My life for Aiur!

by pittaya

ข่าวร้อนในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องการเปิดตัวของ Starcraft II

Starcraft II

ผมเริ่มเล่น Starcraft หนแรกก็ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งหรือปีสองนี่แหละ แต่สมัยนั้นยังเป็น n00b อยู่ เล่นแล้วแพ้คนอื่นประจำ โดยเฉพาะที่แพ้ป๋าแด้ทำให้เกิดความท้อแท้ในการเล่นเกม RTS ไปเป็นเวลานานเลย

จนกระทั่งเรียนจบทำงาน ที่ออฟฟิซเค้าก็ขุดเอา starcraft มาเล่นกันตอนเย็น ตะลุมบอนกัน 8 คน คราวนี้มีการค้นคว้า ศึกษาแท็กติกจากในเวบพอสมควร ทำให้เล่นแล้วสนุก (เพราะถล่มชาวบ้านได้บ่อยกว่าถูกชาวบ้านถล่ม) เป็นช่วงเวลาที่รู้สึกว่า Starcraft เนี่ยโคตรมันส์

แต่แล้วคนอื่นๆ ก็ต้านทานกระแสของ Warcraft III ไม่ไหว จนวัฒนธรรมการเล่นเกมตอนเย็น เปลี่ยนมาเป็น Warcraft III แทน ซึ่งมันก็สนุกในระดับหนึ่ง (เล่นเกมไหน ถ้าได้ยำคนอื่น มันก็สนุกทั้งนั้นแหละ) แต่ด้วยความชอบส่วนตัว ยังไงก็ยังชอบ starcraft มากกว่าอยู่ดี

  • จำนวนยูนิตของ Starcraft มีได้ถึง 200 แต่ว่าใน WC3 บังคับให้ผู้เล่นมีจำนวนยูนิตน้อยๆ ด้วยการมี upkeep ทำให้ฝ่ายที่มียูนิตเยอะ เก็บทรัพยากรแล้วไม่คุ้มค่า ตรงนี้ผมไม่ชอบ เพราะว่าการควบคุมยูนิตจำนวนน้อยๆ มันไม่รู้สึก powerful เท่าไหร่
  • ยูนิตใน WC3 อึดมาก ตายยาก อันนี้ผมไม่ชอบนะ เทียบกับ Starcraft แล้ว สมมุติว่าควบคุมไม่ดี Hydralisk ฝูงใหญ่ๆ โดน Marine ติด Stimpack รุมยิงเนี่ย ละลายไปได้ภายในเวลาไม่ถึง 10 วินาที
  • Concept เรื่อง Hero เป็นส่วนที่ผมไม่ชอบที่สุดใน WC3 เพราะมันทำให้เกมมีความเป็น RPG มากเกินไป มันไม่ใช่ RTS แท้ๆ น่ะ ถ้าจะเล่น RPG ผมไปเล่น Diablo สนุกกว่านะ
  • ยูนิตล่องหนใน WC3 มันกระจอกกว่าของ starcraft มากๆ ยังไงๆ พวก Dark Templar, Ghost, Lurker ก็เป็นยูนิตที่มีประโยชน์กว่าพวกล่องหนใน WC3 เยอะ
  • WC3 มันไม่มีความรู้สึกประเภทที่ว่า “ฝูง Carrier 8 ลำมาแล้วว้อย พวกปลาซิวปลาสร้อยอย่ามาขวาง”
  • ผมไม่ชอบเกมที่มันยิง magic ใส่กัน อันนี้เป็นรสนิยมส่วนตัว ตั้งแต่เล่นเกมพวก Final Fantasy แล้ว ผมจะไม่ชอบโจมตีด้วย magic แต่จะชอบตัวที่เป็น machine มากๆ ถ้าเป็นเรื่องหนังก็ชอบ The Matrix มากกว่า Lord of the Rings ดังนั้นก็เป็นเรื่องไม่แปลกที่จะชอบ starcraft มากกว่า warcraft

ข่าวบอกว่า จะวางขายทั้งเวอร์ชัน PC และ Mac
คราวนี้ท่าทางจะได้เสียตังค์กันจริงๆ (ทั้งซื้อเกมและอัพเกรดเครื่อง)

