Paella

Paella เป็นอาหารสเปนชนิดหนึ่ง หน้าตาเหมือนๆ ข้าวผัดบ้านเรา บางคนก็เรียกกันว่าข้าวผัดสเปน แต่วิธีทำออกจะแตกต่างกันอยู่พอสมควร เนื่องในโอกาสที่ทีมชาติสเปนได้ผ่านเข้ารอบรอง ฟุตบอลคอนเฟดเดอเรชันคัพ ก็เลยทำ Paella กินเสียเลย

วิธีทำ ขั้นแรกเตรียมซีฟู้ดก่อน ประกอบด้วย หอยแมลงภู่ ปลาหมึก และกุ้ง

Paella

แกะเอาหัวและเปลือกกุ้ง ต้มในน้ำเดือด ใส่ใบกระวาน 1 ใบ ต้มประมาณ 10 นาที เพื่อทำน้ำสต็อกกุ้ง เสร็จแล้วตักออก ให้เหลือแต่น้ำ

Paella

เอาไวน์ขาวครึ่งถ้วย ตั้งไฟกลาง โยนหอยแมลงภู่ลงไป ปิดฝา ต้มให้เดือดประมาณ 3 นาที (ถ้าใช้หอยแบบมีเปลือกติดอยู่ด้วย จะดูน่ากินกว่า) เสร็จแล้วตักเอาแต่หอยพักไว้

Paella

เอา Saffron (หญ้าฝรั่น) ลงคั่วในหม้อให้มีกลิ่นหอม แล้วเติมน้ำสต็อกกุ้งจากตอนแรกลงไป

Paella

ต้มไปสักพัก จะเห็นว่าน้ำเริ่มมีสีออกเหลืองๆ เสร็จแล้วเอาไปพักไว้ก่อน

Paella

ใส่น้ำมันมะกอกในกระทะ เอาซีฟู้ดที่เตรียมไว้ลงผัดไฟกลางจนสุก เทใส่จาน พักไว้ก่อน

Paella

หันมาจัดการกับผักบ้าง เตรียมหอมสับ กระเทียมสับ แล้วก็พริกหวานสีแดง (ครึ่งเม็ดก็พอ)

Paella

ใส่น้ำมันมะกอกในกระทะเล็กน้อย เอากระเทียมกับหอมใหญ่ลงผัดให้มีกลิ่นหอม แล้วใส่พริกหวานตามลงไป

Paella

ตักข้าวสาร ใส่ลงไป 1 ถ้วยครึ่ง ผัดให้เข้ากัน

Paella

เติมน้ำสต็อกที่เตรียมไว้ คนให้เข้ากัน แล้วเอาซีฟู้ดใส่ตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย ตามชอบ (ในรูปใส่หัวกุ้ง+เปลือกกุ้งลงไปด้วย เพราะชอบกิน)

Paella

ลดไฟเหลือไฟกลาง ค่อนข้างอ่อน เอาฝาปิดไว้ รอสิบนาที (ไม่มีฝาปิดกระทะ ต้องเอาจานใบใหญ่ๆ มาปิดแทน)

Paella

ข้าวสุกแล้ว!

Paella

ตักใส่จาน กินได้เลย

Paella

ความยากลำบากของเมนูนี้คือ ขั้นตอนเยอะ เตรียมของเยอะ เริ่มทำตอนสองทุ่มครึ่ง ได้กินเอาสี่ทุ่ม และอีกอย่างคือ Saffron หาซื้อค่อนข้างยาก ที่ซื้อมาได้จาก Foodland ราคา 180 บาท (ต่อ 1 กรัม!) ถ้าอยากได้ราคาถูกกว่านี้หน่อยคงต้องไปเดินแถวพาหุรัด

ปล. Paella ออกเสียงว่ายังไง เปญญ่า? แปอิญ่า? ใครรู้ช่วยบอกที

Failed Lasagne

ทดลองทำลาซานญ่าหนแรก เลือกทำเมนู Mushroom + Parma Ham Lasagne เพราะว่าดูจากวิธีทำแล้วเหมือนมันจะทำง่ายกว่า Classic Bolognese Lasagne ที่คุ้นเคยกันดี

แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วมันทำยากกว่าที่คิด แล้วยังใช้หม้อ + กระทะเปลืองมาก (เคี่ยวนม, ต้มซอส, ลวกเส้น, ผัดเห็ด อย่างละกระทะ!) สุดท้ายผลออกมาหน้าตาตามในรูป

