ผ่านทาง Darwine 1.0 กับ ies4osx กว่าจะปล้ำให้ใช้งานได้ เล่นเอาเหนื่อย

สำหรับคนที่ไม่รู้ Darwine คือโปรแกรม emulator ที่ทำให้เราสามารถรันโปรแกรมของวินโดวส์ บน Mac OS X ได้ ส่วน ies4osx เป็นแพคเกจที่มีคนทำขึ้นมาให้เราสามารถใช้งาน IE บน darwine ได้ (พัฒนามาจากเวอร์ชันบน linux ที่ชื่อ ies4linux)

Darwine 1.0 ลงไม่ยากอะไร แต่ตอนแรกหาตัวที่เป็นเวอร์ชัน 1.0 สำหรับ Tiger ในเว็บ Darwine ไม่เจอ (เจอแต่เวอร์ชันเก่า เวอร์ชันใหม่ก็มีแต่สำหรับ Leopard) สุดท้ายไปได้ตัว package จากเว็บนี้

ปัญหาต่อมาที่เจอคือลง ies4osx ไม่ผ่าน ลองแกะ script ดูพบว่าตัว installer ของมันหาไบนารีของ wget กับ md5sum ไม่เจอ เลยแก้เอาแบบถึกๆ ด้วยการ hard code ใส่ absolute path ของมันเข้าไปตรงๆ เลย

ปัญหายังไม่หมดเท่านี้ คือเมื่อรัน ies4osx ขึ้นมาได้แล้ว มันแสดงผลภาษาไทยไม่ได้ เพราะ font Tahoma ที่มันแถมมาไม่มี glyph ภาษาไทย ทางแก้คือไปเอาไฟล์ tahoma ของวินโดวส์มาใส่ใน /Applications/Internet Explorer 6.0.app/Contents/Resources/ie6/drive_c/windows/Fonts ลึกลับซับซ้อนมาก

ในที่สุดก็รันขึ้นมาได้ ถึงมันจะเละๆ ไปหน่อย แต่ก็พอเอามาเทสเว็บที่เขียนได้บ้างแล้ว

ies4osx
คลิกเพื่อดูรูปใหญ่

เอาสถิติจาก google analytics มาให้ดู เป็นสถิติคนเข้าดู blog นี้ 3 วันล่าสุด หลังจาก Firefox 3 เปิดให้ดาวน์โหลด

คนอ่าน blog นี้ท่าทางจะอินเทรนด์ใช้ได้ เปลี่ยนมาใช้ Firefox 3 กันถึง 47% แล้ว

Bi-monthly keywords

by pittaya

ตรวจหวย, ทำนายฝัน, เลขเด็ด, สลากกินแบ่งรัฐบาล - เป็น keyword กลุ่มที่มีการค้นหาเยอะ ทุกๆ ครึ่งเดือน

สะท้อนสังคมบ้านเราได้ระดับหนึ่งเหมือนกัน

จากที่มีข่าวว่า นายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์อันตราย ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง ถ้าคนทั่วไป อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ วันๆ นึงไม่เคยจะเปิดเว็บ (นับๆ ไปก็ 80-90% ของคนไทยทั้งประเทศแล้ว) เกิดได้อ่านข่าวนี้ขึ้นมาจะรู้สึกยังไงบ้าง? อินเทอร์เน็ตมันเป็นสถานที่อันตรายขนาดนั้นเลยหรือยังไง ไอทีซีควรจะปิดกั้นเว็บเหล่านี้ไปทั้งหมดเลยใช่มั้ย - ทั้งหมดนี้เป็นการให้ข้อมูลผิดๆ สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดกับคนทั่วไป เป็นการเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งมันเป็นวิธีสกปรก ไม่ต่างจากสมัย 30-40 ปีที่ผ่านมาเลย

เพราะว่าทนกับพฤติกรรม “มั่ว” ของนายเทพไทไม่ได้ ชาวอินเทอร์เน็ตหลายคนจึงได้รวมตัวกันออกแถลงการณ์ เพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพ ตามแคมเปญข้างล่างนี้

แถลงการณ์จาก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง
ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
29 พฤษภาคม 2551

เรื่อง ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ และขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง

สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง

2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการ ทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่า ด้วยวิธีใด ๆ โดยทันที

และเนื่องด้วยการกระทำเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการ ริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน

พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของ เพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม

ขอแสดงความนับถือ

(ผู้ลงชื่อ)



ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์

ใครเห็นด้วยกับแคมเปญนี้ ช่วยลงชื่อ, ชวนเพื่อน, เอาป้ายไปแปะในเว็บ, บล็อก, hi5, myspace, facebook ตัวเองด้วย

