Miyatake

by pittaya

ไปลองกินปลาทูน่ามา ที่ร้าน Miyatake ชั้น 5 เซ็นทรัลเวิร์ด โซนอิเซตัน

เค้าว่าปลาทูน่า (คนญี่ปุ่นเรียก มากุโร่) มีหลายพันธุ์ จับได้จากทะเลหลายแห่ง แต่ละส่วนก็มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป บริเวณเนื้อแดง ไม่ค่อยมีไขมันเรียก Akami ส่วนท้องที่มีไขมันมากขึ้นเรียกว่า Chutoro แล้วก็ส่วนท้องที่มีไขมันมากที่สุดเรียกว่า Otoro

Miyatake
สีเข้มๆ นั่นคือ Akami ที่ร้านบอกว่าจับได้จากทะเลอันดามัน

เซตที่สั่งมาจะมี Akami 3 ชิ้น Chutoro 2 ชิ้น และ Otoro 2 ชิ้น ในการ์ตูนซูชิเค้าแนะนำว่า ควรเริ่มกินจากรสอ่อนไปยังรสเข้ม ก็คือให้เริ่มจาก Akami > Chutoro > Otoro

Miyatake
Otoro จับได้จากทะเลสเปน

เค้าว่าไขมันของปลาทูน่านี้ เป็นไขมันสัตว์ที่ละลายได้ง่ายมาก แค่ความร้อนจากร่างกายก็ทำให้ละลายได้แล้ว เป็นที่มาของคำว่า “ละลายในปาก”

Miyatake
อันนี้เป็น Chutoro จากทะเลออสเตรเลีย

อ่านการ์ตูนทำอาหารมากเกินไปนี่มันไม่ดีจริงๆ นะเนี่ย

Red Bull Cola

by pittaya

กระทิงแดงโคล่า บังเอิญไปเจอที่ 7-11 ใกล้บ้าน ขายอยู่กระป๋องละ 10 บาท

Red Bull Cola
โลโก้ บนกระป๋องสีแดง

Red Bull Cola
ไม่มีกาเฟอีน

ลองแล้วคิดว่ากินโค้กอร่อยกว่านะ

วันนี้เถลไถลอยู่แถวสยามจนกระทั่งสามทุ่ม นึกขึ้นมาได้ว่าใน supermarket ของสยามพารากอน ตอนใกล้ๆ จะปิด มันมักจะมีของมาลดราคาขาย พอลองไปด้อมๆ มองๆ ดูก็มีอยู่จริงๆ

ที่เห็นเป็นชุดปลาดิบ ใส่กล่อง ลดราคาเหลือ 100 เดียว มีโชยุกับวาซาบิมาให้พร้อม ซื้อกลับมากินที่ห้อง ไม่ต้องทำอะไรมากมาย กินได้ทันที

Sashimi from Supermarket
มีปลาให้ 4 ชนิด อย่างละประมาณ 5 ชิ้น ไม่มีป้ายบอกว่าปลาอะไรบ้าง รู้แค่อันเดียวว่าสีส้มๆ คือแซลมอน

Sashimi from Supermarket
แกะกล่อง ถ่ายให้เห็นแซลมอนกันชัดๆ

ปัญหาคือว่า การเดินทางออกจากสยามพารากอนกลับหอ ใช้เวลานั่งรถเมล์ประมาณครึ่ง ชม. กว่าจะมาถึงห้องปลามันก็อุ่นๆ หมดแล้ว ไม่มีความเย็นเหมือนตอนที่ซื้อออกมา ซ้ำยังแล่ออกมาได้เละๆ โชยุกับวาซาบิก็เป็นแบบสำเร็จรูป หวังอะไรกับรสชาติมากไม่ได้ ไม่รู้ว่าคิดยังไงถึงได้ซื้อมากิน (อาจเป็นเพราะหิว ไม่ได้กินมานาน และเห็นมันลดราคาอยู่)

พอกินเข้าไป ยิ่งรู้สึกเสียดายตังค์ ทีแรกกะว่าอยากกินแค่บรรเทาอาการอยาก แต่กินปลาดิบแบบนี้เข้าไปยิ่งทำให้จิตใจเรียกร้องหาของที่มันอร่อยจริงๆ

สรุปว่า “พลาด” ถ้าอยากกินปลาดิบอร่อย ทีหลังต้องยอมลงทุนกันบ้าง

Searching for Food

by pittaya

วันนี้ลองใช้ชื่อร้านอาหารที่ตัวเองเคยไปกินแล้วเขียนลง blog เอามาค้นเล่นๆ ใน google ดู ได้ผลน่าตกใจกว่าที่คิด

