ข่าว - พันธมิตรดับ 1 หลังปะทะเดือดกลุ่มต้านที่อุดรฯ

ประเทศนี้แก้ไขปัญหากันด้วยสันติวิธีไม่ได้หรือยังไง?
เราต้องการให้มีเหตุการณ์แบบ 6 ตุลาคม 2519 อีกครั้งหนึ่งงั้นหรือ?
หรือว่าความทรงจำของคนในบ้านเมืองนี้มันสั้นจนลืมเรื่องในอดีตกันไปหมดแล้ว?

update: ข้อมูลจาก Thai Press Log ติดตามจากหลายๆ สื่อ สรุปว่า “ไม่มีคนตาย” ? สื่อบ้านเมืองนี้ทำงานกันยังไง?

Inconsistent

by pittaya

ช่วงนี้ได้ยินแต่เรื่อง เขาพระวิหาร

พอดีว่ามีคนเอาลิงก์หน้าเว็บผู้จัดการมาให้ดูเปรียบเทียบกันระหว่างท่าทีต่อเรื่องนี้ในช่วงปีที่แล้ว (รัฐบาลสุรยุทธ) กับปีนี้ (รัฐบาลสมัคร)


คลิกเพื่อดูรูปใหญ่

ข่าวปีที่แล้ว - ไทยหนุนขึ้นทะเบียน “ปราสาทเขาพระวิหาร” เป็นมรดกโลก

ข่าวปีนี้ - เสร็จโจร! “พระวิหาร” เป็นมรดกโลกของกัมพูชาแล้ว

ตกลงว่าจะเอายังไงกันแน่?

ประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ ๑

ราษฎรทั้งหลาย

เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชสมบัติสืบต่อพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์หาเป็นไปตามหวังที่คิดไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายตามเดิม ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณงามความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญ ๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนราคาเงิน ผลาญเงินทองของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม ดังที่จะเห็นได้ในการตกต่ำในการเศรษฐกิจและความฝืดเคืองทำมาหากิน ซึ่งราษฎรได้รู้กันอยู่ทั่วไปแล้ว รัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิสามารถแก้ไขให้ฟื้นขึ้นได้ การที่แก้ไขไม่ได้ก็เพราะรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมายมิได้ปกครองประเทศ เพื่อราษฎรตามที่รัฐบาลอื่น ๆ ได้กระทำกัน รัฐบาลของกษัตริย์ได้ถือเอาราษฎรเป็นทาส (ซึ่งเรียกว่าไพร่บ้าง ข้าบ้าง) เป็นสัตว์เดียรัจฉาน ไม่นึกว่าเป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้น แทนที่จะช่วยราษฎร กลับพากันทำนาบนหลังราษฎร จะเห็นได้ว่าภาษีอากรที่บีบคั้นเอาจากราษฎรนั้น กษัตริย์ได้หักเอาไว้ใช้ส่วนตัวปีหนึ่งเป็นจำนวนหลายล้าน ส่วนราษฎรสิ กว่าจะหาได้แต่เล็กน้อย เลือดตาแทบกระเด็น ถึงคราวเสียภาษีราชการหรือภาษีส่วนตัว ถ้าไม่มีเงินรัฐบาลก็ใช้ยึดทรัพย์หรือใช้งานโยธา แต่พวกเจ้ากลับนอนกินกันเป็นสุข ไม่มีประเทศใดในโลกจะให้เงินเจ้ามากเช่นนี้ นอกจากพระเจ้าซาร์และพระเจ้าไกเซอร์เยอรมัน ซึ่งชนชาตินั้นได้โค่นราชบัลลังก์เสียแล้ว

รัฐบาลของกษัตริย์ได้ปกครองอย่างหลอกลวงไม่ซื่อตรงต่อราษฎร มีเป็นต้นว่าจะบำรุงการทำมาหากินอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ครั้นคอย ๆ ก็เหลวไป หาได้ทำจริงจังไม่ มิหนำซ้ำกล่าวหมิ่นประมาทราษฎรผู้มีบุญคุณเสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้กิน ว่าราษฎรรู้เท่าไม่ถึงเจ้านั้นไม่ใช่เพราะโง่ เป็นเพราะขาดการศึกษาที่พวกเจ้าปกปิดไว้ไม่ให้เรียนเต็มที่ เพราะเกรงว่าราษฎรได้มีการศึกษาก็จะรู้ความชั่วร้ายที่ทำไว้และคงจะไม่ยอม ให้ทำนาบนหลังคน

ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่าประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้กู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั่นเอง ! บ้านเมืองกำลังอัตคัตฝืดเคือง ชาวนาและพ่อแม่ทหารต้องทิ้งนา เพราะทำไม่ได้ผล รัฐบาลไม่บำรุง รัฐบาลไล่คนงานออกอย่างเกลื่อนกลาด นักเรียนที่เรียนสำเร็จแล้วและทหารที่ปลดกองหนุนไม่มีงานทำ จะต้องอดอยากไปตามยถากรรม เหล่านี้เป็นผลของรัฐบาลของกษัตริย์เหนือกฎหมาย บีบคั้นข้าราชการชั้นผู้น้อย นายสิบ และเสมียน เมื่อให้ออกจากงานแล้วไม่ให้เบี้ยบำนาญ ความจริงควรเอาเงินที่กวาดรวบรวมไว้มาจัดบ้านเมืองให้มีงานทำจึงจะสมควรที่ สนองคุณราษฎรซึ่งได้เสียภาษีอากรให้พวกเจ้าได้ร่ำรวยมานาน แต่พวกเจ้าก็หาได้ทำอย่างใดไม่ คงสูบเลือดกันเรื่อยไป เงินมีเท่าไหรก็เอาฝากต่างประเทศคอยเตรียมหนีเมื่อบ้านเมืองทรุดโทรม ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก การเหล่านี้ย่อมชั่วร้าย

เหตุฉะนั้น ราษฎร ข้าราชการ ทหาร และพลเรือน ที่รู้เท่าถึงการกระทำอันชั่วร้ายของรัฐบาลดังกล่าวแล้ว จึงรวมกำลังตั้งเป็นคณะราษฎรขึ้น และได้ยึดอำนาจของรัฐบาลของกษัตริย์ไว้แล้ว คณะราษฎรเห็นว่าการที่จะแก้ความชั่วร้ายก็โดยที่จะต้องจัดการปกครองโดยมีสภา จะได้ช่วยกันปรึกษาหารือหลาย ๆ ความคิดดีกว่าความคิดเดียว ส่วนผู้เป็นประมุขของประเทศนั้น คณะราษฎรไม่มีประสงค์ทำการชิงราชสมบัติ ฉะนั้น จึงขอเชิญให้กษัตริย์องค์นี้ดำรงตำแหน่งกษัตริย์ต่อไป แต่จะต้องอยู่ใต้กฎหมายธรรมนูญการปกครองของแผ่นดิน จะทำอะไรโดยลำพังไม่ได้ นอกจากความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎร คณะราษฎรได้แจ้งความเห็นนี้ให้กษัตริย์ทราบแล้ว เวลานี้ยังอยู่ในความรับตอบ ถ้ากษัตริย์ตอบปฏิเสธหรือไม่ตอบภายในกำหนดโดยเห็นแก่ส่วนตนว่าจะถูกลดอำนาจ ลงมาก็จะชื่อว่าทรยศต่อชาติ และก็เป็นการจำเป็นที่ประเทศจะต้องมีการปกครองอย่างประชาธิปไตย กล่าวคือ ประมุขของประเทศจะเป็นบุคคลสามัญซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้ตั้งขึ้น อยู่ในตำแหน่งตามกำหนดเวลา ตามวิธีนี้ราษฎรพึงหวังเถิดว่าราษฎรจะได้รับความบำรุงอย่างดีที่สุด ทุก ๆ คนจะมีงานทำ เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อุดมอยู่แล้วตามสภาพ เมื่อเราได้ยึดเงินที่พวกเจ้ารวบรวมไว้จากการทำนาบนหลังคนตั้งหลายร้อยล้าน มาบำรุงประเทศขึ้นแล้ว ประเทศจะต้องเฟื่องฟูขึ้นเป็นแม่นมั่น การปกครองซึ่งคณะราษฎรจะพึงกระทำก็คือ จำต้องวางโครงการอาศัยหลักวิชา ไม่ทำไปเหมือนคนตาบอด เช่นรัฐบาลที่มีกษัตริย์เหนือกฏหมายทำมาแล้ว เป็นหลักใหญ่ ๆ ที่คณะราษฎรวางไว้ มีอยู่ว่า

๑.จะต้องรักษาความเป็นเอกราชทั้งหลาย เช่นเอกราชในทางการเมือง การศาล ในทางเศรษฐกิจ ฯลฯ ของประเทศไว้ให้มั่นคง
๒.จะต้องรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ ให้การประทุษร้ายต่อกันลดน้อยลงให้มาก
๓.ต้องบำรุงความสุขสมบูรณ์ของราษฎรในทางเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลใหม่จะจัดหางานให้ราษฎรทุกคนทำ จะวางโครงการเศรษฐกิจแห่งชาติ ไม่ปล่อยให้ราษฎรอดอยาก
๔.จะต้องให้ราษฎรมีสิทธิเสมอภาคกัน (ไม่ใช่พวกเจ้ามีสิทธิยิ่งกว่าราษฎร เช่นที่เป็นอยู่)
๕.จะต้องให้ราษฎรได้มีเสรีภาพ มีความเป็นอิสระ เมื่อเสรีภาพนี้ไม่ขัดต่อหลัก ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น
๖.จะต้องให้การศึกษาอย่างเต็มที่แก่ราษฎร

