าวเติมชาได้ไม่อั้น กินสองคนตกอยู่ที่สี่ร้อยกว่าบาท รู้สึกดีกว่าไปกินร้านที่เมนูเหมือนจะดูราคาถูก แต่แอบชาร์จโน่นนี่เยอะเลย
Posted
on January 16, 2010, 00:15,
by pittaya.
ถามตัวเองว่า เริ่มใช้ Twitter ตั้งแต่ตอนไหน… คำตอบคือ
16 January 2007 หรือเมื่อ 3 ปีที่แล้วพอดี
ตอนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไรมาก เปิดเว็บอ่าน TechCrunch แล้วเค้าเขียนว่าน่าจับตามอง ก็เลยลองสมัครใช้งานดู นี่แหละคือพลังของอินเทอร์เน็ต ไม่จำเป็นต้องถ่อไปไกลถึงอเมริกา ก็ได้รู้ข่าวสารบริการใหม่ๆ เพียงแค่เลือกรับสื่อให้ถูกเท่านั้นเอง
แรกเริ่มก็ยังใช้ไม่ค่อยเป็น จนกระทั่งได้เข้าฟัง session ของ @sugree ในงาน BarCamp Bangkok Winter 2008 ถึงได้ซาโตริ
ตอนนี้ก็ยังใช้งานอยู่เรื่อยๆ ไม่ได้ tweet บ่อยมาก หรือว่ามีสาระอะไร แต่ถ้าใครสนใจก็เชิญได้ที่ http://twitter.com/pittaya