Girl from Mars

by pittaya

ได้ไปงาน Remix Sea 08 ของ Microsoft เมื่อวานนี้ ในงานได้ดูโฆษณา “Your Digital Lifestyle” ก็เป็นความพยายามของ Microsoft ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตของเรา ชอบตรงที่ใช้เพลง Girl from Mars ของ Ash แต่เอามาคัฟเวอร์โดยวงอินดี้จากแคนาดา ชื่อว่า Magneta Lane

เพลงเพราะดี แต่ส่วนเนื้อหานี่ยังรู้สึกไม่เนียนเท่าไหร่ ความรู้สึกมัน “PC” มากๆ (คนเคยดูโฆษณาของ Apple คงเข้าใจ)

My History

by pittaya

คนอื่นเล่นกันไว้หลายคนแล้ว (pphetra, sugree, mk) เอาของตัวเองมาให้ดูบ้าง

Tabris:~ pittaya$ history|awk ‘{a[$2]++} END{for(i in a){printf “%5d\t%s\n”,a[i],i}}’|sort -rn|head
114 cd
93 ls
62 vi
40 wget
32 ssh
20 rm
20 find
12 python
10 mv
8 mdls

เคยลองเอา Firefox 3 มา compile ใช้งานเองเมื่อนานมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนช่วงออก Alpha release เสียอีก พอดีว่าตอนนั้นมีปรับปรุงระบบ rendering engine ใหม่ ทำให้สามารถแสดงผล native widget บน Mac ได้ (หมายถึงพวกปุ่มกดทั้งหลาย ใน Firefox 2 จะหน้าตาเป็นเหลี่ยมๆ ไม่สวยเหมือนโปรแกรมบน Mac ปกติ เพิ่งมามีหน้าตาสวยเป็น Aqua เนียนๆ เอาในตอนเวอร์ชัน 3) ก็เลยอยากลองใช้

ใช้งานได้ไม่ถึงวันก็ต้องลบทิ้งเพราะมันไม่เสถียรอย่างแรง เล่นได้แป๊บๆ ก็ปิดตัวเอง ใช้แล้วเหน็ดเหนื่อย สุดท้ายก็กลับมาใช้เวอร์ชัน 2 เหมือนเดิม

ปัจจุบัน Firefox 3 ออกมาถึงรุ่น Alpha 8 แล้ว มีตัวตัดคำภาษาไทยในตัวแล้วด้วย โหลดมาแล้วไม่ต้องแก้อะไร ตัดคำได้ทันที เนื่องในโอกาสนี้ก็เลยทดลองเอามาใช้เป็น browser หลักดู ทดสอบความสามารถการตัดคำและความเสถียรไปด้วยในตัว

ทีแรกคิดว่าใน Firefox 3 มันเรนเดอร์ตัวหนังสือได้คมและเนียนกว่า Firefox 2 แต่ไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือว่ามันเนียนกว่าจริงๆ ก็เลยต้องทดสอบโดยจับเอา screenshot มาเทียบกัน

firefox 2 & 3 comparison

จะเห็นว่าใน Firefox 3 ตำแหน่งของวรรณยุกต์ (ตามที่วงกลมไว้) แสดงผลได้ถูกต้องกว่าเดิม หรืออย่างตรงที่ล้อมกรอบสี่เหลี่ยมไว้ คำว่า “เปิด” ใน Firefox 2 สระอิกับหาง ป.ปลามันจะทับกันอยู่ แต่ใน Firefox 3 ไม่ทับกันแล้ว นอกจากอันนี้แล้วตอนเปิดเวบ Google Reader ก็รู้สึกว่าตัวหนังสือภาษาอังกฤษใน Firefox 3 มันดูสวยกว่าในของเก่าด้วย