Mii

by pittaya

miieditor เอาไว้ทำ avatar แทนตัวเองแบบที่เอาไว้เล่นบนเครื่อง Nintendo Wii

Mii

(via poakpong)

Wiimote

by pittaya

ไปที่แล็บที่มหาลัย เจอ wiimote วางอยู่

wiimote

ปรากฏว่ามีแต่ wiimote น่ะแหละ เอามาเล่น ทำเป็น motion censor sensor ราคาสองพัน
ไม่มีตัวเครื่อง wii (เสียดาย)

M4 Carbine

by pittaya

Colt M4 Carbine เอามาถือแล้วนึกถึงสมัยเล่นเกม Counter-Strike

Colt M4 Carbine

ถ้าเล่นเป็นฝ่าย counter-terrorist ละก็ Colt M4A1 (กด b-4-3) เป็นตัวเลือกแรกถ้ามีเงินถึง เพราะกระสุนแรงกว่า H&K MP5 Navy อยู่โข มี recoil ไม่มากเท่า Steyr AUG แถมยังติดกระบอกเก็บเสียงได้ด้วย เป็นปืนที่เอามาสู้กับ AK-47 ได้พอสมน้ำสมเนื้อ

เสียดายที่ว่าเดินไปตามร้านเน็ตเดี๋ยวนี้ ไม่มีใครเล่น counter-strike กันแล้ว มีแต่ ragnarok และบรรดา MMOG ทั้งหลาย เกมอย่าง counter-strike นี่เล่นแค่ 3-4 คนมันก็ไม่สนุกเสียด้วย (อย่างต่ำต้อง 8 คนขึ้นไป)

อยากเล่น…

Frets on Fire

by pittaya

Frets on Fire เป็นเกมเลียนแบบ Guitar Hero แต่สามารถเล่นบนคอมได้ (Guitar Hero เป็นของ Play Station 2)

Frets on Fire

การเล่นก็เหมือนๆ กับเกมเต้นเข้าจังหวะทั่วไป คือกดปุ่มให้เข้ากับจังหวะเพลง แต่ความสนุกของ Frets on Fire อยู่ที่เพลงประกอบหลากหลาย (ซึ่งได้มาจากการ contribute จากแฟนเกม) มีทั้งเพลงร็อคระดับขึ้นหิ้งไปถึงเพลงใหม่จากวงขวัญใจวัยรุ่น

ปุ่มที่ใช้เวลาเล่นเป็น F1-F5 เอาไว้จับคอร์ด กด enter เพื่อดีด

Keyboard on Fire

เล่น November Rain แล้วนึกว่าตัวเองเป็น Slash ไปด้วยก็มันส์ดี

Frets on Fire เป็นโปรแกรม Opensource เขียนด้วย python สามารถใช้งานได้ทั้งบน Windows, Linux, Mac OS X และ FeeBSD

Doom Doom !

by pittaya

วันนี้ได้ดูหนังอย่างไม่คาดคิดเรื่องหนึ่ง ที่ห้องสมุดมารวย ที่อยู่ตรงตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เป็นประจำทุกวันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดราชการ ทางห้องสมุดเค้าจะเปิดหนังให้คนดูกันเพลินๆ ผ่านทางจอโปรเจ็กเตอร์ คนที่จะดูก็ไปขอหูฟังไร้สายจากเจ้าหน้าที่มาสวม แค่นี้ก็ดูได้สบายใจโดยไม่รบกวนคนที่อ่านหนังสือแล้ว

วันนี้ตั้งใจไปอ่านหนังสือ แต่ดันมีหนังเรื่องที่เคยคิดอยากจะดูฉาย ก็เลยต้องหยุดพักชั่วครู่ หันมาดูหนังก่อน
โปรแกรมที่ฉายวันนี้ ห้องสมุดมารวย ภูมิใจเสนอ Doom

หนังไซไฟสร้างจากเกมยอดฮิต ทีแรกตอนที่มันเข้าฉายในโรงก็เกือบจะเข้าไปดูแล้ว แต่รู้สึกว่าไม่น่าจะคุ้มเงิน ก็เลยปล่อยไป จนได้มาดูโดยไม่คาดคิดในวันนี้