คีย์เวิร์ดที่ลองใช้ค้นหาดู พร้อมผลการค้นหา เป็นไปตามนี้

  • tsubakiya - ได้อันดับ 10
  • greyhound cafe - ได้อันดับ 6 (แพ้ @markpeak !)
  • heiroku sushi - ได้อันดับ 1 ! :D
  • โคขุน โพนยางคำ - ได้อันดับ 6
  • scoozi pizza - ได้อันดับ 7
  • cheesy fried - ได้อันดับ 2 แต่อันดับ 1 ก็คืออัลบัมรูปของตัวเองที่อยู่ใน multiply น่ะแหละ
  • takumi - ได้อันดับ 8
  • pepper lunch - ได้อันดับ 3
  • silver palace - ไม่ติดอันดับ! แต่ดันไปค้นเจอหน้ารวมของ blog อยู่ที่อันดับประมาณ 50 กว่าๆ

ผลการค้นหาทั้งหมด เป็นผลที่ได้จากการค้นหาด้วย google ภาษาไทย เวลาประมาณ 5 ทุ่มของวันที่ 18 เมษายน 2008 ถ้าใช้คีย์เวิร์ดเหล่านี้มาค้นในวันอื่น อาจได้ผลการค้นหาที่ต่างออกไป

Silver Palace

by pittaya

Silver Palace เป็นร้านอาหารจีน อยู่แถวๆ ถนนสีลม ในซอยข้างธนาคารกรุงเทพสำนักงานใหญ่ อาหารมีทั้งแบบธรรมดาแล้วก็แบบบุฟเฟ่ต์ ซึ่งบุฟเฟ่ต์ร้านนี้เงื่อนไขแปลกหน่อยคือ ถ้าจะกินบุฟเฟ่ต์ต้องมาอย่างน้อย 4 คน ไม่งั้นไม่ได้ พอดีวันก่อนมีผู้ใจบุญพาไปเลี้ยงที่ร้านนี้ (เพื่อให้มันครบ 4 คน) ก็ได้โอกาสเก็บภาพมาฝากกัน

Silver Palace Restaurant
เริ่มต้นด้วยอุปกรณ์การกิน มีน้ำจิ้มซีฟู้ดให้ด้วย

Silver Palace Restaurant
หูฉลาม มีให้เลือกสองแบบ คือสูตรทรงเครื่องกับสูตรเสฉวน ถ้าแบบเสฉวนจะเผ็ดกว่า อันนี้เป็นเมนูพิเศษ สั่งได้คนละ 1 ถ้วยเท่านั้น (ของมันแพง)

Silver Palace Restaurant
หอยเชลล์ผัดซอส XO มีเห็ดฟางกับเห็ดเข็มทองด้วย สั่งได้โต๊ะละ 1 จาน

Silver Palace Restaurant
กุ้งเผา ตัวโตกำลังดี

Silver Palace Restaurant
เป็ดปักกิ่ง ม้วนมาให้อย่างดี ข้างในจะมีพวกผัก แครอท ห่อด้วยหนังเป็ด แล้วก็พันด้วยแป้งทับข้างนอกอีกทีนึง มีน้ำจิ้มมาให้เข้าชุดกัน

Silver Palace Restaurant
กุ้งกระเทียมพริกไทย หรืออะไรซักอย่าง

Silver Palace Restaurant
อันนี้ก็จำชื่อไม่ได้ น่าจะเป็นปูทอดกระเทียม กรุบกรอบ อุดมไปด้วยแคลเซียม

Silver Palace Restaurant
กุ้งอบวุ้นเส้น ควรระวังว่าวุ้นเส้นจะตัดกำลังทำให้กินจานต่อไปได้น้อย

Silver Palace Restaurant
เหลือบไปเห็น แซลมอนซาชิมิ ในเมนู ก็ไม่พลาดตามประสาคนนิยมแซลมอน มีโชยุกับวาซาบิให้ด้วย แต่แซลมอนหั่นหน้าตาแปลกๆ เหมือนมีดไม่คมด้วย รสชาติก็ธรรมดา

Silver Palace Restaurant
อันนี้เป็นแซลมอนนึ่งอะไรก็ไม่รู้

Silver Palace Restaurant
หมูหัน สั่งได้โตีะละจาน

Silver Palace Restaurant
ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็นบัวลอยน้ำขิง

สรุปร้านอาหารจีน Silver Palace

  • บุฟเฟ่ต์ราคา 589+ บาท รวม service charge / VAT แล้วก็ตกประมาณ 650 บาทต่อคน
  • ของหวานมีเต้าฮวยฟรุตสลัด บัวลอยน้ำขิง แล้วก็แคนตาลูปเย็น
  • ราคาแพงไปหน่อยสำหรับคนไม่นิยมอาหารจีนอย่างผม

