ReadCamp 29 Nov 2008 @ Bangkok Art and Culture Centre

iTunes 8

by pittaya

Apple เพิ่งปล่อย iTunes 8 ออกมา พร้อมความสามารถใหม่ที่ชื่อว่า “Genius” ประมาณว่าสามารถแนะนำเพลงที่เหมาะสมกับเราให้ได้เอง โดยอาศัยจากข้อมูลคนใช้ iTunes ทั่วโลก (มาแนวเดียวกับ Last.fm / Pandora)

iTunes' grid view
Interface ใหม่แบบ Grid view สามารถเลือก group ตาม Artist ได้ด้วย สะดวกดี แต่มันดันออกมาสีดำ ไม่ค่อยเข้ากับ UI ส่วนอื่นเท่าไหร่

การใช้ความสามารถ Genius ของ iTunes 8 ทำได้โดยกดปุ่ม genius ที่มุมขวาล่าง จากนั้น iTunes จะเลือกเอาเพลงใน Library ของเราที่มีความใกล้เคียงกับเพลงที่เราเลือกอยู่ตอนนั้น มาทำเป็น playlist ให้ ซึ่งก็จะเหมาะกับคนที่มี Library ขนาดใหญ่สักหน่อย ส่วนความฉลาดนั้นก็อยู่ในระดับที่ใช้ได้

iTunes' Genius
Playlist ที่ใกล้เคียงกับเพลง Highway Star ของ Deep Purple

iTunes' Genius
ทดสอบกับ Auto Rock ของ Mogwai ถือว่าผลการค้นหาออกมาใช้ได้ทีเดียว

iTunes' Genius
แต่ถ้าใช้กับเพลงไทยก็จะเจอกับอะไรแบบนี้

ปิดท้ายด้วย Visualizer ตัวใหม่ที่ชื่อ Magnetosphere

magnetosphere
สวยดี แต่ปกติก็ไม่ได้ใช้

แต่ว่า…

RAM
กินแรมอย่างโหด

เอาจริงๆ แล้วผมว่า iTunes เป็นโปรแกรมที่ “bloat” มากๆ ยัดฟีเจอร์อะไรไม่รู้มากมายใส่เอาไว้จนมันหนัก อ้วนเทอะทะ ถ้าให้เลือกได้ อยากใช้โปรแกรมเล็กๆ เบาๆ มากกว่า แต่บน Mac นี่เหมือนจะยังไม่มีตัวเลือกอื่นมากนัก เคยลอง songbird ดูแล้วก็ยังไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ก็ต้องทำใจใช้ต่อไป

The Best of Us

by pittaya

ช่วงนี้ได้ดูแข่งกีฬาโอลิมปิคทางทีวี ชอบโฆษณาอยู่อันนึง (แต่ซับไทยแปลแล้วอารมณ์หายไปเยอะเลย) เป็นแคมเปญ The Best of Us ของ Olympic.org

บังเอิญว่าที่ได้ดูโฆษณาชิ้นนี้เพราะกำลังนั่งทำงานอยู่ แล้วได้ยินเสียงเพลงประกอบดังขึ้นมา จำได้ว่าเป็นเพลงประกอบหนังเรื่อง Marie Antoinette ที่ชอบมากแต่หาโหลดไม่ได้ (เพราะวงมันไม่ดัง) ชื่อว่าเพลง Melody of a fallen tree ของ Windsor for the Derby

อยากลองฟังเพลงอื่นของวงนี้ เค้ามี MySpace ให้ลองเข้าไปฟังกันได้

นิยาย (novel) เพลงใหม่ของ moderndog ที่ไป mix เสียงกันถึงสตูดิโอ Blackbird ที่อเมริกา มีให้ดาวน์โหลดกันได้ฟรี ที่เว็บทางการของ moderndog (ต้องสมัครสมาชิกเว็บบอร์ดเสียก่อนถึงจะโหลดได้)

ไฟล์มาในรูปแบบ mp3 ที่บิตเรต 160kbps และไม่มี DRM

Girl from Mars

by pittaya

ได้ไปงาน Remix Sea 08 ของ Microsoft เมื่อวานนี้ ในงานได้ดูโฆษณา “Your Digital Lifestyle” ก็เป็นความพยายามของ Microsoft ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตของเรา ชอบตรงที่ใช้เพลง Girl from Mars ของ Ash แต่เอามาคัฟเวอร์โดยวงอินดี้จากแคนาดา ชื่อว่า Magneta Lane

เพลงเพราะดี แต่ส่วนเนื้อหานี่ยังรู้สึกไม่เนียนเท่าไหร่ ความรู้สึกมัน “PC” มากๆ (คนเคยดูโฆษณาของ Apple คงเข้าใจ)

Long tail in music

by pittaya

คนที่เคยใช้งานเว็บ last.fm น่าจะรู้ดีว่าเว็บนี้มีบริการเก็บสถิติเพลงที่เราฟัง มีข้อมูลศิลปินวงต่างๆ แล้วก็สามารถแนะนำศิลปินที่เราน่าจะชอบ โดยอาศัยสถิติของเพลงที่เราฟัง

พอดีอยู่ว่างๆ เปิดเข้าไปดูในหน้า Top artists (จัดอันดับศิลปินที่ฟังบ่อย) ของตัวเอง เพิ่งสังเกตว่ารูปร่างมันคุ้นหน้าคุ้นตาพิลึก


คลิกเพื่อดูภาพใหญ่

รูปแบบนี้มันคือ Long tail น่ะเอง ที่จริงหางมันยาวกว่านี้มาก แต่ตัดมาให้ดูหน่อยเดียว (ยังไม่ถึงครึ่งเลย) ตรงส่วนหัวสองอันดับแรก Radiohead กับ Explosions in the Sky จะมีความยาวมากกว่าวงอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน ที่เหลือก็ลดหลั่นกันลงไป

สงสัยว่า คนอื่นที่ใช้ last.fm มีกราฟหน้าตาเป็น long tail แบบนี้กันบ้างหรือเปล่า?

Fat Festival #7

by pittaya

เสาร์ที่ผ่านมา ไปงาน Fat Festival อีกแล้ว

งานคราวนี้จัดที่เดิมกับครั้งที่แล้ว เรื่องสถานที่ค่อนข้างโอเค แต่มันออกจะแปลกตรงที่ทุกปี งาน Fat จะเปลี่ยนสถานที่จัดไปทุกครั้ง มาคราวนี้จัดงานที่เดิมเลยรู้สึกจืดๆ

ปัญหาของ Fat เป็นปัญหาเดียวกับซูเปอร์มาเก็ต หรือสถานีโทรทัศน์ทั่วไป คือมีเนื้อที่สำหรับเสนอขายสินค้าในจำนวนจำกัด ทำให้สินค้าที่ถูกคัดมานำเสนอให้ผู้บริโภค (ในกรณีนี้คือดนตรี) มีจำนวนจำกัดไปด้วย เพลงที่เอามาเปิด ก็ต้องถูกคัดเลือกในระดับนึงแล้ว (โดยทางทีมงาน) ว่าน่าจะเหมาะกับคนฟัง ทำให้วงเล็กวงน้อยทั้งหลาย ที่มีเวลาออกอากาศเพียงน้อยนิด ไม่มีโอกาสได้เข้าถึงคนฟัง สิ่งเหล่านี้สะท้อนออกมาได้ในงานที่จัด โซนที่เป็นงาน bedroom studio ซบเซาอย่างมาก เทียบกับจำนวนคนที่เข้าไปในงานมากขนาดนั้น ความสุขประเภทที่ว่าไปได้ซีดีของวงแปลกๆ ไม่ดัง แต่ทำเพลงเพราะถูกใจ มันหาไม่ได้แล้ว