อีกอย่างหนึ่งที่น่าประทับใจคือความเร็วในการทำงาน รู้สึกได้เลยว่าเวอร์ชันใหม่นี้ทำงานรวดเร็ว ลื่นกว่าตัวเก่าอยู่เยอะ ส่วนหนึ่งก็คงเป็นอานิสงส์จากการยกเครื่องส่วน rendering engine ใหม่ (คุ้นๆ ว่าเคยอ่านเจอว่าใน Firefox 2 เวลาเรนเดอร์หน้าจอออกมา มันต้องวนใน message loop อะไรซักอย่าง (ที่เป็น API ของ Mac) ทำให้มันช้า)

แต่ข้อเสียใหญ่ๆ เลยคือว่า Extension (และ theme) ที่เป็นของเวอร์ชัน 2 เอามาใช้ด้วยกันไม่ได้ ที่เดือดร้อนที่สุดคือ Firebug ยังใช้ไม่ได้ เพราะ extension ตัวนี้ตัวเดียวที่เป็นเหตุผลที่ทำให้ยังคงต้องใช้ Firefox 2 อยู่ (extension อื่นไม่มีใช้ก็ยังไม่เดือดร้อนเท่าไหร่)

BTD 3.0

by pittaya

งาน Blognone Tech Day จัดกันมาเป็นครั้งที่ 3 (และครั้งสุดท้าย) แล้ว (สรุปครั้งที่ 1, 2) แต่คราวนี้โปรโมทไม่เยอะเท่าไหร่ คนที่มาร่วมงานเลยออกจะบางตาสักเล็กน้อย โดยสรุปๆ หัวข้อที่พูดกันไปก็มีเรื่อง

  • ทำ Font - คุณ iannnnn มาสอนวิธีทำ font ให้ดู ก็ไม่ยากนัก แต่ต้องอาศัยความอดทนพอสมควร รายละเอียด วิธีทำ ตัวอย่างต่างๆ แนะนำให้ไปหาอ่านที่ f0nt.com
  • UI design - โดยคุณ apirak มาพูดเรื่องการออกแบบ interface ของโปรแกรม แต่ออกจะหนักไปทาง mac ไปนิดนึง คาดว่าคนใช้ platform อื่นอาจจะตามไม่ทันในบางจุด
  • Ubuntu - น้องๆ จาก ubuntu club มาโชว์ความสามารถของ Gutsy Gibbon แต่ละคนนี่แค่ ม.1-ม.2 เท่านั้นเอง เก่งกันโคตรๆ เทียบกับตัวเองสมัย ม.2 ยังทำได้แค่นั่งเขียนโปรแกรมด้วยภาษา basic
  • Education - อ.เดฟ มาเล่าให้ฟังเรื่องประสบการณ์ในแวดวงการศึกษาเรื่อง computer science ในบ้านเรา ชอบประโยคเด็ดที่ว่า “นักศึกษาบ้านเราเป็นผลผลิตที่สมบูรณ์แบบของระบบการศึกษาที่ล้มเหลว”
  • 3KC interview - สัมภาษณ์ทีม 3KC ที่ชนะเลิศรายการ Imagine Cup ปีล่าสุด (โดยทีม duocore (ได้เห็นคุณมะเหมี่ยวตัวเป็นๆ แล้ว!)) เขียนโปรแกรมออกมาหน้าตางดงามสุดๆ (เห็นว่าใช้ WPF)
  • สรุปงาน - lew กับ mk ออกมาสรุปงานและทิศทางของ blognone ก็แสดงให้เห็นว่ามีความเป็น community driven มากขึ้น และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
  • ThaiGrid - เยี่ยมชมศูนย์ ThaiGrid โดยคุณ sugree ก็เห็นเป็นตู้ๆ ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไหร่ เพราะตอนที่อยู่ที่ทำงานเก่า เห็น server จำนวนเยอะกว่านี้หลายเท่าอยู่ในห้องเดียวกันมาแล้ว ความเจ๋งของ grid คือมันช่วยกันรันงานพร้อมๆ กันได้ แต่มันก็มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า สรุปว่ามันเจ๋งอยู่แต่ขาด wow factor
  • Dinner - ปิดท้ายด้วยข้าวเย็นร้านตรงข้ามเกษตร (อร่อยใช้ได้ และถูกมาก) ได้แลกเปลี่ยนความเห็นหลายๆ เรื่อง กับหลายๆ คน