Lasagne

จัดว่าเป็นผลงานที่ล้มเหลว – กะปริมาณส่วนผสมไม่ถูก ได้ซอสออกมาน้อยเกินไป, ต้มเส้นได้ไม่นุ่มพอดีแบบ al dente ผลก็คือว่า หลังจากเอาไปอบ แป้งพาสต้าแข็งเกินไป (ตรงขอบๆ นี่กรอบหยั่งกับเกี๊ยว) แต่โชคยังดีที่ซอสรสชาติใช้ได้อยู่

ที่น่าเสียดายที่สุดคือ ครีม (กล่องละ 110) หมดไปครึ่งกล่อง, ปาร์มาแฮม (ขีดละ 95) หมดไป 5 แผ่น, พาร์เมซานชีสอีกเยอะพอสมควร จัดว่าเป็นเมนูแพง เปลืองตังค์พอๆ กับตอนทำกราแตงเลย T-T

เอาไว้ทำแล้วประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ค่อยมาเขียนขั้นตอนการทำอีกที

Squid with Mayonaise

ตั้งแต่ทำอาหารมา ยังไม่เคยทำเมนูที่เป็นปลาหมึกมาก่อนเลย (เคยทำโอโคโนมิยากิไส้หนวดปลาหมึกไปหนนึง แต่ไม่นับดีกว่า) เพราะว่าปกติเวลาออกไปซื้อของสดตาม supermarket ก็มักจะเดินหยิบแต่ของที่แพ็คใส่ถาดห่อพลาสติกไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งส่วนมากมันจะมีแต่ หมู เนื้อ เป็ด ไก่ บางที่อาจมีของแปลกอย่างเนื้อจระเข้หรือนกกระจอกเทศ แต่ว่าอาหารทะเลสด ปกติต้องไปเลือกเอง คีบใส่ถุง เอาไปชั่ง คิดราคาตามน้ำหนัก ออกจะวุ่นวาย เลยไม่ค่อยได้ซื้อ

พอดีวันก่อนเกิดอยากกินปลาหมึกขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ (คิดว่าเป็นเพราะเดิน supermarket ตอนกำลังหิว อยากกินไปหมดทุกอย่าง) ก็เลยซื้อปลาหมึกมาลองทำดูด้วย เปิดตำราพอหาเมนูทำไม่ยากนัก ก็ได้มาเป็น ปลาหมึกทอดจิ้มมายองเนส

ขั้นแรกล้างปลาหมึกให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นๆ พอดีคำ

Squid

โรยแป้งอเนกประสงค์ลงไป ใส่เครื่องปรุงรสทั้งหลาย ประกอบด้วยเกลือ พริกไทย และ paprika ปริมาณกะๆ เอา

Spice up

คลุกให้เครื่องเทศเข้ากับปลาหมึก

Mixing

จากนั้นตั้งเตา ใส่น้ำมันให้ท่วม (ตามสูตรบอกให้ใช้น้ำมันมะกอก แต่ทำใจไม่ได้ เพราะมันแพง ใส่น้ำมันพืชแทนคงพอได้) รอให้ร้อนแล้วหย่อนปลาหมึกลงไป

Frying

ทอดจนเหลืองกรอบ ก็ตักใส่จานได้

Squid

ตามสูตร ต้องมีมายองเนสไว้จิ้มด้วย ส่วนผสมก็ใช้มายองเนสยี่ห้อคิวพี (อร่อย ชอบมาก) ใส่พาร์สลีย์สับ แล้วก็บีบมะนาวลงไปเล็กน้อย

Squid w/ Mayonaise

ตามตำราเค้าว่าก่อนจะคลุกเครื่องปรุงกับปลาหมึกผสมเข้าด้วยกัน ให้ซับน้ำที่ปลาหมึกให้มันแห้งๆ ก่อน แต่ที่ทำไปสงสัยว่าจะแห้งไม่พอ แป้งมันเลยยังจับตัวเป็นก้อนๆ อยู่

Salted Chicken Wing

ทำอาหารแบบใช้วัตถุดิบเยอะๆ มาหลายหนแล้ว คราวนี้เป็นเมนูทำง่ายๆ กินง่ายๆ วัตถุดิบไม่เยอะบ้างดีกว่า เป็นปีกไก่ทอด สูตรทั้งกรอบและเค็ม

ขั้นแรกก็เตรียมปีกไก่ จะเป็นปีกบนหรือปีกกลางแล้วแต่ชอบ ถ้าเอาออกมาจากช่อง freeze ก็ defrost เสียก่อน เอามาคลุกกับเกลือให้ทั่ว เค็มมากน้อยแล้วแต่ชอบ ตั้งทิ้งไว้แล้วไปเตรียมกระทะ

ใช้กระทะก้นลึก ใส่น้ำมันกะพอให้ท่วม 60-70% ของปีกไก่ ตั้งไฟแรง รอให้น้ำมันเดือด แล้วเอาไก่ใส่ลงไปได้เลย (ระวังน้ำมันกระเด็นด้วย)

