Ayanami

Ayanami

มี SLR แต่ก็ไม่ค่อยได้ถ่าย เพราะไม่ได้พกออกไปข้างนอกสักเท่าไหร่ จะถ่ายของชิ้นเล็กๆ ในห้องตัวเองก็ไม่มีไฟ ไม่มีเลนส์มาโคร ไม่มีโคลสอัพฟิลเตอร์ ใช้ของที่มีอยู่ถ่ายได้เท่านี้แหละ

Camera: Nikon FM2N
Lens: Tokina 24mm/f2.8
Film: Ilford HP5+

Rei

Rei

ไปเห็นกาชาปอง EVA ชุดใหม่แล้วมันอดไม่ได้ สุดท้ายก็หยอดเหรียญกดมาหนึ่งตัว ได้ตัวที่อยากได้เสียด้วย แต่ว่าพอได้เรย์มาตัวนึงแล้วก็อยากได้อาสึกะในพลั๊กสูทสีแดงมาเข้าคู่อีกซักตัว

Gainax มันเก่งเรื่องดูดเงินแฟนการ์ตูนจริงๆ

รูปถ่ายด้วยกล้องที่ติดมากับ macbook
noise กระจาย แต่ก็ยังดีที่มีให้ใช้ เพราะไม่มีกล้องดิจิตอลอื่นแล้ว

Top o Nerae!

Gunbuster (Top o Nerae!) เป็นอนิเมความยาว 6 ตอนจบ ตั้งแต่ปี 1988 ยุคแรกของสตูดิโอ Gainax และเป็นผลงานกำกับเรื่องแรกของ Hideaki Anno ผู้ที่อีก 8 ปีต่อมา โด่งดังเป็นพลุแตกกับซีรีส์ Neon Genesis Evengelion

สองตอนแรก ผู้กำกับหลอกคนดูให้ตายใจว่านี่เป็นอนิเมสาวน้อยนักกีฬา แข่งขันเพื่อเป็นผู้บังคับสุดยอดหุ่น Gunbuster แต่ในตอนหลังก็หักหลังคนดู เปลี่ยนเรื่องให้กลายเป็นไซไฟซีเรียสไปซะอย่างงั้นเลย ซึ่งเทคนิคหลอกคนดูให้ตายใจแล้วหักหลังในตอนท้ายเนี่ย ถูกเอากลับมาใช้อีกใน Evangelion เหมือนกัน

  • เพิ่งรู้ว่าอนิเมสมัยนั้นมีฉาก Fan service ด้วย
  • เนื้อเรื่องเป็นไซไฟ แบบ hard sci-fi คือมีหลักการเหตุผลเป็นวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่น ลงลึกในรายละเอียด และธีมของเรื่องนี้เล่นกับเรื่อง Time dilation (การเหลื่อมล้ำของเวลา เนื่องจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร่งสูงมากๆ) เป็นหลัก
  • ฉากการต่อสู้สุดท้ายในเรื่อง ไม่มีเสียงระเบิดตูมตาม แต่ใช้วิธีเปิดเพลงคลาสสิคประกอบ (เทคนิคนี้ถูกเอามารีไซเคิลอีกใน Evangelion)
  • Gunbuster มีความสูงประมาณ 250 เมตร ใหญ่ที่สุดในการ์ตูนหุ่นยนต์ทั้งหลาย
  • เทียบกับการ์ตูนหุ่นยนต์เรื่องอื่น Gunbuster ทำลายศัตรูไปมากที่สุด เท่าที่ดูในเรื่องก็จัดการเอเลี่ยนไประดับ billion ตัว (เยอะโคตรๆ และเก่งเว่อร์ๆ)

ดูลายเส้นของเรื่องนี้ค่อนข้างคุ้นตา พอไปหาข้อมูลก็พบว่าเป็นงานยุคแรกๆ ของ Haruhiko Mikimoto คนวาดเรื่อง Ecole du Ciel (ชื่อไทยว่า โรงเรียนนายร้อยบนฟากฟ้า) นี่เอง

ล่าสุด Gunbuster มีภาคสองออกมาแล้วในชื่อว่า Diebuster (Top o Nerae 2!) เนื้อเรื่องและตัวละครไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับภาคเก่า แต่ก็ท่าทางจะน่าดูดี

1st time Gashapon

วันก่อนลองไปหมุนตู้กาชาปองดูเป็นครั้งแรก
มันเป็นของสะสมแบบหนึ่ง คือหน้าตาจะเหมือนตู้หมุนไข่ธรรมดา แต่ไข่ใบโตหน่อย หน้าตู้จะมีแปะไว้ว่าตู้นั้นเป็นชุดอะไร ประกอบด้วยตัวอะไรบ้าง คนซื้อก็หยอดเหรียญ หมุน แล้วไข่ที่มีตัวฟิกเกอร์อยู่ข้างในก็จะออกมาแบบ Random ได้ตัวใดตัวหนึ่ง เลือกไม่ได้

ตู้ส่วนใหญ่ที่เคยเห็นก็จะมีแต่พวก คาเมนไรเดอร์, นารูโตะ ที่ไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ พอดีไปเจอตู้ที่มันเป็นเซต Gainax Girls 2 แต่ละตัวก็ทำออกมาสวยดี คิดว่าสวยกว่าชุดแรกอีก ก็เลยลองหมุนดู หาตัวอะไรไปตั้งบนโต๊ะทำงานที่ออฟฟิซสักหน่อย กลัวว่ามันจะโล่งเกิน

ในเซต Gainax Girls 2 นี่มีทั้งหมด 5 ตัว เป็นคาแรคเตอร์จากอนิเมชันของค่าย Gainax ทั้งหมด คือ Asuka (Evangelion), Munemune (Abesho), Noriko (Gunbuster), Hikari (Konomini) แล้วก็ Haruko (FLCL)

ตัวที่อยากได้คือ Asuka แต่ดันหมุนออกมาแล้วได้ Munemune แทน -_-’

Dining with Lilith

จากที่นี่ แปลไม่ออกหรอก แต่ถ้าใครเป็นแฟน Evangelion แค่เห็นก็ขำแล้ว
ดูสิ อันซ้ายมือ เป็นหอกลองจินุสซะด้วย

สิบปีผ่านไป แต่ Gainax ก็ยังหากินกับ Eva ไปได้เรื่อยๆ