เห็นคนอื่นๆ ทำกันหลายคนแล้ว ขอลองทำเองบ้าง

กำลังคิดว่าคนอื่นคงไม่เข้าใจผิดว่า งาน Barcamp Bangkok เป็นงานให้คนมาหมุน rubik กันหรอกนะ

หลังจากความสำเร็จของ Barcamp Bangkok ครั้งแรกเมื่อต้นปี สิ้นเดือนนี้ Barcamp Bangkok จะกลับมาอีกครั้ง ยิ่งใหญ่กว่าเดิม!

Barcamp เป็นงานสัมมนาแบบไม่เป็นทางการ คนที่มางานไม่มีแบ่งคนฟังหรือคนพูดอย่างชัดเจน แต่ทุกคนที่มาจะมีส่วนร่วมอย่างใดอย่างหนึ่งกับงานเสมอ จะนำเสนอเรื่องราวที่ตัวเองสนใจ ซักถาม พูดคุย เปิดประเด็นในเรื่องต่างๆ อะไรก็ได้ ถือเป็นการมีส่วนร่วมกับงานทั้งนั้น ความสนุกของงาน Barcamp อยู่ที่การสร้างบรรยากาศในการอภิปราย จะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเครียด หรือมีสาระ จะขำๆ บ้างก็ได้ ใน Barcamp ครั้งแรก นอกจากเรื่องเทคโนโลยีแล้ว ยังมีเรื่องจักรยานไต่เขา การล้างฟิล์ม ชีวิตคู่ หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมโอตาคุ!

แคมเปญ “Do anything at Barcamp” เกิดขึ้นเพื่อเชิญชวนผู้เข้าร่วมงาน Barcamp Bangkok ทุกท่านมา “ทำอะไรก็ได้” ขอแค่มีส่วนร่วมกันเยอะๆ เพื่อให้งานมันสนุก! งาน Barcamp ไม่ใช่งานสัมมนาทางวิชาการ เราไม่ได้มาเพื่อนั่งฟังอย่างเดียว เรามางานนี้เพราะอยากจะสนุกกันไม่ใช่หรือ?

เชิญชม คลิปโปรโมทแรกของแคมเปญ Do anything at Barcamp

update: มีคลิปสองแล้วด้วย

Cross-Processing

by pittaya

อัพเดตสไลด์ที่ไปพูดในงาน BarCamp Bangkok 2008

คนอื่นที่พูดเริ่มมีบางส่วนอัพโหลดเข้าไปไว้ที่ slideshare แล้ว Slideshows for tag: barcampbangkok

Barcamp Bangkok

ไป BarCamp Bangkok มาวันนี้ (ใครไม่รู้จัก barcamp คร่าวๆ คือมันเป็นงานสัมมนาแบบให้ที่ให้คนมาร่วมงานเป็นคนเลือกหัวข้อที่จะพูดกันเอง รายละเอียดเต็มๆอ่านได้ที่นี่) มี session น่าสนใจหลายอันทีเดียว บางอันเวลาชนกันก็ต้องตัดใจฟังแค่อันใดอันหนึ่ง ที่ไปฟังมาแล้วน่าสนใจก็มีเรื่อง SSH productivity tips เป็นการใช้ฟีเจอร์ที่เราไม่ค่อยได้ใช้ของ SSH ได้เปิดหูเปิดตาดีเหมือนกันว่า SSH มันทำอะไรได้มากกว่าทีคิดมากนัก, Twitter Rules โดย sugree ฟังดูแล้วเหมือนโฆษณาเผยแพร่ลัทธิ twitter ดี, อีกเรื่องที่น่าสนใจและเอาไปใช้คือ Tsung เป็น framework สำหรับทำ distributed load testing, มีเรื่อง Mahlee เป็น library สำหรับทำ multithread javascript น่าสนใจดี แต่ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาไปใช้กับงานไหน

ไฮไลท์ของงานอยู่ที่ session เรื่อง AV Development Life Cycle คนเข้าฟังกันล้นหลาม ว่าด้วยเรื่อง Adult Video ของญี่ปุ่น เค้ามีที่มาที่ไปยังไง ระบบธุรกิจแบบไหน และทำยังไงถึงจะได้ไปเป็นดารากับเค้าบ้าง! (รูปประกอบจาก plynoi - NSFW!)

คนที่ไป barcamp จะมีกฎว่าต้อง “พูด” คือจะเตรียมเรื่องไปพูดก็ได้ หรือว่าจะไป discuss กับคนอื่นก็ได้ แต่ห้ามไปแล้วเงียบ ต้องมีส่วนร่วมกับงาน ก่อนวันงานก็เลยเตรียมเรื่องไปพูดด้วย (เรื่อง cross process) แต่คงเป็นเพราะพวก geek ส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องฟิล์มกันแล้ว รวมทั้งสถานที่ไม่เพียงพอให้ทุกคนพูด ทำให้ session ที่มีคนสนใจน้อยต้องหลีกทางให้กับเรื่องที่มีคนสนใจเยอะๆ

แต่โชคดีที่ว่ามีห้องว่างเปิดได้อีก track พอดี บรรดาคนอกหักที่ไม่ได้พูดในตอนแรกก็เลยมากองรวมกันในห้องนี้ ตอนที่พูดมีคนฟังประมาณเกือบ 10 คน แค่นี้ก็ดีใจแล้ว และเอาเข้าจริงๆ เรื่องที่มาพูดกันในห้องคนอกหักนี่ออกจะน่าสนใจกว่า track อื่นด้วยซ้ำ เพราะว่า track อื่นจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้าง mass แล้วบางเรื่องก็ไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดมากนัก แต่มันเป็นเรื่องที่ mass แหละมั้งเลยมีคนสนใจเข้าไปฟังเยอะ โดยส่วนตัวแล้วผมว่า barcamp มันควรจะพูดกันเรื่องแปลกๆ เรื่องประสบการณ์ส่วนตัว หรืออะไรที่หาอ่านไม่ได้ง่ายๆ จากในเว็บสิถึงจะสนุก แล้วต้องมา discuss กันเยอะๆ ด้วย อย่างใน session เรื่อง Web Accessability ของคุณปกป้อง ทีแรกก็เป็นเรื่องทำเว็บสำหรับคนพิการอยู่ดีๆ แต่ discuss กันไปถึงเรื่องกฎหมายซะงั้น (ชอบๆ)

session ในห้องคนอกหักที่ได้ฟังมีเรื่องความลำบากของนัก bioinformatics ในไทย โดยคุณ molecularck กับอีกเรื่องคือ Doujinshi Subculture in Web 2.0 ของคุณ pramook ที่มาในแบบ Lessig Style !

ตอนพักเที่ยงมีอาหารอินเดียเลี้ยง แจกเสื้อยืดฟรีคนละตัว จบงานตอนเย็นไปกินข้าวเย็นกันต่อก็ฟรีอีก!
ขอบคุณสปอนเซอร์และคณะทำงานทุกท่าน พบกันใหม่ใน barcamp ครั้งหน้า!