ในสายตาของผม Fat ไม่ได้เป็น “ทางเลือก” เหมือนสมัยก่อนแล้ว (ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลทั้งทางอายุ, สื่อทางเลือกอื่น ฯลฯ) แต่ว่าเป็นสื่อที่นำเสนอ “mass” ของตลาดที่เล็กลงมาเท่านั้น

สรุปงานคราวนี้

  • ได้ไปเพราะมีบัตรฟรี พอดีบริษัทที่เป็น partner กับที่ office เค้าเอามาแจกให้
  • ชอบงานศิลปะที่เอามาตั้ง รู้สึกว่าเป็นส่วนที่ดีที่สุดของงานคราวนี้
  • ไลฟ์ที่ได้ดูก็มี Desktop Error, ซังกะบ๊วยคุง, อรอรีย์, อพาร์ตเมนต์คุณป้า, Flure (ไปแค่วันเสาร์วันเดียว)
  • เวทีคอนเสิร์ตไม่มีจอฉายให้คนหลังๆ ดู ทำให้ทุกคนพยายามจะแออัดกันเข้าไปเพื่อให้ถึงหน้าเวที นรกชัดๆ
  • อาหารเหมือนๆ เดิม คือ แพงและไม่อร่อย
  • มีส่วนที่ให้คนเข้างานมีส่วนร่วมอย่างผนังศิลปะที่ให้ใครไปวาดอะไรก็ได้ ไอเดียน่าสนุกดี แต่ว่าสิ่งที่คนเข้าร่วมงานไปเขียนไว้บนกำแพงก็บอกถึงปัญหาสังคมบางอย่างได้ เพราะสิ่งที่เห็นบนผนังเยอะมากๆ คือข้อความบอกชื่อรุ่น, ชื่อสถาบันการศึกษาของตัวเอง จนรู้สึกได้ว่าเด็กพวกนี้คิดได้เท่านี้เองหรือ? (ยังอุ่นใจอยู่บ้างที่ยังมีข้อความประเภท “เผด็จการออกไป” ให้เห็นหลบๆ มุมอยู่)
  • ไอเดียที่น่าสนใจอีกอย่างคือ มีการ print เอาแผนที่กรุงเทพขนาดใหญ่ น่าจะประมาณ 6×6 เมตร เอามาแปะลงบนพื้น แล้วแจก post-it ให้คนร่วมงานเขียนข้อความเอาไป “tag” สถานที่ในแผนที่ เห็นทีแรกก็ชอบใจ เพราะมันคล้ายกับ wikimapia เวอร์ชันที่จับต้องได้ แต่มันก็เหมือนกับผนังตะกี๊ มีแต่คน tag สถาบันตัวเอง ที่น่าเศร้ายิ่งกว่าคือ มีอยู่จุดหนึ่ง มีคนเอาใบปลิวมาพับทำเป็นกำแพงล้อมรอบ แล้ว tag ไว้ว่า “ห้ามเหยียบนะ”
  • ได้ซีดีมา 2 แผ่น + เสื้อยืดอีก 2 ตัว

สงสัยว่าคราวหน้า ถ้าไม่ได้เป็นบัตรฟรีก็คงจะไม่ได้ไปแล้ว

Weekly Top Tracks

by pittaya

เป็นไปตามคาดสำหรับอันดับ weekly top track ประจำเวบ last.fm สัปดาห์นี้ ดูกันเอาเองจากรูป

Top Tracks

In Rainbows

by pittaya

Radiohead อัลบัมใหม่ออกแล้ว

In Rainbows

อัลบัมนี้ชื่อว่า “In Rainbows” โดยตอนนี้ radiohead เป็นวงอิสระที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายใดๆ และทางวงก็ตัดสินใจขายเพลงผ่านช่องทาง internet ให้แฟนๆ โหลดไปฟัง (รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านจากข่าวใน blognone)

แฟนเพลงที่ซื้อทาง internet สามารถซื้อทั้งอัลบัม (10 เพลง) ได้ในราคาเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะเสียค่าบริการของบัตรเครดิต 0.45 ปอนด์ นั่นคือ จะซื้อในราคา 0 ปอนด์ก็ได้ แค่จ่ายค่า transaction 0.45 ปอนด์ ก็จะโหลดเพลงมาฟังได้เลย ไม่มี DRM ด้วย!