ใครใช้ facebook สามารถเพิ่ม application ได้ที่นี่ - Protect Our Internet Application หรือเข้าร่วม Facebook group ได้ตามสะดวก

Long tail in music

by pittaya

คนที่เคยใช้งานเว็บ last.fm น่าจะรู้ดีว่าเว็บนี้มีบริการเก็บสถิติเพลงที่เราฟัง มีข้อมูลศิลปินวงต่างๆ แล้วก็สามารถแนะนำศิลปินที่เราน่าจะชอบ โดยอาศัยสถิติของเพลงที่เราฟัง

พอดีอยู่ว่างๆ เปิดเข้าไปดูในหน้า Top artists (จัดอันดับศิลปินที่ฟังบ่อย) ของตัวเอง เพิ่งสังเกตว่ารูปร่างมันคุ้นหน้าคุ้นตาพิลึก


คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

รูปแบบนี้มันคือ Long tail น่ะเอง ที่จริงหางมันยาวกว่านี้มาก แต่ตัดมาให้ดูหน่อยเดียว (ยังไม่ถึงครึ่งเลย) ตรงส่วนหัวสองอันดับแรก Radiohead กับ Explosions in the Sky จะมีความยาวมากกว่าวงอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน ที่เหลือก็ลดหลั่นกันลงไป

สงสัยว่า คนอื่นที่ใช้ last.fm มีกราฟหน้าตาเป็น long tail แบบนี้กันบ้างหรือเปล่า?

Hidden text again

by pittaya

มีเรื่องดีๆ จากเว็บของ @mormmam อีกแล้ว เป็นเรื่องเทคนิคการทำ SEO เหมือนเดิม พอดีความรู้เรื่อง SEO ของผมค่อนข้างอ่อนด้อยพอสมควร ไม่รู้ว่าการทำ hidden text แบบนี้จะเข้าข่ายผิด guidelines ของ search engine หรือเปล่า (แต่เอ๊ะ guidelines ไม่ใช่ rules สินะ บางอย่างอาจจะทำเป็นหลงๆ ลืมๆ ไปบ้างคงได้)

จากเทคนิคที่เห็นไปนั่น คิดในเชิงคนเขียนโปรแกรมแล้ว คงจะไม่ใช่การให้คนทำเนื้อหา มาทำ SEO rewrite เนื้อหาแน่ๆ เพราะข้อความส่วน hidden text มันอยู่ตรงส่วนหัวข้อ ไม่ใช่ส่วนของเนื้อหา

เพื่อความแน่ใจ ก็เลยลองเปิดหน้าอื่น ใช้ firebug จับดูก็เห็นตามที่คิด คือหน้าอื่นๆ ที่อยู่ในหมวด photo เหมือนกัน มีการแทรกข้อความซ่อน เป็น hidden text ไว้เหมือนกันหมด ตามในรูปข้างล่าง

หมายความว่า งานนี้มาจากฝีมือโปรแกรมเมอร์แน่นอนครับ ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่มีหน้าที่แก้ไขเนื้อหาชัวร์ๆ

แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ บางที่เค้าอาจจะให้เด็กฝึกงานมีสิทธิ์แก้ไขโปรแกรมด้วยก็ได้ ใครจะรู้ มารอดูกันต่อไปว่า hidden text อันนี้จะโดนถอดออกเมื่อไหร่ดีกว่า

I want my YouTube

by pittaya

จาก blog ของ bact’ มีคลิปบางคลิปที่ไม่สามารถดูได้ในบ้านเรา เวลาเปิดเข้าไปก็จะเจอตัวหนังสือในกรอบแดงๆ ว่า “this video is not available in your country” ดูเหมือนว่าประเทศอื่นบางประเทศก็เจอเรื่องแบบนี้เข้าเหมือนกัน เป็นฟีเจอร์ที่ YouTube (Google) ทำให้หน่วยงานของแต่ละประเทศเข้ามาเลือกบล็อกได้ตามใจ

แต่เอาเถอะ วิธีการแหกกฎมันก็ยังพอมีอยู่ สมมุติว่าเราอยากจะดูวิดีโอที่ชื่อว่า

http://youtube.com/watch?v=_yyKTE8TytA

ก็เปลี่ยน URL ของมันให้เป็น

http://youtube.com/v/_yyKTE8TytA

ก็จะดูได้ ถึงแม้ว่าขนาดมันจะเบี้ยวๆ และใหญ่ขึ้นมาสักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าดูไม่ได้
(จาก blog Google Operating System via Lifehacker)

ถึง Google จะมี motto ว่า “Don’t be evil” แต่สุดท้ายเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจแล้ว ก็ต้องทำตัว evil อยู่ดี