สิ่งที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้มีอยู่อย่างเดียวคือ ฉาก Fist-Person Shooter แบบลอกมาจากในเกมเด๊ะๆ แต่กว่าจะถึงฉากนั้นก็ต้องรอถึงตอนหนังเกือบจบแล้ว แต่ก็ค่อนข้างคุ้มค่ากับการรอคอย เพราะฉาก long take ความยาว 5 นาที ที่เป็นแอ็คชั่นแบบ non-stop ถูกใจแฟนเกมจริงๆ และนี่ก็เป็นฉากที่ดีที่สุดของเรื่องด้วย เพราะส่วนอื่นในหนังมันก็… หนังแอ็คชั่น ยิงสัตว์ประหลาดทั่วไป ตามสูตร

คนที่เป็นแฟนเกมมาก่อน น่าจะดูได้สนุกกว่าคนไม่เคยเล่น เพราะมันจะมีมุกเจ็บๆ ที่แฟนเกมเท่านั้นที่จะ get เช่น

  • ในหนังมีปืน BFG ด้วย โดยชื่อในหนังที่เขียนบอกไว้ในคอมพิวเตอร์คือ Bio Force Gun แต่พอเดอะร็อคหยิบขึ้นมาใช้ ก็อุทานออกมาว่า “Big Fucking Gun” (นั่นแหละชื่อจริง)
  • มีตัวละครชื่อ Dr.Carmack ที่บังเอิ๊ญบังเอิญไปพ้องกับ John Carmack คนเขียนเกม Doom
  • พระเอกมีลูกน้องชื่อ Duke ที่ก็บังเอิญไปชื่อเหมือนกับพระเอกของอีกเกมหนึ่ง
  • ตัวละครในเรื่องที่ชื่อ Pinky ตอนท้ายติดเชื้อกลายพันธุ์จนเปลี่ยนร่างเป็น Pinky Demon
  • นอกจาก Pinky Demon แล้ว สัตว์ประหลาดในเกมตัวอื่นก็โผล่มากันให้พอคิดถึง ทั้ง Imp, Hell Knight แล้วก็ Zombie เสียดายที่ไม่มี Cyberdemon กับ Spider Mastermind
  • มีฉากใช้เลื่อยไฟฟ้าด้วย !

ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เล่นเกมภาคสามเพราะเครื่องไม่แรงพอ ในฐานะที่เป็นแฟนเกมมาตั้งแต่สองภาคแรก ออกจะผิดหวังเล็กน้อย เพราะนึกว่าจะมีฉาก FPS เยอะกว่านี้, มีสัตว์ประหลาดมากกว่านี้, สัตว์ประหลาดปล่อยลูกไฟได้, หรือสัตว์ประหลาดมาจากนรก ไม่ใช่การทดลองทางวิทยาศาสตร์ ! ถ้าไม่เคยเล่นเกมมาก่อนคงจะไม่ทนดูจนจบเรื่องแหง

Super Robot Wars

by pittaya

ดูจาก ไฟล์วิดีโอใน YouTube

ปล่อย AT Field

อยากเล่น Super Robot Wars ขึ้นมาตะหงิดๆ
เดี๋ยวนี้มันทำออกมากราฟิกเนียนดีจัง แถมท่าไม้ตาย + เพลงประกอบ เอามาจากในการ์ตูนแบบเต็มๆ ไม่เสียอรรถรสเลย

แย่ตรงที่ว่าไม่มี PS เล่นน่ะสิ

ดู FF7:AC จบไปแล้ว ก็เป็นเรื่องปกติที่ต้องมาเปิด wikipedia หาข้อมูลอ่านรื้อฟื้นความหลังเสียหน่อย
ประกอบกับข้อมูลใน pantip.com ก็รู้สึกว่า ความเห็นเกี่ยวกับภาค 8 เนี่ย แบ่งแยกเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน คือพวกนึงจะชอบสไตล์นี้ บอกว่าซึ้ง กราฟิกสวย นางเอกน่ารัก บลาบลาบลา ส่วนอีกพวกนึงจะเกลียดภาคนี้เข้ากระดูกไปเลย และส่วนใหญ่จะเล่นไม่จบ ซึ่งตัวเองก็อยู่ในกลุ่มหลังนี้ เพราะเกมมันไม่สนุกจริงๆ แหละนะ
ลองสรุปความห่วยของมันออกมาได้สิบข้อ