สำหรับแฟนเพลงที่อยากได้สิ่งของแบบจับต้องได้ ก็จะมีแบบ Disc Box ขายเหมือนกัน แต่เริ่มวางขายช่วงเดือนธันวาคมโน่น สนนราคาอยู่ที่ 40 ปอนด์ หน้าตาก็ตามรูปด้านบน ประกอบด้วย CD อัลบัม in rainbows แบบเดียวกับที่เปิดให้โหลด, Enhanced CD มีเพลงใหม่ + รูปภาพดิจิตอล, อัลบัมในรูปแบบไวนีล 2 แผ่น, สมุดรวมภาพ + เนื้อเพลง

อยากได้ แต่ติดอยู่ตรงที่เครื่องเล่นแผ่นไวนีลตอนนี้มันเจ๊งไปแล้ว ตอนนี้ก็ซื้อแบบดิจิตอลมาฟังอย่างเดียวก่อน

The Passion of Anna

by pittaya

The Passion of Anna เป็นวงหน้าใหม่ เพิ่งทำเดโมเสร็จ พอดีเพื่อนที่เป็นคนในวงเอามาให้ฟัง ก็เพราะดี ซาวด์ออกอังกฤษๆ หน่อย ดูจาก influence ก็มีหลายวงอย่าง The Velvet Underground, The Cocteau Twins, Echo and the Bunnymen, Siouxie & the Banshees, The Cure, The Ocean Blue, The Railway Children, Slowdive, Adorable (ไม่เคยฟังซักวง =.=’)

The Passion of Anna

ลองไปฟังได้ที่ myspace ของทางวง

IDIOM

by pittaya

คืนก่อนไปงาน IDIOM ที่จัดโดยกลุ่ม SO:ON เป็นงาน live concert ของวงแปลกๆ ไม่ค่อยจะดังรวมทั้งหมด 5 วง (ไม่รู้จักเลยซักวง) แต่ด้วยอาการอยากลิ้มลองดนตรีแปลกๆ ดูบ้าง บัตรราคา 250 บาท ได้เบียร์ขวดนึงก็ไม่โหดร้ายจนเกินไป สถานที่จัดอยู่ RCA เดินทางไม่ลำบาก สุดท้ายก็เลยตัดสินใจไปดู

ศิลปินทั้ง 5 ที่มาเล่นในงานนี้ประกอบด้วย GIS (Thailand), Little Fox (Thailand), Kazuhisa Uchihashi (Japan), Utopium (France), และ Chiristopher Willits (USA)

ชอบอยู่สองวงคือ GIS กับ Utopium ส่วน Little Fox เป็นอะคูสติก กีตาร์ตัวเดียวฟังแล้วจะหลับ อีกสองคนที่เหลือ Uchihashi กับ Christopher Willits งานจะออกแนวเกิน ฟังแล้วเกิดอาการเหวอ

Utopium

จบงาน อุดหนุนซีดีของ Utopium แผ่นนึง เดินผ่านร้าน route66, slim ที่ไม่ค่อยจะมีคนเท่าไรนัก ที่นั่งบริเวณหน้าร้านว่างเปล่า แทบไม่มีคนนั่ง เห็นแล้วก็คิดถึงสมัยที่ย่าน RCA กำลังรุ่งเรือง

เรียกรถแท็กซี่ กลับบ้าน นอน

Next Page »