hesheit เล่ม 9 และ 10 ออกแล้ว

ทำปกออกมาแบบนี้มีเคือง เพราะปกของเล่ม 1-8 มันต่อกันหมดเป็นรูปยาวๆ พอสองเล่มนี้ออกมาแบบนี้แล้วมันไม่เข้าเซต
hesheit เล่ม 9 และ 10 ออกแล้ว

ทำปกออกมาแบบนี้มีเคือง เพราะปกของเล่ม 1-8 มันต่อกันหมดเป็นรูปยาวๆ พอสองเล่มนี้ออกมาแบบนี้แล้วมันไม่เข้าเซต
เคยบ่นว่าอยากอ่าน ตอนนี้มีอ่านแล้ว

ราคา Kinokuniya 1,585 บาท พร้อมห่อปก
คนอื่นซื้อ แต่ฉกมาอ่านก่อน
อัพเดต: อ่านไปคร่าวๆ รู้สึกว่าเขียนดี ครอบคลุม scenario ที่คนใช้ platform LAMP ต้องเจอ อธิบายเข้าใจง่ายดีด้วย
Kafka on the Shore ฉบับแปลไทยออกมาได้เมื่อเดือนมีนาคม เวลาผ่านไปครึ่งปี มีงานแปลเล่มใหม่ของ Haruki Murakami มาให้อ่านอีกแล้ว เร็วเหลือเชื่อ

ครั้งนี้ถึงคิวของ The Wind-up Bird Chronicle สำนวนแปลของ นพดล เวชสวัสดิ์ เจ้าเก่า พอดีเล่มนี้มีคนเอื้อเฟื้อฉบับภาษาอังกฤษมาให้ (แต่ยังไม่ได้อ่าน) เพื่อเป็นการประหยัดและฝึกภาษา คงต้องอ่านภาษาอังกฤษเอา ลดจำนวนหนังสือที่จะซื้อในงานหนังสือไปได้อีกหนึ่งเล่ม
ตอนนี้นิยายเรื่องยาวของ Murakami ก็แปลเป็นไทยออกมาหมดแล้ว ที่เหลือก็เป็นงานรวมเรื่องสั้นอย่าง Elephant Vanishes กับ Blind Willow, Sleeping Woman ไม่รู้ว่าจะมีแปลออกมาด้วยหรือเปล่า
แวะไปอ่านเรื่องของ Noam Chomsky ใน wikipedia เพราะข่าวที่ว่าประธานาธิบดี Hugo Chávez ของเวเนซุเอลา ไปแนะนำหนังสือ Hegemony or Survival: America’s Quest for Global Dominance (The American Empire Project) ในเวทีที่ประชุมสหประชาชาติ
ผมคิดว่าคนกลุ่มแรกที่ควรอ่านหนังสือเล่มนี้คือพี่น้องของเราในสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้เพราะภัยคุกคามอยู่ในบ้านของพวกเขาเอง ปิศาจตนนี้อยู่ในบ้านท่าน ปิศาจตนนี้อยู่ในบ้านท่านแท้ ๆ
และปิศาจตนนี้มาที่นี่เมื่อวานนี้ (เสียงปรบมือ)
เมื่อวาน ปิศาจตนนี้มาที่นี่ ยืนตรงนี้ ตรงนี้ กลิ่นกำมะถันของมันยังฉุนกึกมาถึงวันนี้ ตรงแท่นปราศรัยที่ผมกำลังยืนอยู่นี่แหละ
– ตัดตอนมาจาก ประชาไท
ปรากฏว่าหลังจากนั้นหนังสือก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนติดอันดับหนึ่งของ Amazon
ดูอเมริกันชนเค้ามีความตื่นตัวกันดีนะ
เลื่อนไปดูอันดับขายดีอื่นๆ จนไปสะดุดตาที่อันดับ 12
หนังสือชื่อว่า U2 by U2

เห็นปกแล้วสงสัยว่ารูปนี้ไปถ่ายกันตั้งแต่สมัยไหน อย่าง Bono ยังพอมีเค้าบ้าง แต่ว่า The Edge นี่เปลี่ยนไปเยอะ
สังขารคนเราไม่เที่ยงจริงๆ
ถ้าเราทำให้สถาบันธรรมาภิบาลต่างๆ ที่เหมาะสมเกิดขึ้นและใช้การได้ นั่นคือมีศาลที่มีประสิทธิภาพ, มีกฎหมายที่ดี, มีนักการเมืองที่ซื่อสัตย์, มีประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม, มีการบริหารประเทศอย่างโปร่งใสที่เคารพสิทธิมนุษยชน และให้ประชาชนได้มีสิทธิ์มีเสียงในการตัดสินใจที่จะกระทบต่อชีวิตของพวกเขา เมื่อนั้น โลกาภิวัฒน์ก็จะเป็นประโยชน์ต่อคนยากคนจนเช่นกัน พวกเขาเรียกมันว่า “โลกาภิวัฒน์ที่มีโฉมหน้าของมนุษย์” (Globalization with a human face)
ประเด็นก็คือว่า ถ้าทั้งหมดที่ว่ามานี้อยู่ในสภาพที่ใช้ได้จริง ไม่ว่าอะไรแทบทุกอย่างก็จะสำเร็จทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าสังคมนิยม, ทุนนิยม หรืออะไรก็ตามแต่ ในสวรรค์น่ะทุกอย่างใช้ได้จริงทั้งนั้นแหละ ไม่ว่ารัฐคอมมิวนิสต์หรือเผด็จการทหาร! แต่ในโลกที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบนี้ โลกาภิวัฒน์ของบรรษัทจะเป็นตัวนำความไพบูลย์พูนสุขเหล่านี้มาให้เราจริงหรือ?
ตัดมาจากความเรียงเรื่องที่สามในหนังสือ จุดจบแห่งจินตนาการ (The End of Imagination) โดย อรุณธตี รอย นักเขียนชาวอินเดีย

สิ่งที่อรุณธตีเขียนถึง เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอินเดีย แต่น่าแปลกใจที่หลายตอน ถ้าเปลี่ยนเอาคำว่า “ไทย” ใส่เข้าไปแทนคำว่า “อินเดีย” ก็ยังรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเดียวกันอยู่