ReadCamp 29 Nov 2008 @ Bangkok Art and Culture Centre

My poor English

by pittaya

ตั้งแต่มี ipod nano ตัวใหม่ ก็เริ่มมีพฤติกรรมหา podcast มาดูมากขึ้น แต่เนื่องจากวิดีโอที่เป็นภาษาไทยไม่ค่อยจะมีรายการให้ดูเท่าไหร่นอกจาก duocore ก็ต้องไปหาที่เป็นภาษาอังกฤษมาดูบ้าง

ลองค้นใน podcast directory ของ iTunes ดูแล้วก็มีรายการน่าสนใจหลายรายการ ที่ subscribe ไว้ดูก็มี

  • Diggnation - รายการต้นแบบของ duocore บ้านเรา
  • GeekBrief.tv - พูดคุยข่าวคราวสั้นๆ ในวงการ tech/gadget โดยพิธีกรสาว Cali Lewis
  • Code Monkeys - การ์ตูนภาพเหลี่ยมๆ เหมือนหลุดออกมาจากเครื่องแฟมิคอม
  • National Geographic Video Shorts - สารคดีตอนสั้นๆ ดูเพลิน ได้ความรู้
  • Uefa weekly vodcast - รายการรายสัปดาห์เกี่ยวกับฟุตบอลยุโรป

นอกจากนี้ก็มีโหลดวิดีโอ presentation ของคนดังในแวดวง IT มาจาก google video, youtube เอามาดูอยู่บ้าง

ปัญหาหลักๆ ของการดูวิดีโอพวกนี้คือ มันเป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีซับไตเติ้ล บางคนพูดชัดหน่อยก็พอฟังออก อย่างเช่น presentation ของ Lawrence Lessig เป็นคนที่มีลีลาการ present ได้ดีมากๆ พูดชัด ฟังทัน รู้เรื่อง ก็พอจะได้ใจ คิดว่าตัวเองคงพอฟังภาษาอังกฤษออกอยู่บ้าง แต่พอมาเจอคนที่พูดเร็วและเต็มไปด้วยสแลง (เช่น Alex ของ diggnation) ก็ใบ้กิน ฟังแทบไม่ออกเลย

ยังอีกห่างไกลกว่าจะดูหนังโดยไม่พึ่งซับไตเติ้ลได้

เนื่องจาก ipod mini ตัวเก่าเกิดอาการงอแง ไม่ยอมแสดงปกอัลบัม ไม่ยอมเล่นไฟล์วิดีโอ ไม่ยอมแสดงผลเป็นจอสี แล้วก็ไม่ยอมให้ใส่ข้อมูลเกินกว่า 4GB ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจำใจต้องซื้อตัวใหม่มาใช้ โดยตัวใหม่ที่ซื้อมาก็เป็นรุ่นล่าสุดที่เพิ่งออก iPod Nano 3rd Generation ขนาด 8 GB สีดำ

ipods
เปรียบเทียบจากซ้ายไปขวา : Mini, Nano 2nd gen (ของคนอื่น ยืมมาเทียบเฉยๆ), Nano 3rd gen

รูปลักษณ์ภายนอก: หลายคนบอกว่า nano ตัวใหม่นี่หน้าตาอ้วนเตี้ย ดูแล้วไม่สวย จะว่าไปก็ออกจะจริงอยู่ คือถ้าเทียบกับ Nano 2nd gen แล้วยังไงอันนั้นก็ดูดีกว่า แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังสวยกว่ายี่ห้ออื่น วัสดุด้านหน้าเป็นแบบเดียวกับ Nano 2nd gen ดูสวยงามดี ด้านหลังเป็นโลหะมันวาว สะท้อนแสง ใช้แทนกระจกได้เลย ตรงนี้เป็นรอยนิ้วมือง่ายมากๆ สำหรับคนรักความสะอาดอาจจะต้องหาซื้อปลอกมาใส่ จอภาพของรุ่นนี้แสดงผลได้ที่ 320×240 pixel เทียบกับขนาดจอ 2 นิ้ว ทำให้ความละเอียดจำนวน pixel/inch สูงมาก ภาพที่ได้ออกมาก็เลยมีความคมชัดสวยงามดี การเชื่อมต่อกับคอมก็ใช้สายต่อ USB แบบเดิม แต่ในรุ่นนี้หัวต่อ USB กับรูเสียบหูฟังมันติดกัน ทำให้ถ้าจะถอดสาย USB ออก ต้องถอดหูฟังออกก่อน น่ารำคาญเล็กน้อย

ฟังเพลง: ฟีเจอร์ใหม่ที่มีเข้ามาในรุ่นนี้คือ Cover Flow เอาปกอัลบัมมาเรียงๆ กันดูสวยงาม แต่ตรงนี้มีเรื่องน่าผิดหวังอยู่คือ ในหน้า cover flow นี้จะแสดงผลเรียงตาม Artist ได้เท่านั้น เรียงแบบ Album หรือ Album by Artist แบบใน iTunes ไม่ได้ ส่วนอื่นก็จะเหมือนๆ กับในรุ่นเดิม ยกเว้นการคอนโทรลบางอย่างจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชอบตรงที่สามารถ shuffle album หรือ artist ได้จากหน้าจอเล่นเพลงโดยตรงเลย ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงนี่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันดีหรือไม่ดี ไม่ใช่พวกหูเทพ แยกไม่ออก