ที่แย่คือ คืนวันศุกร์ ได้นอนเอาตอนตี 5 ได้มั้ง ตื่นขึ้นมา 9 โมง ซักผ้า แล้วค่อยรีบไปงาน BTD พอเลิกงานกลับมาถึงบ้านก็ปวดหัวตึ้บเลย วันอาทิตย์ไข้ขึ้น นอนยาวทั้งวัน

grep

by pittaya

เพิ่งรู้ว่าคำสั่ง grep บน *nix มันมีที่มาจากคำสั่ง ed ที่ว่า

g/re/p

ใน wikipedia บอกว่าความหมายคือ “search globally for lines matching the regular expression, and print them”

Plotting w/ Gnuplot

by pittaya

เคยได้ยินมานานแล้วว่าเวลาจะพล็อตกราฟ เค้านิยมใช้ Gnuplot กัน แต่ก็แค่เคยได้ยิน เพราะไม่เคยได้ใช้งานที่มันต้องพล็อตกราฟจริงๆ จังๆ ซักหน อย่างมากใช้แค่โปรแกรม SpreadSheet ทั่วไปก็เพียงพออยู่แล้ว แต่พอดีวันนี้มีความต้องการใช้การพล็อตกราฟจากสมการที่เป็น function ของ x หลายๆ สมการเทียบกัน แล้วก็ขี้เกียจเปิดโปรแกรม SpreadSheet ขึ้นมาใช้ เลยพยายามลองใช้ Gnuplot ดู

โชคดีที่ Gnuplot มีให้ใช้งานทั้งบน windows, linux แล้วก็ mac วิธีการติดตั้งบน mac ก็ไม่ยากอะไร แค่รันผ่านทาง fink เท่านั้นเอง

Tabris:~ pittaya$ apt-cache show gnuplot
Package: gnuplot
Source: gnuplot
Version: 4.0.0-1005
Priority: optional
Section: sci
Maintainer: Jeffrey Whitaker <jswhit @fastmail.fm>
Depends: libpng3-shlibs (>= 1.2.5-3), texinfo, aquaterm (>= 1.0.0-1002), aquaterm-shlibs (>= 1.0.0-1002), readline-shlibs (>= 4.3-1028), pdflib-shlibs (>= 5.0.1-1), x11, ncurses (>= 5.4-20041023-1006), libncurses5-shlibs (>= 5.4-20041023-1006), gd2-shlibs, libjpeg-shlibs, darwin (>= 8-1)
Architecture: darwin-i386
Filename: dists/fink-0.8.1/main/binary-darwin-i386//sci/gnuplot_4.0.0-1005_darwin-i386.deb
Size: 2438510
Installed-Size: 6320
MD5sum: ff5fe43474e8491e0ab3c088477bec4a
Description: Command-driven interactive plotting program
It can be used to plot functions and data points in both two- and
three-dimensional plots in many different formats, and will accommodate
many of the needs of today’s scientists for graphic data representation.
.
Web site: http://www.gnuplot.info/

Tabris:~ pittaya$ apt-get install gnuplot

library ที่จำเป็นต้องใช้งานส่วนใหญ่ก็มีอยู่แล้ว ยกเว้น Aquaterm ที่ไม่ได้ลงไว้ fink ก็จะไปโหลดมาลงให้เอง สะดวกสบายดี

ติดตั้งเสร็จแล้วก็อ่านวิธีใช้แบบคร่าวๆ จาก Tutorial พอให้ทำงานได้

Trigonometry

วาดกราฟตรีโกณใช้แค่คำสั่งนี้ที่ shell ของ gnuplot
gnuplot> plot sin(x), cos(x), tan(x)

