ผมสงสัยมาตลอดว่า ทำไมหลายๆ คนชอบใช้มือถือที่มันมีฟีเจอร์เยอะๆ อย่างเช่นว่าต้องฟังเพลงได้ มีกล้องถ่ายรูป ริงโทนเสียงสดใส ใส่เม็มเพิ่มได้ ฯลฯ สาธยายไม่หมด หรือไม่ก็ไปถามเรื่อง จะเลือกซื้อเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลแบบไหนดีในเวบบอร์ดซักแห่งหนึ่ง บรรดาผู้หวังดีจะเข้ามาตอบบอกว่า ยี่ห้อนี้ฟัง FM ไม่ได้ ยี่ห้อนั้นอัดเสียงได้ อีกยี่ห้อทำอะไรไม่ได้เลย ฯลฯ เป็นการวัดกันที่ฟีเจอร์ล้วนๆ เลย
หมดยุคของการยัดฟีเจอร์เข้าไปเยอะๆ แล้ว เดี๋ยวนี้มันต้องคำนึงถึงการใช้งานของผู้ใช้ด้วย
บทสรุป 10 ข้อ จาก Why Features Don’t Matter Anymore: The New Laws of Digital Technology
- ฟีเจอร์เยอะไม่ใช่ว่าดี ตรงกันข้าม มันจะทำให้ผู้ใช้สับสนเสียอีก
- ยิ่งใส่ฟีเจอร์เพิ่ม ก็ยิ่งใช้ยาก
- ถ้ามันท่าทางจะใช้ยาก คนก็ไม่ซื้อ
- สไตล์เป็นเรื่องจำเป็น
- ผู้ใช้จะใช้งานเฉพาะฟีเจอร์ที่ใช้เป็น (และใช้ง่าย)
- ฟีเจอร์ใช้ยาก ต้องเรียนรู้ จะไม่ค่อยมีคนใช้
- ฟีเจอร์ที่ไม่มีใครใช้นอกจากจะไร้ประโยชน์แล้ว ยังทำให้สินค้าโดยรวมใช้ยากขึ้นด้วย (เคยใช้ Word มั้ย?)
- ไม่ว่าทางเทคนิคมันจะเจ๋งแค่ไหนหรือว่าทำงานยังไง แต่ผู้ใช้สนใจแค่ว่ามันทำอะไรได้
- ลืมเรื่อง “killer feature” ไปได้เลย ยุคนี้มันต้อง “killer user-experience”
- Less is more แต่ less น่ะแหละ ที่ยาก
ถ้าเอากฏ 80/20 หรือ Pareto principle มาใช้ในกรณีนี้ คือผู้ใช้ จะใช้เวลา 80% กับฟีเจอร์ 20% ของทั้งหมด
จุดสำคัญคือ ทำฟีเจอร์ 20% ที่ใช้บ่อยให้มันเจ๋งๆ อีก 80% ปล่อยๆ มันก็ได้ ไม่ค่อยมีใครใช้หรอก
That’s why i LOVE Firefox & iPod