  1. Character design ขี้เก็กกันทั้งเกม ไม่ว่าจะเป็นพระเอก นางเอก เพื่อนผอง ตัวโกง หน้าตาล้วนไร้อารมณ์ เก็กโชว์พลัง CG กันอย่างเดียว ขนาด Quistis ที่เป็นสาวแว่น แต่ให้คะแนนแล้วยังไงก็ไม่ได้แม้แต่โมเอะเดียว
  2. Story พระเอกไม่มีแง่มุมไหนให้น่าเอาใจช่วย นางเอกถึงจะหน้าตาดี แต่ก็ไม่รู้ว่าไปติดใจอะไรพระเอกง่าวๆ พรรค์นั้น เนื้อเรื่องก็โฟกัสอยู่แต่กับสองคนนี้ ตัวละครอื่นไม่มีบทบาทเท่าไหร่
  3. Mecha design จะเป็นเวทมนตร์ / แฟนตาซีเหมือนภาคเก่าๆ ก็ไม่ใช่ จะติดกลิ่น sci-fi เหมือน FF6 หรือ FF7 ก็ไม่มี แล้วภาค 8 นี่มันอะไรกันเนี่ย ทุกอย่างล้วนส่งประกายแวววาว สีสันสดใสอย่างกับลูกกวาด เหมือนเป็นสวนสนุกทั้งเกม รวมทั้ง equipment และ costume design ที่กะว่าจะให้แต่งคอสเพลย์กันเต็มที่ ไม่น่าเชื่อว่าพอไม่มี Yoshitaka Amano แล้วมันจะเป็นไปได้ขนาดนี้
  4. Game play ตัวละครทุกตัวไม่มีอะไรแตกต่างกัน ยกเว้น limit break จับเอาตัวไหนมาเล่นก็ได้เหมือนกัน ปั้น status เอาตามใจชอบ คิดว่าแบบใน FF6 ที่แต่ละตัวมีความสามารถต่างกัน ตัวนึงเก่งเวทมนตร์ อีกตัวนึงโจมตีหนัก เล่นแล้วสนุกและหลากหลายกว่าเยอะ
  5. Card game น่าเบื่อเป็นที่สุดกับการหาข้อมูลอะไร ก็ต้องวิ่งเข้าไปขอตีการ์ดด้วย ถ้าเกิดการ์ดดีๆ โดนเอาไปก็เดือดร้อนอีก
  6. Equipment อาวุธเป็นของเดิมตลอด อยากให้มันดีขึ้นต้องไปหา item มา modify เอง ซึ่งไม่เวิร์คเลยเมื่อเทียบกับภาคเก่าๆ ที่อาวุธมีหลากหลายชนิด หลายชื่อ ต้องแก้ปริศนาถึงจะได้มา แต่ละอันก็มีคุณสมบัติหลากหลาย
  7. Draw magic ไร้สาระที่สุด อยากให้ตัวละครมี status แข็งแกร่งต้อง draw magic มาติดตัวไว้ แล้วใครมันจะอยากไปใช้ magic ล่ะ ในเมื่อใช้แล้ว status ลด แล้วต้องมา draw ใหม่อีก โคตรเสียเวลา
  8. Monster ไม่หลากหลายเหมือนภาคอื่น หน้าตาก็ไม่สร้างสรรค์ ไม่สามารถจำแนกได้ว่าตัวไหนเป็นมอนสเตอร์กระจอก ตัวไหนเป็นมอนสเตอร์โหด เพราะว่ามอนสเตอร์หน้าเดิมๆ มันเปลี่ยนแปลงความเก่ง ตามความเก่งของเรา ดังนั้นเวลาเล่น จะไม่ค่อยเจอศัตรูประเภทฟันฉับเดียวตายเลย ซึ่งมันเซ็ง เวลาเดินวนๆ หาของ ต้องมาเสียเวลาฟาดฟันกับมอนสเตอร์ง่าวๆ ที่ไม่ drop item ดีๆ แล้วยังทำให้มอนสเตอร์ทั้งเกมดูมีไม่กี่แบบ น่าเบื่อ เทียบกับ FF6 ที่ถึงแม้มอนสเตอร์หน้าตาเหมือนกัน แต่คนละสีก็เก่งไม่เท่ากัน ยังจะดีกว่าตั้งเยอะ
  9. GF มนต์อสูรภาคนี้ห่วยสุดๆ มีให้เล่นไม่กี่ตัว ตอนเรียกมาก็ต้องกดปุ่มปั๊มเพื่อให้มันยิงได้แรงๆ แถม design ของแต่ละตัวก็ไม่สวยเอาซะเลย ของภาค 6 ที่เป็น 2D ยังสวยกว่า แล้วก็หลากหลายและเก่งกว่าด้วย
  10. Salary ฆ่ามอนสเตอร์ไม่ได้ตังค์ แต่จะได้เงินเดือนเป็นรายเดือนแทน จะบ้าตาย…

