เห็นคนอื่นทำกันไปหลายคนแล้ว ขอลองเล่นดูมั่ง
Tag Archives: Mac
Upload hidden file without Finder
ปกติผมใช้ Cyberduck เป็น FTP client สำหรับการอัพโหลดไฟล์ต่างๆ ขึ้นเวบ การใช้งานก็ง่ายดี แค่ลากไฟล์จาก Finder ไปหย่อนลงในหน้าต่างของ Cyberduck แล้วมันก็จะอัพโหลดให้ แต่ว่าปัญหาอย่างหนึ่งที่กวนใจคือ ใน Finder มันไม่แสดงไฟล์ที่ถูกซ่อนไว้ ส่วนใหญ่ก็เป็นไฟล์ระบบทั้งหลายแล้วก็ไฟล์ที่ขึ้นต้นด้วยจุด (.) สำหรับการใช้งานทั่วๆ ไปก็ไม่ได้สนใจไฟล์เหล่านี้อยู่แล้ว ยกเว้นแค่ไฟล์เดียวคือ .htaccess
.htaccess เป็นไฟล์สำหรับกำหนดค่าการทำงานของเว็บเซิร์ฟเวอร์ apache ซึ่งที่ใช้งานบ่อยๆ ก็จะใช้ทำพวก url rewrite หรือกำหนดค่า default บางอย่าง แล้วทีนี้ในเมื่อ Finder มันไม่โชว์ไฟล์ .htaccess ก็ไม่รู้จะลากไฟล์ไปลงเซิร์ฟเวอร์ยังไง
วันนี้นึกวิธีแก้ไขออกคือ ปกติผมใช้ TextMate เป็นตัวเขียนโปรแกรมอยู่แล้ว ซึ่งตัว TextMate มันจะมี drawer ข้างๆ แสดงไฟล์ที่กำลังใช้งานอยู่แล้ว และเจ้า TextMate เนี่ยมันฉลาดอยู่แล้ว รู้ว่า .htaccess เป็นไฟล์ที่โปรแกรมเมอร์ใช้งาน มันก็เอามาโชว์ให้ดู ดังนั้นเวลาจะอัพโหลดไฟล์ .htaccess นี่ก็แค่ลากจากใน drawer ของ TextMate ไปใส่ใน Cyberduck ได้เลย
ง่ายๆ อย่างงี้ทำไมเพิ่งนึกออก
Custom Mac Screen saver
ตอนนี้รู้สึกเบื่อ screen saver Web Trend Map ที่ใช้มานานหลายเดือนแล้ว พอดีว่าอยากจะเอารูปที่เคยถ่ายไว้และคิดว่าสวยๆ เอามาทำเป็น screen saver วิธีทำก็ง่ายๆ ตามนี้

- สร้าง folder ว่างๆ ขึ้นมาอันนึง
- เอารูปที่ต้องการทำเป็น screen saver ใส่เข้าไป
- เปลี่ยนชื่อโฟลเดอร์จาก foldername เป็น foldername.slideSaver จะมีกล่องคำถามขึ้นมาว่าจะ add .slideSaver จริงๆ หรือเปล่า ก็ตอบ Add ไป
- เสร็จแล้วไอคอนของโฟลเดอร์จะเปลี่ยนเป็นอีกรูปนึง จากนั้นเอาโฟลเดอร์นี้ไปใส่ใน ~/Library/Screen Savers
- พอเปิด Desktop & Screen Saver Preferences ขึ้นมาก็จะมีชื่อโฟลเดอร์ของเราให้เลือกแล้ว
Adiós, XP
Macbook ตัวที่ใช้งานอยู่มีฮาร์ดดิสก์มาแค่ 60 GB แบ่งไปทำเป็น Windows ผ่านทาง BootCamp เสีย 20 GB ทำให้เหลือที่ใช้งานบน OS X อยู่แค่ 40 GB เท่านั้นเอง ซึ่งตอนนี้มันก็ไม่พอใช้ซะแล้ว และเนื่องจากเรียน ป.โท จบไปแล้ว ไม่มีความจำเป็นใดๆ ต้องใช้งาน Windows อีก (ไม่ได้บูตเป็น Windows มาหลายเดือนแล้ว) ก็เลยจัดการลบมันทิ้งเสียเลยดีกว่า
ปัญหาคือว่า ใช้ Tiger (10.4) อยู่ ทำให้ BootCamp Assistant ซึ่งเป็นตัวจัดการ partition มันเป็นแค่ตัว beta และหมดอายุการใช้งานไปแล้ว ถ้าต้องการจะใช้งานจริงๆ ต้องซื้อ Leopard (10.5) ซึ่งยังไม่เห็นความจำเป็นต้องอัพเกรดอะไรในตอนนี้ ก็เลยลองใช้ Disk Utility ลบดู
ปรากฏว่า Disk Utility ใช้ลบ partition ของ Windows ไม่ได้ พอลองค้นๆ หาวิธีการแก้ไขก็ไปเจอในเวบของ Apple บอกวิธีแก้ไว้ตามนี้
ใช้ Disk Utility ไม่ได้ ให้ใช้ BootCamp Assistant จัดการ แต่สำหรับคนที่มันหมดอายุไปแล้ว ให้เซตวันที่กลับไปก่อนวันที่ 30 September 2007 ก่อนจึงจะเรียกใช้งาน BootCamp Assistant ได้ หลังจากนั้นก็ restore ตามปกติ

ได้ที่ว่างมาอีกเพียบ
My Old Macbook
แรงบันดาลใจจาก Macbook Air ที่เปิดตัวเมื่อคืนนี้ ก็เลยถ่ายวิดีโออันนี้ดู เล่นๆ ขำๆ
update: แก้ไข ใส่เพลง New Soul ของ Yael Naim