ง่ายกว่าที่คิด

VLC

by pittaya

VLC

VLC เป็นโปรแกรม media player ใช้งานได้ทั้งบน Windows, Mac และ Linux
เปิดดูไฟล์ได้เกือบทุกฟอร์แมต ใช้เป็นตัว encoder ก็ได้ ไม่มีปัญหา codec ตีกัน เป็นโปรแกรมที่จำเป็นต้องมีติดเครื่องไว้ตลอด

รูปนี้ถ่ายตรงที่มีก่อสร้างใกล้ๆ อพาร์ตเมนท์ เห็นกรวยส้มๆ ตั้งอยู่แล้วมันคิดถึง VLC ขึ้นมาตะหงิดๆ
ถ่ายด้วย Lomo LC-A, Fuji Provia 100F, cross-processed

บทความพิเศษจาก blognone แปลจาก blog ของ Jonathan Schwartz โดย mk แนะนำให้อ่านกัน

ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF

เมื่อสองสามปีก่อนตอนที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ ผมได้ไปรื้อภาพถ่ายครอบครัวสมัยก่อนที่เก็บในกล่องใส่รองเท้า ผมสนุกกับการดูรูปภาพเหล่านี้มาก จนกระทั่งผมนึกขึ้นมาได้ว่าภาพความทรงจำเหล่านี้มีเพียงอย่างละใบเท่านั้น มีแค่ไม่กี่รูปที่อัดสำรองไว้มากกว่าหนึ่ง ให้ตายสิ

กล่องรองเท้ากล่องนั้นมันเก่ามากแล้ว ผมลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเกิดน้ำท่วมหรือไฟไหม้ขึ้นมาล่ะจะทำยังไง ผมอยากเก็บรูปภาพเหล่านี้ไว้ให้ลูกๆ ของผมดูว่าสมัยก่อนพ่อของพวกเขาหน้าตาแบบไหน และอยากส่งผ่านไปยังรุ่นหลานรุ่นเหลนของผมอีกด้วย

ดังนั้นผมจึงทำตัวเป็นลูกชายที่ดี นำกล่องรองเท้านั้นกลับบ้าน สแกนรูปภาพทั้งหมดลงคอมพิวเตอร์ (และไม่ลืมเอากล่องนั้นไปคืน) ไฟล์รูปภาพถูกเก็บลงฮาร์ดดิสก์ในแล็ปท็อป ซึ่งผมมักจะวางมันไว้ในครัว

แต่พอนึกถึงกิจกรรมในครัว ผมก็คิดว่ามันยังอันตรายอยู่ดีที่รูปจะหาย (มีโอกาสหายมากกว่าไว้ในกล่องรองเท้าด้วยซ้ำ) ผมทำสำเนาลงดีวีดี แยกเก็บไว้หลายแห่งตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงแจกไปยังญาติพี่น้อง อย่างไรก็ตาม ระบบการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายดีวีดีเกือบทั้งหมดจะหายไป!

มีคนเคยพูดไว้ว่า “เครือข่ายนั่นแหละคือคอมพิวเตอร์” ผมเลยแก้ปัญหาโดยการอัพโหลดรูปทั้งหมดไปไว้บนอินเทอร์เน็ต วิธีคิดของผมคือถ้าคุณอยากเก็บอะไรซักอย่างไว้ในกล่องรองเท้า คุณก็ควรจะจ้างมืออาชีพดูแลกล่องรองเท้าของคนอื่นให้มาดูแลกล่องของคุณด้วย บริการเว็บฝากรูปก็เช่นกัน มันน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเก็บรูปภาพก็ได้

แต่แล้วผมก็คิดต่อไปอีก…

มีอะไรรับประกันไหมว่าบริการฝากรูปพวกนี้จะคงอยู่ตลอดไป และผมสามารถเรียกรูปภาพของผมมาดูใหม่ได้ในอีกห้าสิบปีข้างหน้า เทคโนโลยีเก็บรูปในอนาคตจะเป็นแบบไหน มันจะยังสามารถเปิดไฟล์แบบเก่าได้หรือไม่