รอจนสุกเหลืองกรอบ แล้วพลิกอีกด้านนึง ทอดต่อให้สุก เสร็จแล้วตักใส่จาน กินร้อนๆ จะกรอบกำลังดี

Salted chicken wing

เป็นเมนูที่ทำง่ายดี แต่เหนื่อยหน่อยตรงที่ว่าต้องทอดนาน 10-15 นาทีกว่าจะสุกทั้งสองด้าน แล้วก็เวลาที่ทอดเสร็จแล้วต้องมาเช็ดน้ำมันที่กระเด็นออกมาด้วย

Beef Stew

วันนี้เกิดความคิดจะกำจัดมันฝรั่งและแครอทที่เหลืออยู่ในตู้เย็นออกไป ทิ้งไว้นานก็กลัวจะเน่าเสีย แต่จะทำแกงกะหรี่อย่างที่เคยทำก็รู้สึกว่าทำกินบ่อยแล้ว เดี๋ยวจะกลายเป็นเมนูสิ้นคิดไปเสียฉิบ

พอลองเปิดหาสูตรตามเว็บไปเรื่อยๆ ก็ได้ไอเดียเรื่องทำสตูว์เนื้อขึ้นมา ค้นสูตรมาได้สองสามอัน วิธีการไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่ เลยต้องอาศัยการมั่ว (อีกแล้ว) ทำตามมีตามเกิดเอา

ขั้นแรกเตรียมวัตถุดิบ มันฝรั่ง แครอท หอมใหญ่ กระเทียม หั่นเป็นชิ้นๆ ให้เรียบร้อย

Beef stew

ละลายเนยในหม้อ เอากระเทียมลงไปผัดให้สุกนิดนึง แล้วตามด้วยหอมใหญ่ มันฝรั่ง แครอท ใส่แป้งลงไปเล็กน้อย คลุกๆ ให้ทั่ว

Beef stew

อีกเตานึง ละลายเนยเหมือนกัน แล้วเอาเนื้อที่หั่นเป็นชิ้นๆ ลงไปผัดให้พอสุกข้างนอก ข้างในยังไม่สุก ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย

Beef stew

เทเนื้อ (+น้ำที่ไหลออกมา) ที่ผัดในกระทะเล็ก ลงใส่หม้อรวมกับส่วนผสมอื่นๆ แล้วก็ใส่เห็ดหอมลงไปด้วย (คิดว่าน่าจะเข้ากัน) ใส่เครื่องเทศตามชอบใจ ที่ใส่ลงไปก็มี paprika, sage, cinnamon (มั่วทั้งนั้น) จริงๆ ต้องใช้อย่างอื่นด้วย แต่ว่ามีอยู่แค่นี้ ก็เลยจำต้องใส่แค่นี้

Beef stew

มีสตูว์เนื้อบางสูตร เค้าให้ใส่เบียร์ลงไปด้วย แต่เนื่องจากหาซื้อเบียร์เบลเยี่ยมไม่ได้ เลยต้องเลือกเอาจากเบียร์ที่มีอยู่ ได้แก่ สิงห์ ลีโอ และไฮเนเก้น คิดอยู่หลายตลบก่อนตัดสินใจเลือกสิงห์ เนื่องจากรสชาติที่เข้มข้น น่าจะเหมาะดี

Beef stew

เทเบียร์ลงไป แล้วใส่น้ำเล็กน้อย ชิมรสให้ได้ตามต้องการ (ไม่ต้องเข้มข้นมาก เพราะเคี่ยวไปแล้วน้ำจะระเหยออกไป ทำให้รสเข้มขึ้นอีก) ตั้งไฟให้เดือด

Beef stew

ตั้งไฟอ่อนไปเรื่อยๆ สัก 2-3 ชั่วโมง คอยคนเป็นระยะไม่ให้ติดก้นหม้อ เสร็จแล้วตักมากินกับข้าวสวยร้อนๆ

Beef stew

เนื่องจากเมนูนี้เป็นการมั่วเอาเยอะมาก ทำให้สุดท้าย ออกมาแล้วรสชาติก็มั่วๆ อยู่ ยังดีที่อย่างน้อยก็อยู่ในระดับพอกินได้ คาดว่าสาเหตุมาจาก เครื่องเทศไม่ครบ และใส่แบบไม่รู้อะไรเลย ทำให้รสชาติออกมาพิลึกเกิน

นอกจากนี้ สตูว์หม้อนี้ยังมีรสขมแปลกๆ ซึ่งน่าจะมาจากเบียร์สิงห์ คราวหน้าเปลี่ยนเป็นลีโอน่าจะดีกว่า