Carbonnade Flamande

ไม่ได้ทำอาหารกินเป็นเรื่องเป็นราวมานานมาก จนเมื่อไม่นานมานี่ไปเจอเมนูน่าสนใจเข้า เป็นอาหารเบลเยี่ยม ชื่อว่า Carbonnade Flamande ลักษณะก็จะเป็นคล้ายๆ ต้มสตูว์ ใส่เนื้อ ใส่เครื่องเทศ แล้วก็ใส่เบียร์ เห็นว่าพอจะมั่วๆ ทำได้ ก็เลยลองดูสักหน่อย

วัตถุดิบที่ใช้ก็มี เนื้อวัว, หอมใหญ่, เกลือ, พริกไทย, เนย, Thyme, Bay Leaf, มัสตาร์ด, น้ำสต็อกไก่หรือเนื้อ แล้วก็เบียร์

ขั้นแรกเอาหม้อตั้งไฟให้ร้อน เอาเนยลงไปละลาย หั่นเนื้อเป็นก้อนๆ ประมาณ 1 นิ้ว เอาลงย่างใน หม้อให้สุกทีละด้าน เสร็จแล้วเอาพักไว้

ย่างเนื้อในหม้อ โรยพริกไทย, เกลือเล็กน้อย

เนื้อสุกเป็นสีน้ำตาลแล้ว เอาออกมาพักไว้

เติมเนยลงไปในหม้อใบเดิม แล้วเอาหอมใหญ่หั่นใส่ลงไปผัด จนกระทั่งหอมใหญ่สุด นิ่ม เป็นสีน้ำตาล (ราวๆ สิบนาที) แล้วโรยแป้งอเนกประสงค์ลงไปนิดหน่อย ผัดให้แป้งเคลือบหอมใหญ่

ผัดหอมใหญ่ในหม้อใบเดิม

จากนั้นเอาเนื้อที่พักไว้ เทกลับลงไป (ถ้ามีน้ำไหลออกมาจากเนื้อก็เทรวมลงไปให้หมดเลย) ใส่ Bay leaf 1-2 ใบ ใส่ Thyme, เกลือ, พริกไทย กะๆ เอา (มั่ว) แล้วก็น้ำสต็อก (หาซื้อน้ำสต็อกเนื้อไม่ได้ เลยใส่น้ำสต็อกไก่แทน) ปิดท้ายด้วยเบียร์

เบียร์ และน้ำสต็อก

ตามสูตรมันต้องใช้เบียร์เบลเยียม แต่ไม่รู้จะไปหาซื้อจากไหน (และคงจะแพงเกิน) ก็เลยใช้ลีโอแทน รสชาติก็พอจะคล้ายๆ Stella Artois อยู่

ต้มด้วยไฟแรงจนเดือด แล้วลดไฟลงเหลือเป็นไฟอ่อน

ต้มไปเรื่อยๆ สลับกับคนบ้าง

ต้มไปเรื่อยๆ ประมาณ 2-3 ชั่วโมง หรือจนกว่าเนื้อจะเปื่อย (ตรงนี้คาดว่าโคตรเปลืองไฟแน่นอน) สลับกับคอยคนทุกๆ ครึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นใส่มัสตาร์ดลงไปประมาณช้อนนึง ปรุงรสด้วยเกลือ หรือพริกไทยตามชอบ แล้วต้มต่อไปอีกครึ่งชั่วโมงเป็นอันเสร็จ ตอนเสิร์ฟอาจจะโรยพาร์สลีย์ตามชอบ (พอดีลืมซื้อ)

หน้าตาไม่ดี แต่รสชาติใข้ได้นะ

บทเรียนที่ได้จากการทำคือ

  • ไม่ควรใช้เนื้อส่วนที่มีพังผืดมาก เพราะเหนียว และจะต้มให้เปื่อยยาก ตามสูตรเค้าแนะนำให้ใช้เนื้อส่วน Chuck – น่าจะแปลว่าสันคอ แต่ดันไปเอาเนื้อน่องลายมาทำ (เพราะมันถูก)
  • หาซื้อ Thyme แบบเป็นก้านๆ ไม่ได้ ใช้แบบแห้งใส่กระปุก ก็พอได้อยู่
  • น้ำสต็อกกับเบียร์ใส่ให้ท่วมๆ ไว้หน่อย เพราะต้มนาน ทิ้งไว้แล้วน้ำมันจะแห้ง

คราวหน้าเอาไว้ค่อยแก้ตัวใหม่

Pladib Revisited

ไปร้านปลาดิบอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้ไปมานานมาก (กินบ่อยไม่ได้ เดี๋ยวจน)

เริ่มด้วยเครื่องดื่ม

asahi

ยำทะเลดิบ

ยำทะเลดิบ

สลัดเป็ดย่าง

สลัดเป็ดย่าง

พิซซ่าหน้า spicy salami กับเห็ด

pizza

ทูน่าน้ำมันงา

ทูน่าน้ำมันงา

ปิดท้ายด้วย Hoegaarden

hoegaarden

ครั้งนี้ใช้กล้องคนละตัวกับคราวก่อน ถ่ายในสภาพแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม ดูน่ากินขึ้นเยอะ

มิตรใหม่ อาหารยูนนาน

มื้อสุดท้ายที่เชียงใหม่ จบลงที่ร้าน มิตรใหม่ อาหารยูนนาน เป็นร้านแนวคนจีนแก่ๆ พาครอบครัวมากิน ไม่เหมาะกับวัยรุ่นสักเท่าไหร่

บรรยากาศหน้าร้าน

มิตรใหม่

สั่งชาร้อน จะมาให้เป็นกาแบบนี้

tea

ผัดผักกับแฮมยูนนาน

ผัดผักกับแฮมยูนนาน

ต้มผักโขม

ต้มผักโขม

กับข้าวให้ปริมาณค่อนข้างเยอะ ทำให้ถ้ามาแค่สองคนจะสั่งหลายอย่างไม่ได้ ไม่งั้นกินไม่หมด ก็เลยมีแค่สองอย่าง กินกับข้าวสวย รสชาติอาหารอร่อยแปลกลิ้นดี เสียตรงที่ว่าช้ามาก สั่งกับข้าวไปสองอย่างต้องรอเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะได้ ทั้งๆ ที่มีลูกค้าแค่ 2-3 โต๊ะ

พิกัดร้านอยู่บนถนนราชมรรคา ใกล้ประตูท่าแพ


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า

ศรีสุแพรว

ทริปทัวร์กิน ณ เชียงใหม่ ยังไม่จบ คราวนี้ย้ายทำเลไปแถว มช. กันบ้าง เป็นร้านห้องแถวคูหาเดียว อยู่ด้านหลัง มช. ชื่อร้าน ศรีสุแพรว

ดูจากหน้าร้านก็เป็นร้านอาหารธรรมดา มีขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ ตอนที่ไปก็มีฝรั่งมานั่งกินเบียร์กันตั้งแต่ตอนบ่าย

ภายในร้าน

เมนูนี้ที่ร้านเรียกว่า เนื้อฟองดู แต่พอสั่งมาแล้วก็สงสัยว่ามันฟองดูยังไง

เนื้อฟองดู

ที่ร้านจะเอาเตาไฟฟ้ามาตั้งน้ำมันแล้วให้เราเอาเนื้อที่หมักแล้วลงทอดเอง

เนื้อในน้ำมัน

จะเอาผักบุ้งลงทอดด้วยก็ได้ ระวังน้ำมันกระเด็นด้วย

ผักบุ้ง

ทอดสุกออกมาแล้วก็จะได้ประมาณนี้ ป้าคนขายบอกว่าที่จริงแล้วจะให้ที่ร้านทอดให้ก็ได้ ถ้าเกิดว่าขี้เกียจทอดเอง

เนื้อสุก

อันนี้เมนูเสริม เป็นกบทอดกระเทียม กรุบๆ ดี รสชาติคล้ายๆ ไก่

กบทอดกระเทียม

รวมๆ แล้วรสชาติก็โอเค ไม่ถึงกับพลาดไม่ได้ คิดเสียว่ามาลองทอดเนื้อกินเอง

พิกัดร้านอยู่บนถนนสุเทพ หลัง มช.


ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น

มีแถมอีกนิด ขี้เกียจแยกเป็นอีก entry นึง

ร้านของกรมปศุสัตว์ อยู่ตรงข้ามกับสวนสัตว์เชียงใหม่ มีขายผลิตภัณฑ์จากนม ทั้งนมกล่อง นมถุง และไอศกรีม

นม

ที่ลองคราวนี้คือ ไอศกรีมนม มีให้เลือกเฉพาะรสเบสิกหน่อยอย่าง รสวานิลลา รสช็อกโกแลต

ไอศครีมนมสด

แต่กินแล้วผิดหวัง นึกว่าจะมีรสนมเข้มข้น แต่กลายเป็นเหมือนมีส่วนผสมของครีมกับนมน้อยเกินไป เลยรู้สึกเหมือนกินไอศกรีมราคาถูก (จริงๆ แล้วมันก็ราคาถูกน่ะแหละ) แนะนำว่าถ้าอยากลองไอศกรีมรสนมอร่อยๆ ให้กิน Um…Milk ของฟาร์มโชคชัยดีกว่า อร่อยกว่าเยอะ

Hinlay

ร้านต่อไปในเชียงใหม่ที่แนะนำคือร้าน Hinlay เป็นอาหารฟิวชั่น แนวอินเดีย+พม่า

ป้ายหน้าร้าน

Welcome

ร้านขนาดไม่ใหญ่นัก แต่จัดบรรยากาศได้ดีมาก อยู่ติดกับสวน มีต้นไม้ร่มรื่นดี

curry house

สำรวจเมนู

menu

Mango Chutney (ไม่รู้ว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร)

Mango chutney

โรตี เอาไว้กินกับอย่างอื่น (หรือจะสั่งข้าวก็ได้)

Roti

สลัดอะไรสักอย่าง

salad

แกง Hinlay เนื้อ

Hinlay

ผักโขม

spinach

Rogun Josh อันนี้เป็นเนื้อแพะ (หรือว่าแกะก็ไม่รู้)

Rogun Josh

Vindaloo ถ้วยนี้เป็นหมู

Vindaloo

อาหารส่วนใหญ่จะเป็นแนวแกงกะหรี่ หอมเครื่องเทศเข้มข้น ถึงจะดูหน้าตาคล้ายๆ กัน แต่ว่าแต่ละอย่างก็อร่อยแตกต่างกันไปคนละแบบ ราคาไม่แพง ถือเป็นร้านแนะนำเลยสำหรับคนที่กินเครื่องเทศและเนื้ออื่นๆ ได้

พิกัดร้านอยู่แถววัดเกตุ เปิดวันจันทร์-เสาร์ ปิดวันอาทิตย์


ดู Chiangmai ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า