นี่เป็นแค่ตัวอย่าง มาถึงตอนนี้คุณคงพอเห็นภาพแล้วว่าทำไม Open Document Format เป็นเรื่องสำคัญ

ลองสมมติตัวเองเป็น ส.ส. ที่ร่างกฎหมาย, หมอที่ต้องเขียนประวัติคนไข้ หรือนักเรียนที่ต้องเขียนเรียงความก็ได้ ถ้าอีกห้าสิบปีข้างหน้า คุณอยากกลับมาแก้เอกสารพวกนี้อีกครั้ง คุณยังสามารถทำได้หรือเปล่า? ลองคิดดูว่าถ้าบริษัทที่พัฒนาโปรแกรมสำหรับแก้ไขเอกสารเหล่านี้ล้มละลาย หายไปจากตลาด หรือบังคับให้คุณจ่ายเงิน 10,000 เหรียญสำหรับโปรแกรมที่เปิดไฟล์รุ่นเก่าได้ ตัวอย่างเหล่านี้สอนเราว่า “เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ข้อมูลยังต้องคงอยู่”

แล้วเราจะทำอย่างไร?

ข้อมูลที่คุณสร้างนั้นเป็นของคุณ ไม่ใช่ของบริษัทซอฟต์แวร์ คุณคงจะไม่อยากจ่ายเงินให้บริษัทผู้ผลิตกล้องทุกครั้งเวลาอยากดูรูปถ่ายของตัวเองหรอกนะ ความเสี่ยงพวกนี้เกิดจากการใช้โปรแกรมที่ไม่ทำตามมาตรฐานเปิด อย่าเพิ่งลืม “เทคโนโลยีจะเปลี่ยนไปแค่ไหนก็ตาม ข้อมูลยังต้องคงอยู่”

นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทไฮเทคจำนวนมาก และหน่วยงานภาครัฐบาลของหลายประเทศ พัฒนา Open Document Format (หรือรู้จักกันในชื่อย่อว่า ODF) ขึ้นมา ODF เป็นมาตรฐานเอกสารแบบเปิด เป็นอิสระไม่ผูกติดกับโปรแกรมที่ใช้สร้างเอกสารของเจ้าใดเจ้าหนึ่ง

ดังนั้นถ้าคุณเขียนประวัติคนไข้หรือเรียงความด้วยโปรแกรมเวิร์ดโพรเซสเซอร์ที่สนับสนุน ODF ในอีกห้าสิบปีข้างหน้าคุณจะยังสามารถเข้าถึงข้อมูลของคุณได้เสมอ ODF เป็นมาตรฐานเปิดอย่างแท้จริง ไม่ต้องเสียค่าลิขสิทธิ์ในการใช้งาน ปัจจุบันมีบริษัทซอฟต์แวร์จำนวนมากสนับสนุนการนำ ODF ไปใช้งาน ตัวอย่างเช่น ไอบีเอ็ม ซัน กูเกิล เรดแฮท หรือแม้แต่ไมโครซอฟท์เองก็เถอะ

สำหรับธุรกิจที่มีนโยบายการเก็บรักษาเอกสารแล้ว ความคงทนของข้อมูลและฟอร์แมตไฟล์นั้นสำคัญกว่าตัวโปรแกรม (และพนักงาน) ที่สร้างเอกสารมาก นี่เป็นแนวคิดเดียวกับเรื่องการเก็บภาพในกล่องรองเท้า ในฐานะที่ผมเป็น CIO ของครอบครัว ผมต้องการให้ภาพพวกนั้นมีอายุยืนยาวกกว่าตัวผมอยู่แล้ว

