การ migrate มาใช้ Breezy Badger ที่จัดการไปเมื่อวันก่อน อะไรๆ มันก็ดูดี ยกเว้นที่ว่า… ดันลืม backup contact รุ่นน้องที่ต้องใช้ติดต่อตอนทำ thesis
ชื่อ อีเมล์ เบอร์โทร หายวับไปพร้อมกับคำสั่ง mkreiserfs
เวรจริงๆ…
Roti thinks you may like these (alpha)
Notebook ที่ใช้อยู่เนี่ย ซื้อมาจะสามปีแล้ว แต่ยังทำงานได้ซื่อสัตย์ดี เสียอยู่ตรงที่ว่ามันมี Harddisk มาให้แค่ 30GB
ใน 30GB เนี่ย ก็เฉือนไว้ให้ WindowsXP ซะ 5GB เป็น OS ลูกเมียน้อย ไม่ค่อยได้ใช้ ส่วนที่เหลือก็จัดแบ่งลง Ubuntu Linux
ทีนี้มันมีเรื่อง thesis ที่ดันจำเป็นต้องใช้ windows ขึ้นมา แล้วไอ้ 5GB ที่มีเนี่ย มันไม่พอใช้งาน ก็เลยต้องมาจัดการหดขนาดส่วนที่เป็น linux แล้วเอาเนื้อที่ไปโปะส่วนของ windows แทน
Filesystem ของ linux partition ที่ใช้อยู่เป็น reiserfs เวลาจะย่อขนาด เค้าบอกว่าต้อง unmount ก่อน ก็เลยต้องไปหาพวกที่เป็น live CD มาบูทเสียก่อน แล้วค่อยจัดการย่อ
ลองใช้ QTParted บน Knoppix ก็ไม่สำเร็จ
ใช้ resize_reiserfs ที่เป็น command-line ก็ไม่เวิร์ค มันบ่นว่ามี broken tree อะไรซักอย่างใน partition
ด้วยความขี้เกียจ ก็เลยลบ partition linux ทิ้งไปเลยดีกว่า (แน่นอนว่าต้อง backup ไว้ก่อน)
จากเนื้อที่ที่ว่างอยู่ จัดการแบ่ง partition ใหม่ เพิ่มเนื้อที่ให้ windows อีก 4GB ส่วน partition linux ก็ได้โอกาสลง Ubuntu ตัวใหม่ เวอร์ชัน 5.10 โค้ดเนม Breezy Badger ที่เพิ่งออกมาใหม่สดๆ ร้อนๆ
ดูจากภายนอก Breezy ก็ดูคล้ายๆ กับเวอร์ชันเก่า ไม่แตกต่างเท่าไหร่นัก แต่ถ้าจะดูจริงๆ แล้วมีหลายอย่างที่ต่างไป เช่น kernel ที่ใหม่ขึ้น รู้จักอุปกรณ์มากขึ้น, Gnome ใหม่ที่ใช้ rendering engine แบบเวคเตอร์, ฯลฯ
ที่ประทับใจก็มี
- Cairo - Render backend ตัวใหม่ของ gtk ที่ทำงานได้รวดเร็วกว่าที่คิด ทำให้ effect ต่างๆ บน gnome ดูดีขึ้นเยอะ
- iPod mini เสียบเข้าไปแล้ว mount ให้ทันที แถมมี icon เป็นรูป ipod เสียด้วย รวมทั้ง Rhythmbox ก็รู้จัก iPod โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย
- Hibernate ใช้งานได้แล้ว !
- Installer ฉลาด ใช้งานง่าย รู้จัก hardware ครบ
- มี Bootsplash มาให้แล้ว มี progress bar สวยๆ งามๆ
- Breezy repositories มี package ที่ต้องการใช้ครบครัน ใช้งานได้ไม่มีปัญหา (ยกเว้น Azureus)
- ดูเหมือนจะทำงานเร็วกว่าเดิม (ไม่รู้คิดไปเองป่าว)
ปรับแต่งอีกนิดๆ หน่อยๆ ก็เนียนแล้ว
Roti thinks you may like these (alpha)
SUSE 10.0 ออกแล้ว
มีเวอร์ชันฟรี (ไม่มี technical support) ให้โหลดได้ที่ OpenSUSE.org
ของเด่นๆ ข้างในก็มี
- Kernel 2.6.13
- Firefox 1.0
- OpenOffice.org 2.0
- Beagle (spotlight เวอร์ชันบน linux)
- Mono
- Gimp 2.2, F-spot
ฯลฯ
ปกติไม่เคยเล่น Suse ไม่รู้มันทำมาดีแค่ไหน ที่เคยได้ยินก็แค่เค้าว่ากันว่ามันมี tool เจ๋งจัดที่ชื่อ YasT (Yet another อะไรซักอย่างเนี่ย) เพื่อนฝูง คนรู้จักก็ไม่มีใครใช้ แต่เหมือนเค้าจะใช้ในองค์กรกันเยอะนะ
ใช้ distro ที่มันดู commercial หน่อยก็มีข้อดีตรงที่ application หรูหรา มันก็มักจะทำมาเพื่อ distro พวกนี้ หรือ document ก็หาไม่ยากนัก อย่าง Redhat เนี่ย document หาง่ายโคตร เทียบกับ gentoo หรือ ubuntu ก็ต้องพึ่งพาแต่ community เท่านั้น
ยังไงซะ อีกไม่กี่วัน Breezy Badger ก็จะออกแล้ว ไว้รอเล่นตัวนี้ดีกว่า
update: เวบ opensuse.org มันใช้ mediawiki เหรอเนี่ย ทำไมมันหน้าตาดีได้ขนาดนี้
Roti thinks you may like these (alpha)