CoverFlow
แสดงผลแบบ Cover Flow ได้สวยงาม

ดูวิดีโอ: วิดีโอสามารถเลือกดูได้ทั้งในโหมด widescreen และ fullscreen จากการทดลองดูไฟล์หนังที่ rip ออกมาจาก DVD ดูเป็นแบบ widescreen ก็จะพออ่านซับไตเติ้ลออก แต่ถ้าดูแบบ fullscreen ก็จะอ่านได้ค่อนข้างสบายตากว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ด้านข้างที่โดน crop ทิ้งไป ไฟล์วิดีโอที่จะเอามาใส่ก็ใช้โปรแกรม iSquint แปลงเอา ง่ายดี (มีเฉพาะบน mac) หรือถ้าจะ rip จาก DVD ก็ใช้โปรแกรม handbrake (มีทั้ง mac และ windows)

อื่นๆ: ดูรูปภาพได้, มีเกมแถม 3 เกม (คงไม่ค่อยได้เล่น) สามารถ sync calendar, contact ได้ (ก็คงไม่ค่อยได้ใช้อยู่ดี) ไม่ support ภาษาไทย ถ้าเอาเพลงไทยใส่เข้าไป มันก็ไม่แสดงผล เห็นเป็นว่างๆ เหมือนกับใน Nano 2nd gen อันนี้ก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะปกติก็ดูเอาจากหน้าปกแล้วเลือกฟังทีเดียวทั้งอัลบัมอยู่แล้ว

สรุป
Pros: เมนูสวยงาม ใช้งานง่าย วิดีโอคมชัด หน้าตาดูดีมีชาติตระกูล
Cons: บอดี้ด้านหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย ถอดสาย USB ลำบาก

  • Published:September 16th, 2007
  • Comments:7 Comments
  • Category:

The Fatty

by pittaya

แปะไว้ก่อน เดี๋ยวค่อยมารีวิว

“Fatty” Nano

  • Published:September 16th, 2007
  • Comments:5 Comments
  • Category:

The beat goes on

by pittaya

ipod family
(รูปจาก apple.com)

iPod รุ่นใหม่คราวนี้ design ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่ฟีเจอร์ยั่วน้ำลายมากๆ โดยเฉพาะช่วงหลังๆ นี่ดูพวก podcast มากขึ้น (ตั้งแต่ duocore เปลี่ยนตัวพิธีกรนี่แหละ) ก็อยากจะได้เอามาลง iPod ไว้ดูเล่นตอนนั่งรถบ้างเหมือนกัน

Nano ตัวใหม่ก็ท่าทางน่าสนใจดี จอละเอียด 320×240 pixel ขนาด 2 นิ้ว น่ากลัวว่าจะเล็กไปหน่อย ถ้าเอาหนังมาลง คงอ่านซับไตเติ้ลไม่เห็นเป็นแน่ คาดว่าคงมีอุปกรณ์เสริมเป็นแว่นขยายออกมาขายชัวร์ (แบบเดียวกับที่เอาไว้ส่อง gameboy)

Touch ก็ดูเจ๋งดี เหมือน iPhone ที่โทรออกไม่ได้ แต่ฟีเจอร์หลายอย่างคงใช้ไม่ได้บ้านเรา หรืออย่าง WiFi ที่ดูเหมือนจะดี แต่คงหาที่ใช้ลำบากสักหน่อย เพราะไม่ได้มีให้ใช้แพร่หลายอย่างในเมืองนอก (แต่เด็กบางมหาลัยอย่างเกษตรฯ ที่มี WiFi ทั้ง campus อาจจะชอบ?)

เก็บตังค์ๆ

My loyal ipod mini

by pittaya

ทำไม iPod mini ตัวที่ใช้อยู่ปัจจุบันนี้มันทนนักนะ ใช้งานมาก็ 2 ปีแล้ว ทำไมมันไม่พังซักที มันทนเกินเครื่องใช้ไฟฟ้าปกติไปหน่อยแล้ว

ipod mini

ปกติแล้ว python ที่ติดมากับ Mac OS X จะไม่มี module สำหรับติดต่อกับ MySQL database ทำให้เวลาที่ต้องการจะใช้งานผ่านทาง python ต้องติดตั้ง module MySQLdb เสียก่อน วิธีติดตั้งคือ

  • ไปโหลด source module มาก่อนที่ http://sourceforge.net/projects/mysql-python/ อันที่โหลดมาเป็นเวอร์ชัน 1.2.2
  • untar ออกมาจะได้ source อยู่ในไดเรกทอรีนึง
  • แก้ไฟล์ setup_posix.py จากที่ว่า

    mysql_config.path = “mysql_config”