ตอนนี้เรากำลังทำงานร่วมกับกูเกิลในการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่าง OpenOffice กับบริการออนไลน์ของกูเกิลโดยใช้ ODF เป็นสื่อกลาง เอกสารทุกฉบับที่สร้างด้วยชุดออฟฟิศออนไลน์ของกูเกิลจะสามารถนำมาใช้กับ OpenOffice ได้ โปรแกรมทั้งสองตัวช่วยรับประกันความเข้ากันได้ของเอกสารในระยะยาว ไม่จำกัดว่าเอกสารนั้นจะเป็นกฎหมาย สัญญา ประวัติคนไข้ ไดอารี หรือแผนธุรกิจ นี่รวมไปถึงสเปรดชีตและเอกสารนำเสนอด้วย

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก OpenOffice มันเป็นชุดโปรแกรมสำนักงานที่ทุกคนสามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ปัจจุบันมีคนจากทั่วโลกดาวน์โหลดไปแล้วหลายร้อยล้านชุด ล่าสุดบริษัทไมโครซอฟท์ได้ประกาศสนับสนุน ODF ผ่านทางปลั๊กอิน ซึ่งคุณจะสามารถดาวน์โหลดได้ในเร็วๆ นี้ ปลั๊กอินตัวนี้จะช่วยให้ไมโครซอฟท์เวิร์ดสามารถอ่านและเขียนเอกสารในรูปแบบ ODF ได้

ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนมัธยมหรือบริษัทน้ำมันข้ามชาติก็ตาม คุณควรใช้ ODF เป็นฟอร์แมตเอกสารหลัก การใช้ ODF ช่วยให้โปรแกรมแบบโอเพนซอร์สและไม่เปิดซอร์สแลกเปลี่ยนข้อมูลข้ามกันได้อย่างราบรื่น เพราะนี่เป็นเรื่องของมาตรฐาน ไม่ใช่ในระดับเทคโนโลยีหรือผลิตภัณฑ์ใดๆ

ถ้าคุณเป็นผู้บริหารองค์กรขนาดใหญ่ คุณอาจเลือกให้ส่วนงานที่ต้องติดต่อกับภายนอกใช้ไมโครซอฟท์เวิร์ดได้ต่อไป แต่ย้ายพนักงานส่วนอื่นไปใช้โปรแกรมที่รองรับ ODF ได้ดีกว่า (ไม่ว่าจะเป็น OpenOffice, ชุดออฟฟิสของกูเกิล หรือโปรแกรมอื่นๆ ก็ตาม) สิ่งที่ทำให้อินเทอร์เน็ตแพร่หลายคือระบบที่แตกต่างกันสามารถทำงานร่วมกันได้ (interoperability) ในราคาที่ไม่แพงจนเกินไป (affordability) ในฐานะที่เรารู้จักและใช้งานจุดแข็งเหล่านี้เป็นอย่างดีแล้ว เราก็ควรเลือกระบบที่มีคุณลักษณะพวกนี้ไว้ใช้ในอนาคตเช่นกัน

Jonathan Schwartz
ประธานและ CEO บริษัท Sun Microsystems

(ต้นฉบับภาษาอังกฤษ)

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ODF

จากงาน BTD ครั้งแรก มีพูดเรื่อง Askterisk เป็นเทคโนโลยีเกี่ยวกับเรื่องโทรศัพท์/PABX ตอนนั้นคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัว ก็เลยไม่ได้ติดตามหาข้อมูลต่อนัก

พอดีวันนี้ Tim O’Reilly พูดถึง Asterisk ขึ้นมา แล้วยังบอกอีกว่าหนังสือ Asterisk ของ O’Reilly ขายดีเป็นอันดับ 12 เสียด้วย

มาเงียบๆ แต่เหมือนจะมาแรง

สืบเนื่องมาจากข่าววันก่อน ทางฝั่งผู้ใช้งาน opensource ได้ร่างจดหมายเปิดผนึก เตรียมส่งไปชี้แจงแล้ว

อ่านรายละเอียดและร่วมลงชื่อได้ที่ Blognone

Next Page »