Strange Search Result

ลองใช้ google ค้นชื่อตัวเองดูเล่นๆ ดันเจออะไรแปลกๆ

Strange search result

ที่แปลกคือว่าหน้าตามันไม่เหมือนกับผลการค้นหาเพิ่มเติมทั่วๆ ไป อย่างเช่นในรูปข้างล่าง

Another search result

เท่าที่คลิกดูมันจะลิงก์ไปที่หน้ารวมแท็กนั้นๆ ซึ่งก็ไม่เข้าใจเหตุผลอยู่ดีว่า มันเอาเกณฑ์อะไรมาเลือกแท็ก เพราะอย่างแท็ก photo หรือ politics อาจจะมีจำนวน entry เยอะ แต่ว่าแท็ก bangkok กับ hi5 นี่มันมีแค่อย่างละ entry เท่านั้นเอง

สรุปว่า มันคืออะไรก็ไม่รู้

Google Chrome vs Mozilla Firefox

จากข่าวดัง ที่ว่า Google ซุ่มทำเว็บเบราเซอร์ของตัวเอง และปล่อยออกมาในชื่อ Google Chrome โดยชูความเร็วของ Javascript engine ของตัวเองที่ชื่อว่า V8 เป็นหลัก ด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่ามันจะเร็วแค่ไหน ก็เลยเอามารันทดสอบกับ SpiderMonkey (Javascript engine ของ Firefox 3) ให้รู้กันว่าใครเร็วกว่า

การทดสอบทำด้วย SunSpider Javascript Benchmark ผลได้ออกมาตามนี้


กราฟสั้นกว่าแปลว่าเร็วกว่า

จากกราฟจะเห็นได้เลยว่า Javascript ของ Google Chrome เร็วกว่า Firefox 3 ถึง 2 เท่า!

อย่างไรก็ดี ใน Firefox 3.1 จะมีการใช้เทคนิค Tracing ช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น ซึ่งใน build แรกๆ ก็สามารถทำความเร็วเพิ่มขึ้นไปได้ถึงเกือบๆ 2 เท่า ถ้าจะเปรียบมวยกันจริงๆ อาจจะต้องรอจนถึง Google Chrome ตัวจริง และ Firefox 3.1

ปล. พยายามเอา Firefox 3.1b2pre มารันเทสดู แต่ดันรันไม่ผ่านซะงั้น เลยไม่มีผลการทดสอบให้ดู

Google App Engine

Google App Engine เป็นหมัดเด็ดของ Google ที่ออกมาเพื่อต่อกรกับ Amazon Web Services ของ Amazon โดยเฉพาะ

ในขณะที่ AWS มีบริการให้ใช้คือ S3 (เก็บข้อมูล), EC2 (ประมวลผล) และ SimpleDB (ฐานข้อมูล) แต่ละบริการจะแยกออกจากกัน จะใช้ทั้งหมดหรือแค่ตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ แต่สำหรับบริการของ Google App Engine จะต่างออกไป โดย Google จะให้บริการแบบครบวงจรกว่า แยกใช้งานแบบเป็นบริการเดี่ยวๆ ไม่ได้

บริการของ Google App Engine จะมีลักษณะเป็นการให้บริการ infrastructure ที่ระดับ high-level มากกว่า โดยสามารถรัน application ที่เขียนด้วยภาษา python เท่านั้น (ภาษาอื่นจะตามมาในอนาคต) ทาง Google จะมี SDK มาให้นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมทดสอบในเครื่องตัวเองได้ก่อน แล้วนำมา deploy ลงในระบบของ Google App Engine ทีหลังได้ โดยระบบเก็บข้อมูลจะใช้ GFS และใช้ฐานข้อมูล BigTable

Google App Engine ในช่วงแรกจะเปิดแบบ beta ให้นักพัฒนา 10,000 คนแรก และจำกัดการใช้งานไว้ที่เนื้อที่ 500 MB และ bandwidth ไม่เกิน 10 GB ต่อวัน หลังจากนั้นเมื่อเปิดเต็มตัวแล้วจะมีโมเดลเก็บเงินอีกครั้งหนึ่ง (ยังไม่กำหนดราคา)

ในช่วงปี 2005 ตอนนั้น Google ไปจ้าง Guido Van Rossum คนสร้างภาษา python เข้ามาทำงานด้วย เป็นข่าวฮือฮาอยู่พักนึงว่า Google จะจ้างเอาไปทำอะไร แต่เจ้าตัวก็ติด NDA พูดอะไรมากไม่ได้ สุดท้ายเวลาผ่านไป 3 ปี ก็ได้ Google App Engine ออกมาให้ได้ลองใช้กัน

นอกจากนี้แล้ว Google App Engine ยังสนับสนุน Django ซึ่งเป็น web framework ยอดฮิตในภาษา python ด้วย ทำให้การสร้าง application สามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเว็บที่ใช้ django ก็เช่น Pownce, Revver)

เปรียบเทียบกันแล้ว Google App Engine ยังเป็นรอง Amazon Web Service อยู่พอสมควร เนื่องจากที่ว่ามันใช้ได้แค่ python ภาษาเดียวเท่านั้น ซึ่งจำนวนนักพัฒนา python (สำหรับเว็บ) เมื่อเทียบกับ PHP หรือ Ruby แล้วยังห่างกันเยอะมาก และในปัจจุบัน application จำนวนมากพิสูจน์แล้วว่า AWS นั้นสามารถใช้งานได้ในระดับใหญ่จริง (เช่น Twitter, Pownce, Slideshare ฯลฯ)

นักพัฒนาที่มี application เก่าที่เป็นภาษาอื่น คงยากที่จะยอมย้ายมาลงบน platform ของ Google สู้ไปใช้งาน AWS เฉพาะในส่วนที่จำเป็นจะดีกว่า อันนี้ก็เป็นปัญหาของ Google ต่อไปที่ต้องเร่งมือทำให้ Google App Engine รองรับภาษาอื่นมากขึ้น ถ้าให้เดา ภาษาถัดไปน่าจะเป็น Ruby (คนต่อไปที่จะโดนจ้างอาจเป็น MatZ หรือ David Heinemeier Hansson)

อ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข่าว

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

22.7 km

ระยะทางจากที่หอไปถึงออฟฟิซ 22.7 กิโลเมตร ใน google maps คำนวณไว้ว่าใช้เวลาขับรถ 25 นาที แต่ความเป็นจริงไม่มีรถขับ นั่งรถมอเตอร์ไซค์ + รถเมล์ เฉลี่ยแล้วใช้เวลา 1 ชั่วโมง

my route

มันน่าจะมีประมาณเวลาสำหรับนั่งรถเมล์มั่งนะ (แต่เมืองไทยคงยาก)