    แก้เป็น

    mysql_config.path = “/path/to/your/mysql_config”

  • สั่ง build ด้วยคำสั่ง

    $ python setup.py build

  • install module ด้วยคำสั่ง

    $ python setup.py install

  • เวลาเรียกใช้งานก็ import เข้ามาตามปกติ

    Python 2.3.5 (#1, Jan 13 2006, 20:13:11)
    [GCC 4.0.1 (Apple Computer, Inc. build 5250)] on darwin
    Type “help”, “copyright”, “credits” or “license” for more information.
    >>> import MySQLdb

iPod nano silver

by pittaya

มือใหม่ หัดถ่าย portrait ดูบ้าง
ใช้ f1.4 นี่มันเบลอดีจริง

iPod

Nikon FM2 + 50mm/f1.4
Fuji Provia 100F, cross-processed

อ่านบทสัมภาษณ์อันนี้แล้วเกิดอาการ อยากเป็น zealot กับเค้าซักวัน

I mean, it’s fascinating, maybe we shouldn’t have showed so publicly the stuff we were doing, because we knew how long the new security base was going to take us to get done. Nowadays, security guys break the Mac every single day. Every single day, they come out with a total exploit, your machine can be taken over totally. I dare anybody to do that once a month on the Windows machine. So, yes, it took us longer, and they had what we were doing, user interface-wise.

- Bill Gates

คือจะบอกว่า Vista เนี่ย ไม่ได้ลอก OS X มานะ ฟีเจอร์ทั้งหลายที่มีใน OS X น่ะ เป็นไอเดียของ microsoft ที่มีมานานแล้ว แต่ที่ Vista ออกมาหลัง OS X เนี่ย เพราะเค้าคำนึงถึง security เลยปล่อยออกมาส่งๆ ให้มีรูรั่วไม่ได้

Macworld 2007

by pittaya

วันก่อนเป็นไข้ไม่สบาย เลยอดติดตาม live report ของ Macworld 2007 แต่เมื่อวานมีเวลา ก็เลยโหลด keynote มาดูเรียบร้อยแล้ว

เหมือนหลายๆ คนจะฮือฮากับ iPhone ไปที่ไหนก็มีแต่คนพูดถึง ขนาดนั่งในร้านเหล้า โต๊ะข้างๆ ยังคุยกันเรื่องนี้เลย แต่ส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างเฉยๆ ไม่ได้มีความรู้สึกอยากได้เท่าไหร่ ฟีเจอร์หลายๆ ของมันอย่างเช่น Cover Flow กับ Safari เวอร์ชันย่อส่วน ดูเจ๋งดี แต่ก็ไม่ใช่ของจำเป็นนัก สำหรับมนุษย์ธรรมดาอย่างผมที่มี net ใช้ทั้งที่บ้านและที่ทำงาน มี iPod ฟัง มีกล้องที่ถ่ายได้เนียนกว่ากล้องมือถืออยู่แล้ว และไม่มีความจำเป็นต้องดูรายงานสภาพอากาศหรือราคาหุ้นแบบ real-time

ทุกวันนี้โทรศัพท์ที่ใช้อยู่ (Sony J300i) ตอนซื้อกะว่าให้มัน support java ด้วย จะได้หัดเขียน J2ME เวลาผ่านไปเป็นปีแล้วยังไม่ได้เริ่มเลยซักบรรทัด รู้สึกเสียดายอยู่

ข่าวที่ตั้งใจติดตามจริงๆ ใน Macworld คือ iWork 07 มากกว่า เพราะมีโครงการจะซื้อ iWork มาใช้ แต่เค้าว่ากันว่าให้รอเวอร์ชันใหม่ที่จะมีโปรแกรม Spreadsheet ให้ด้วย สุดท้ายก็ไม่ได้เปิดตัว ไม่รู้ว่าจะไปเปิดตัวที่ไหนเมื่อไหร่ คงต้องรอกันต่อไป

Smack my Macbook

by pittaya

ได้ยินเรื่อง Sudden motion sensor ในโน้ตบุ้คของ Apple มานานแล้ว แต่เพิ่งไปเห็นวิดีโอใน YouTube ที่เค้าเอามาโชว์ ท่าทางดูเท่ดี ตบข้างๆ เครื่องแล้วสวิตช์ desktop ได้

มีคนทำโปรแกรม desktop manager มาให้เรียบร้อยแล้ว โดยมีความสามารถนี้ด้วย คือโปรแกรม VirtueDesktops เอามาลงปุ๊บ ก็ตบเล่นได้เลย

แต่ว่าลองเล่นมากไปหน่อย หรือไม่ก็ตบแรงเกิน ตอนนี้ harddisk เจ๊งไปแล้ว ต้องส่งเคลม เลยมาเขียนเตือนว่า ถ้าใครอยากเล่นก็เบาๆ มือหน่อย

ข้อมูลที่ไม่ได้ backup ไว้ สลายไปหมดเรียบ :’(

« Previous PageNext Page »