Pepper Lunch

by pittaya

Pepper Lunch เป็นแฟรนด์ไชส์อาหารจากญี่ปุ่นประเภท สเต็กกระทะร้อน เสิร์ฟในกระทะ (เค้าว่า) อุณหภูมิ 260 องศาเซลเซียส อยากได้สุกแค่ไหน รสชาติยังไงก็ปรุงกันเอาเอง เคยเดินผ่าน 2-3 หนตอนที่ไปเดิน Central World แต่ไม่ได้สนใจมาก จนกระทั่งได้อ่าน entry นี้ของ @kengggg แล้วรู้สึกอยากกินขึ้นมา วันนี้สบโอกาสมาเดิน CTW เลยต้องขอประเดิม

Pepper Lunch
เมนูมีให้เลือกทั้งหมู เนื้อ ไก่ ปลา

Pepper Lunch
เข้าคิวสั่งที่เคาท์เตอร์แล้วเค้าจะให้หมายเลขโต๊ะมา ก็ไปนั่งรอที่โต๊ะอีกสักพักพนักงานจะเอามาเสิร์ฟให้ถึงที่

Pepper Lunch
ทิชชูมีโลโก้ร้าน Pepper Lunch ด้วย

Pepper Lunch
ถ้าสั่งเป็นเซต จะมีน้ำให้ บางเซตนอกจากน้ำแล้วก็มีข้าวด้วย

Pepper Lunch
เครื่องปรุงมีซอสหวาน ซอสเค็ม พริกไทย เกลือ

Pepper Lunch
จานแรกมาแล้ว เป็นข้าวเปปเปอร์เนื้อ เพิ่มชีสด้วย บวกไปอีก 15 บาท

Pepper Lunch
ต้องรีบจัดการเสียตั้งแต่ตอนที่กระทะยังร้อนอยู่ ไม่งั้นเดี๋ยวเนื้อจะไม่สุก

Pepper Lunch
จากนั้นก็คลุกๆๆๆ ให้สุกทั่วกัน

Pepper Lunch
อีกจานนึงเป็น ข้าวเปปเปอร์แซลมอน ลืมถ่ายตอนที่ยังหน้าตาดีๆ อยู่

Pepper Lunch
เทคนิคการคลุกคือ กดข้าวตรงกลางให้ผสมกับเนยที่อยู่ด้านล่าง แล้วค่อยคลุกๆๆๆ

Pepper Lunch
ไม่นานก็เหลือแค่นี้

ในเมนูมีพวกสเต็กเนื้อนำเข้าจากนิวซีแลนด์ด้วย แต่ราคาแพงเกินไปหน่อย (400+) ใจไม่ถึง (เมนูปกติจะราคาประมาณ 120-200) สำหรับเมนูที่ได้ลองก็ถือว่าอร่อยและแปลกใหม่กว่าอาหารตามห้างทั่วไป แต่เทียบกับราคาแล้วออกจะแพงไปสักนิด สำหรับครั้งแรกนี่ถือว่าจ่ายให้ wow factor ละกัน

ร้าน Pepper Lunch อยู่ที่ central world ชั้น 6 แถวๆ McDonald’s กับ KFC ส่วนรูปถ่ายด้วย Ricoh GX100 เหมือนเดิม

Sayonara, Takumi

by pittaya

Takumi เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบุฟเฟต์ อยู่ที่โรงแรม le Concorde ห้วยขวาง เคยไปกินมาหลายหนแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่มีกล้องดิจิตอล ครั้งนี้เป็นครั้งแรกตั้งแต่ซื้อกล้องมา ก็เลยถ่ายรูปมาลงซะหน่อย

Takumi
เมนูมีอาหารให้เลือกเยอะระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ถึงกับหลากหลายมาก

Takumi
เตรียมอาวุธ

Takumi
ประเดิมจานแรกด้วยปลาดิบ มีแซลมอน มากุโร่ ปลากระพง ปูอัด แล้วก็ทาโกะ

Takumi
ต่อกันด้วยยำสาหร่าย

Takumi
อันนี้หมี่เย็น

Takumi
ชาบูเนื้อ

Takumi
เทมปุระ

Takumi
มะเขือม่วงย่าง ราดซอสอะไรซักอย่าง หวานๆ

Takumi
มากุโร่ นัตโตะ เกิดมาไม่เคยกิน ก็เลยลองสั่งดู ปรากฏว่ากว่าจะกระเดือกลงไปหมด เลือดตาแทบกระเด็น