ไม่น่าไปเสียเวลาเล่นมันเล้ย…

บ้าเห่อตามกระแสเค้าไปด้วย เมื่อวานเพิ่งโหลด Final Fantasy VII: Advent Children มาดู
เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันไวดีจริงๆ นะ ดีวีดีออกที่ญี่ปุ่น ปุ๊บปั๊บก็มาไทยแล้ว

ผลสรุปจากการได้ดู FF7:AC
Mechanical design - เจ๋งดี เข้าใจว่าพยายามทำให้มันมีกลิ่นเดียวกับในเกม FF7 ด้วย เลยออกมาลักษณะแบบนี้
Character design - ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เป็นความไม่ชอบส่วนตัวที่มีมาตั้งแต่สมัย FF8 แล้ว คือถ้าจะทำให้มันดูเหมือนคนจริงๆ หน่อย ทำแบบ FF:Spirit Within จะดีกว่า มันดูเป็นคนมากกว่าใน FF7:AC ที่เน้นหน้าใสปิ๊ง เก็กหล่อ
เรือเหาะ - Design เก่าแบบที่โผล่ในเกมเจ๋งกว่าน่ะ
Summons - มัน summon ตัวอะไรออกมาน่ะ ? Behemoth รึเปล่า ? design หยั่งกะออกมาจาก FF8 มากกว่า FF7; อยากให้มัน summon Knights of the Round ออกมาจัง คงเท่น่าดู
ฉากต่อสู้ - ใช้ประโยชน์จาการเป็น CG ได้อย่างเยี่ยมยอด เป็นฉากต่อสู้ที่ไม่สามารถทำได้ในหนังที่ใช้คนแสดงแน่ๆ โดยเฉพาะฉากที่ Tifa ลุยกับ Loz ในโบสถ์เก่า จังหวะ มุมกล้อง การตัดต่อ เนียนมาก
Cloud - ผิดหวัง ผิดอิมเมจที่เคยคิดไว้ตอนเล่นเกมไปเยอะ ไม่ชอบที่มันทำออกมาหน้าตาเก็กๆ แบบ Squall ใน FF8 เลย น่าจะดูดิบกว่านี้หน่อย
Sephiroth - ทำไมกระจอกจัง ?
Tifa - ทำออกมาสวยมาก เอาใจแฟนเกมโคตรๆ แล้วก็… อึ๋มเกินไปหรือเปล่า ?
Barett - น่าจะดูเถื่อนๆ ดิบๆ กว่านี้หน่อย
Yuffie - ดูดี costume design เหมาะดี แต่บทน้อยไปหน่อย
Vincent - เท่เหมือนเดิม สมควรแล้วที่จะมี Dirge of Ceberus เป็นของตัวเอง
Cid - ใช้ได้ ไม่ผิดจากในเกมเท่าไหร่
Red XIII - หน้าตาเหมือนในเกมเลย !
Cat Sith - โผล่มานิดเดียวเอง แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะสมัยเล่นเกม ก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่อยู่แล้ว
Chocobo - หายไปไหน ทำไมภาคนี้ไม่มี !?
Aerith - เฉยๆ เพราะชอบ Tifa มากกว่าตั้งแต่สมัยเล่นเกมแล้ว พอมาดูใน FF7:AC นี่ก็ยังรู้สึกเหมือนเดิม
Rude & Reno - ฮาดี บทเยอะกว่าฝ่ายพระเอกหลายๆ คนซะอีก

ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะเคยได้เล่น FF มาไม่กี่ภาค ก็จำได้ว่า FF7 เป็นภาคที่สนุกมาก เนื้อเรื่องดีมากๆ เป็น “Role Playing Game” ที่ทำให้ตัวเรารู้สึกร่วมไปกับตัวละครจริงๆ ผิดกับ FF8 สุดๆ เพราะ FF8 นี่แหละ เป็นภาคที่ทำให้เลิกเล่น FF ไปโดยปริยาย เพราะมันห่วยเสียจนหมดความอยากเล่นให้จบ ตัวละครไม่น่าเอาใจช่วย เนื้อเรื่องไม่สนุก ระบบเกมหรือมินิเกมก็น่าเบื่อ เล่นไปจนถึงแผ่นสาม ทนไม่ได้จนต้องเลิกเล่นเลิกเล่น และจากนั้นก็ไม่ได้แตะ FF อีกเลย (ส่วนหนึ่งเพราะมันไม่ port มาลง PC และที่บ้านไม่มี PS (จริงๆ แล้วไม่มีแม้กระทั่งทีวี))

อยากหยิบ FF7 มาเล่นอีกซักรอบจริง

Compiling Quake III

by pittaya

Compiling Quake III arena on Linux is not quite difficult as i thought, but only a bundled README is not enough. After googling for a while i found the source files contain win32-style linebreak, so they need to be changed to unix-style ones. Moreover, default parameter in Makefile are optimized for pentium, so i need to edit it manually for my athlon cpu. The last thing is this Makefile is for gcc-2.95, some parameters are deprecated in gcc-3.3 (my default compiler) so i replaced them with 3.3 equivalent.

A brief compiling steps for my Ubuntu box (Hoary):
(adopt from here)

  1. Download the source from ftp://ftp.idsoftware.com/idstuff/source/quake3-1.32b-source.zip
  2. Unzip using:
    unzip -qa quake3-1.32b-source.zip
    (to convert file silently)
  3. chmod all perl script (*.pl) and shell script (*.sh) to be executable
  4. chmod code/unix/cons and code/unix/pcons-2.3.1 to be executable
  5. Edit code/unix/cons file, change first line from
    #!/usr/bin/env perl
    into:
    #!/usr/bin/perl
  6. Edit unix/Makefile, line 149, change it to suit machine’s architecture
  7. Edit Construct file, line 22, change from ‘debug’ to ‘release’
  8. Execute: unix/cons release
  9. Take a break, have some coffee
  10. Go to code/install, there’s linuxquake3 binary file waiting to be executed

Then i get an error message said cannot find default.cfg - What the hell !

Another 10 minutes googling, i found that, in order to run Q3A i need game data file (the so-called pak0.pak file) which can be obtained from Q3A CD which i don’t have.

Do I have to go to buy a box of Q3A ? Fortunately, Bram Cohen has invented BitTorrent. Q3A can be easily found on several trackers.

There’re still more problems.
The file i downloaded is in 7-zip format which i cannot open it with my Hoary and the p7zip package is only available for Breezy
i have to download the binary manually - Damn!,i was spoiled by Apt-get/Synaptics easiness.

After unzip it, there are quake3.mdf and quake3.mds file. What the hell are these file ?
More googling told me it’s an image file created by Alcohol 120%,
<rant>I HATE IT! why didnt’t they make it ordinary ISO file !</rant>

mdf2iso is also not available for my Hoary and its website doesn’t provide any binary packages. I grabbed the source - compile - then use it on the damn mdf file.

Finally, i got an ISO file. It seems ok and can be mounted as loopback without problem.
Then, get it burned on CD with GnomeBaker.

Let’s come back to focus on Q3A. There’s a file named pak0.pak3 on Q3A cd, copy it to code/install/baseq3 directory.
Run linuxquake3 binary and then VOILA ! Q3A started ! With 3D acceleration ! With SFX !

Enough for today…
Hacking the engine must be an energy-consumed task, should be done in another day -_-’

Next Page »