Searching for Food

by pittaya

วันนี้ลองใช้ชื่อร้านอาหารที่ตัวเองเคยไปกินแล้วเขียนลง blog เอามาค้นเล่นๆ ใน google ดู ได้ผลน่าตกใจกว่าที่คิด

คีย์เวิร์ดที่ลองใช้ค้นหาดู พร้อมผลการค้นหา เป็นไปตามนี้

  • tsubakiya - ได้อันดับ 10
  • greyhound cafe - ได้อันดับ 6 (แพ้ @markpeak !)
  • heiroku sushi - ได้อันดับ 1 ! :D
  • โคขุน โพนยางคำ - ได้อันดับ 6
  • scoozi pizza - ได้อันดับ 7
  • cheesy fried - ได้อันดับ 2 แต่อันดับ 1 ก็คืออัลบัมรูปของตัวเองที่อยู่ใน multiply น่ะแหละ
  • takumi - ได้อันดับ 8
  • pepper lunch - ได้อันดับ 3
  • silver palace - ไม่ติดอันดับ! แต่ดันไปค้นเจอหน้ารวมของ blog อยู่ที่อันดับประมาณ 50 กว่าๆ

ผลการค้นหาทั้งหมด เป็นผลที่ได้จากการค้นหาด้วย google ภาษาไทย เวลาประมาณ 5 ทุ่มของวันที่ 18 เมษายน 2008 ถ้าใช้คีย์เวิร์ดเหล่านี้มาค้นในวันอื่น อาจได้ผลการค้นหาที่ต่างออกไป

สำหรับแฟนๆ เว็บเบราว์เซอร์ Mozilla Firefox คงได้ยินข่าวคราวกันมาแล้วบ้างว่า Firefox เวอร์ชัน 3 กำลังจะออกในช่วงกลางปีนี้ ในบ้านเราก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้และพยายามผลักดันให้ภาษาไทยได้เป็น supported language ทำให้ผู้ใช้บ้านเราไม่ต้องมาคอยโหลดตัวตัดคำ ตั้งค่าโน่นนี่เอาเอง แค่โหลดมาลงก็ใช้ได้ทันที!

ปัญหาที่ผู้ใช้ Firefox บ้านเราเจอกันและเป็นอุปสรรคใหญ่มากคือตัวของ Firefox มันตัดคำไทยไม่ได้ ทำให้เวลาเข้าเว็บหลายๆ แห่งแล้วหน้าตามันจะดูเละๆ (แต่บางเว็บมันก็หน้าตาเละๆ ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ไม่เกี่ยวกับ Firefox สักหน่อย) ปัญหานี้ค้างมาเป็นเวลานาน แต่ในที่สุดก็ได้รับการแก้ไขให้ตัดคำไทยได้สวยงามทั้งบน Windows, GNU/Linux และ Mac ในเวอร์ชัน 3 นี่เอง

ปัญหารองลงมาอีกคือ ค่าปริยาย (default) ของ Firefox มันออกแบบมาไม่เหมาะกับผู้ใช้บ้านเรา เปิดเว็บแล้วตัวหนังสือเล็กไปบ้าง ใหญ่ไปบ้าง ไม่รู้จะไปแก้ค่าตรงไหน ซึ่งใน Firefox 3 มีวิธีการแก้ปัญหานี้แล้ว หลังจากนี้ไปถ้าโหลดเวอร์ชันภาษาไทยมาใช้ ก็จะตั้งค่าเริ่มต้นให้แล้ว ดูได้สวยงาม

สำหรับคนที่ต้องการทดสอบ Firefox 3 Thai Localized Build (ตัดคำได้สวยงาม หน้าตา เมนู เป็นภาษาไทย) ที่ทีมงานทำขึ้นมา สามารถดาวน์โหลดได้จากหน้าโครงการ

  • Firefox ตัวจริงจะออกตอนกลางปี ตัวปัจจุบันล่าสุดที่มีให้ใช้คือเวอร์ชัน beta5 สำหรับรุ่น Thai Localized Build ที่เอามาให้ดาวน์โหลดกันนี้สร้างจากโค้ดล่าสุดของทาง Mozilla เอง
  • ดาวน์โหลด Firefox 3 รุ่นภาษาไทย มีทั้งบน Mac OS X (Universal binary), GNU/Linux, และ Windows XP (สำหรับ Windows Vista จะตามมาในเร็ววัน)
  • ถ้าพบปัญหา แปลไม่ถูกใจ ใช้งานยาก ส่ง feedback กลับมาได้ที่ หน้ารวม issue ของโครงการ (ต้องมี account ของ Google)