Takumi
สั่งปลาดิบเพิ่ม เป็นทาโกะ กับแซลมอน

Takumi
ของหวานตบท้ายด้วยไอศกรีมชาเขียว

Takumi
Milk Cheese Pudding ของโปรด มาทุกครั้งกินไม่เคยต่ำกว่าสองถ้วย

ตอนนี้ราคาบุฟเฟต์ตกหัวละ 450 บาท ยังไม่รวม VAT 7% กับ Service charge อีก 10% แพงกว่าเมื่อก่อนที่เคยมากิน และรสชาติอาหารเปลี่ยนไป! รู้สึกไม่อร่อยเท่าที่เคยมากินหนแรกๆ ปลาดิบเหมือนไม่ค่อยสด แซลมอนเนื้อมันเละๆ ยังไงก็ไม่รู้ (ดูได้จากรูปนี้) ทาโกะก็เหนียว เคี้ยวยากเกินไป มีอย่างเดียวที่ยังรู้สึกว่าอร่อยคือ Milk Cheese Pudding (แต่ก็ไม่อร่อยเท่าครั้งแรกๆ ที่กินอยู่ดี) ถ้าราคานี้แล้วได้รสชาติเท่านี้คงต้องบอกลา ไปหาร้านใหม่ที่คุ้มราคากว่านี้ดีกว่า

ไม่ได้คิดไปเองคนเดียว มีคนอื่นบ่นไว้เหมือนกัน

Empty Bottles

by pittaya

เจอเข้าตอนที่เดินออกจากห้อง กำลังจะไปทำงาน หน้าห้องข้างๆ มีขวดวางเรียงอยู่อย่างสวยงาม อดใจไม่ไหวจนต้องควักกล้องออกมาถ่าย (แต่ว่าแสงน้อย มือไม่นิ่ง กันสั่นก็ช่วยไม่ได้ เลยออกมาเบลอนิดๆ)

Empty bottles
Empty bottles

เป็นเรื่องแปลก เพราะแถวอพาร์ตเมนท์ที่อยู่ คนส่วนใหญ่นิยมลีโอมากกว่า

Cheesy Fries

by pittaya

ไปเห็นมาจากใน blog ของเพื่อนก้อง แล้วก็อยากลองชิม Cheesy Fries ดูบ้าง วันนี้ตอนรอดูหนัง ปิดเทอมใหญ่ หัวใจว้าวุ่น ก็เลยไปนั่ง McCafe สั่งมาลองทดสอบดูเสียหน่อย

Cheesy Fries close-up
Cheesy Fries ราคา 45 บาทถ้วน

ชีสเยิ้มอย่างที่เห็นในรูป อร่อยดี กินคู่กับ Coke Zero (กลัวอ้วน) ก็ช่วยทำให้ไม่เลี่ยนมากได้ แต่ถ้าเทียบแล้วชอบ French Fries ปกติมากกว่า

ช่วงนี้ได้ออกไปทดสอบกล้องบ่อยดีจริงๆ อันนี้ล่าสุดเป็นร้าน Scoozi สาขาเอสพลานาด รัชดา ร้านอาหารอิตาเลียน ตั้งใจมากิน Pasta กับ Pizza ให้หายอยาก เพราะวันก่อนที่ออฟฟิซสั่ง The Pizza มากิน ทำให้เกิดอาการอยากขึ้นมาเฉยๆ (ปกติจะชอบพิซซ่าแบบอิตาเลียนมากกว่าพิซซ่าแป้งหนานุ่มขอบเยอะๆ อย่างพวก Pizza Hut, The Pizza)

Bottle of water
ระหว่างรออาหาร ก็ถ่ายอะไรไปเรื่อยเปื่อย เห็นขวดน้ำพิมพ์ยี่ห้อก็เอามาถ่ายได้

Tissue paper
กระดาษทิชชูก็พิมพ์ลายแบบเดียวกัน ด้านหลังเป็นเครื่องปรุงครบเซต

Bolognese
จานแรกมาแล้ว เริ่มด้วยสปาเก็ตตี้ Bolognese

Spaghetti
ปกติจะสั่งพาสต้าพวกที่เป็นครีมซอสมากกว่า แต่คราวนี้คนที่มาด้วยอยากลองซอสเนื้อดูบ้าง

Cabonara pizza
ตามมาด้วยพิซซ่า เนื่องจากไม่ได้สั่งพาสต้าครีมซอส ก็เลยมาสั่ง Cobonara Pizza แทน

Bacon / Cheese / Egg
ส่วนประกอบก็มีเบคอน ไข่ มอซซาเรลลาชีส แล้วก็พาร์เมซานชีส

Scoozi
ตัดเป็นชิ้นใส่จาน ซูมให้เห็นส่วนผสมชัดๆ

Empty plate
เผลอแว้บเดียวก็หมดเสียแล้ว กินสองคนแค่นี้ อิ่มกำลังพอดีๆ

รูปเซตนี้ก็ถ่ายด้วย Ricoh GX100 เหมือนเดิม ใช้มาได้พักใหญ่ๆ เริ่มจะคุ้นมือขึ้นแล้ว

ร้านเค้ามีเว็บด้วย เผื่อใครสนใจลองเข้าไปดูได้ที่ scoozihouse.com (ไม่ได้ค่าโฆษณา)

Next Page »