บางคนอาจจะสงสัยว่า “ทำไมต้องไปแปลหน้าตาของ Firefox ให้มันเป็นภาษาไทยด้วย ในเมื่อภาษาอังกฤษก็ใช้งานได้ดีอยู่แล้ว” แต่จริงๆ แล้วยังมีผู้ใช้ในบ้านเราอีกจำนวนมากที่ประสบปัญหาในการใช้งานโปรแกรมที่มีหน้าตาเป็นภาษาอังกฤษ (เช่น กลุ่มเด็กนักเรียนหรือคุณลุงคุณป้า) อยากให้ลองช่วยกันใช้ ช่วยกันทดสอบ แล้วแจ้งปัญหากลับมาเพื่อเราจะได้มีโปรแกรมดีๆ ไว้ใช้กัน

ติดตามความคืบหน้าของการพัฒนา Firefox 3 รุ่นภาษาไทย ได้ที่ Google Code และ Google Groups

Google App Engine

by pittaya

Google App Engine เป็นหมัดเด็ดของ Google ที่ออกมาเพื่อต่อกรกับ Amazon Web Services ของ Amazon โดยเฉพาะ

ในขณะที่ AWS มีบริการให้ใช้คือ S3 (เก็บข้อมูล), EC2 (ประมวลผล) และ SimpleDB (ฐานข้อมูล) แต่ละบริการจะแยกออกจากกัน จะใช้ทั้งหมดหรือแค่ตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ แต่สำหรับบริการของ Google App Engine จะต่างออกไป โดย Google จะให้บริการแบบครบวงจรกว่า แยกใช้งานแบบเป็นบริการเดี่ยวๆ ไม่ได้

บริการของ Google App Engine จะมีลักษณะเป็นการให้บริการ infrastructure ที่ระดับ high-level มากกว่า โดยสามารถรัน application ที่เขียนด้วยภาษา python เท่านั้น (ภาษาอื่นจะตามมาในอนาคต) ทาง Google จะมี SDK มาให้นักพัฒนาสามารถเขียนโปรแกรมทดสอบในเครื่องตัวเองได้ก่อน แล้วนำมา deploy ลงในระบบของ Google App Engine ทีหลังได้ โดยระบบเก็บข้อมูลจะใช้ GFS และใช้ฐานข้อมูล BigTable

Google App Engine ในช่วงแรกจะเปิดแบบ beta ให้นักพัฒนา 10,000 คนแรก และจำกัดการใช้งานไว้ที่เนื้อที่ 500 MB และ bandwidth ไม่เกิน 10 GB ต่อวัน หลังจากนั้นเมื่อเปิดเต็มตัวแล้วจะมีโมเดลเก็บเงินอีกครั้งหนึ่ง (ยังไม่กำหนดราคา)

ในช่วงปี 2005 ตอนนั้น Google ไปจ้าง Guido Van Rossum คนสร้างภาษา python เข้ามาทำงานด้วย เป็นข่าวฮือฮาอยู่พักนึงว่า Google จะจ้างเอาไปทำอะไร แต่เจ้าตัวก็ติด NDA พูดอะไรมากไม่ได้ สุดท้ายเวลาผ่านไป 3 ปี ก็ได้ Google App Engine ออกมาให้ได้ลองใช้กัน

นอกจากนี้แล้ว Google App Engine ยังสนับสนุน Django ซึ่งเป็น web framework ยอดฮิตในภาษา python ด้วย ทำให้การสร้าง application สามารถทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น (ตัวอย่างเว็บที่ใช้ django ก็เช่น Pownce, Revver)

เปรียบเทียบกันแล้ว Google App Engine ยังเป็นรอง Amazon Web Service อยู่พอสมควร เนื่องจากที่ว่ามันใช้ได้แค่ python ภาษาเดียวเท่านั้น ซึ่งจำนวนนักพัฒนา python (สำหรับเว็บ) เมื่อเทียบกับ PHP หรือ Ruby แล้วยังห่างกันเยอะมาก และในปัจจุบัน application จำนวนมากพิสูจน์แล้วว่า AWS นั้นสามารถใช้งานได้ในระดับใหญ่จริง (เช่น Twitter, Pownce, Slideshare ฯลฯ)

นักพัฒนาที่มี application เก่าที่เป็นภาษาอื่น คงยากที่จะยอมย้ายมาลงบน platform ของ Google สู้ไปใช้งาน AWS เฉพาะในส่วนที่จำเป็นจะดีกว่า อันนี้ก็เป็นปัญหาของ Google ต่อไปที่ต้องเร่งมือทำให้ Google App Engine รองรับภาษาอื่นมากขึ้น ถ้าให้เดา ภาษาถัดไปน่าจะเป็น Ruby (คนต่อไปที่จะโดนจ้างอาจเป็น MatZ หรือ David Heinemeier Hansson)

อ่านเพิ่มเติมจากแหล่งข่าว

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง

Next Page »