ราษฎรทั้งหลายจงพร้อมกันช่วยคณะราษฎรให้ทำกิจอันคงจะอยู่ชั่วดินฟ้านี้ ให้สำเร็จ คณะราษฎรขอให้ทุกคนที่มิได้ร่วมมือเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลกษัตริย์เหนือ กฎหมายพึงตั้งอยู่ในความสงบและตั้งหน้าหากิน อย่าทำการใด ๆ อันเป็นการขัดขวางต่อคณะราษฎรนี้ เท่ากับราษฎรช่วยประเทศและช่วยตัวราษฎร บุตร หลาน เหลน ของตนเอง ประเทศจะมีความเป็นเอกราชอย่างพร้อมบริบูรณ์ ราษฎรจะได้รับความปลอดภัย ทุกคนจะต้องมีงานทำไม่ต้องอดตาย ทุกคนจะมีสิทธิเสมอกัน และมีเสรีภาพจากการเป็นไพร่ เป็นข้า เป็นทาสพวกเจ้า หมดสมัยที่เจ้าจะทำนาบนหลังราษฎร สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนาคือ ความสุขความเจริญอย่างประเสริฐซึ่งเรียกเป็นศัพท์ว่า “ศรีอาริย์” นั้น ก็จะพึงบังเกิดขึ้นแก่ราษฎรถ้วนหน้า

คณะราษฎร
๒๔ มิถุนายน ๒๔๗๕

ที่มาจาก วิกิซอร์ซ

จากที่มีข่าวว่า นายเทพไท เสนพงศ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์อันตราย ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง ถ้าคนทั่วไป อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ วันๆ นึงไม่เคยจะเปิดเว็บ (นับๆ ไปก็ 80-90% ของคนไทยทั้งประเทศแล้ว) เกิดได้อ่านข่าวนี้ขึ้นมาจะรู้สึกยังไงบ้าง? อินเทอร์เน็ตมันเป็นสถานที่อันตรายขนาดนั้นเลยหรือยังไง ไอทีซีควรจะปิดกั้นเว็บเหล่านี้ไปทั้งหมดเลยใช่มั้ย - ทั้งหมดนี้เป็นการให้ข้อมูลผิดๆ สร้างความเข้าใจผิดให้เกิดกับคนทั่วไป เป็นการเอาสถาบันมาเป็นเครื่องมือทางการเมือง ซึ่งมันเป็นวิธีสกปรก ไม่ต่างจากสมัย 30-40 ปีที่ผ่านมาเลย

เพราะว่าทนกับพฤติกรรม “มั่ว” ของนายเทพไทไม่ได้ ชาวอินเทอร์เน็ตหลายคนจึงได้รวมตัวกันออกแถลงการณ์ เพื่อปกป้องสิทธิและเสรีภาพ ตามแคมเปญข้างล่างนี้

แถลงการณ์จาก
ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตและสื่อพลเมือง
ผู้สนับสนุนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
29 พฤษภาคม 2551

เรื่อง ขอเรียกร้องความรับผิดชอบจากนายเทพไท เสนพงศ์ และ พรรคประชาธิปัตย์ และขอเชิญชวนพลเมืองทุกคนร่วมกันปกป้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ตามที่นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาเปิดเผยรายชื่อ 29 เว็บไซต์ ว่าเป็นเว็บไซต์อันตรายที่ส่อเค้าหมิ่นเบื้องสูง พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ จัดการ ตามข่าวทางสื่อมวลชนทั่วไป ความแจ้งแล้วนั้น

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายมีความเห็นต่อกรณีดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. เราเห็นว่าสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย ต้องได้รับการเคารพและปกป้อง

สังคมประชาธิปไตยทุกสังคม ที่ปรารถนาความสงบสุข สันติภาพ และความสมานฉันท์ จำเป็นต้อง ส่งเสริม และ ปกป้อง สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนอย่างเต็มที่

เหตุเพราะความเคารพและความเข้าใจอันดีต่อกัน “เอาใจเขามาใส่ใจเรา” เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดเรื่องหนึ่งในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในสังคมที่ ผู้คนมีความแตกต่างหลากหลาย และหนทางเดียวที่จะนำเราไปสู่การเรียนรู้ที่จะเข้าใจและเคารพกันได้ คือสภาพสังคมที่เอื้อให้ทุก ๆ คน มีสิทธิเสรีภาพในแสดงออกด้วยความรับผิดชอบอย่างเต็มที่

ประตูที่จะนำไปสู่ความยอมรับเคารพซึ่งกันและกัน จะถูกปิดตาย เมื่อปากและใจของเราถูกบังคับให้ปิดลง

2. เราไม่เห็นด้วยกับการนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมือง

รายชื่อเว็บไซต์และเว็บล็อกส่วนใหญ่ที่ถูกระบุชื่อ มิได้นำเสนอข้อมูลหรือเนื้อหาที่หมิ่นพระมหากษัตริย์ หลายแห่งนำเสนอข้อมูลทางวิชาการอย่างมีเหตุมีผล การกล่าวหาเว็บไซต์ต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างเหมารวมของนายเทพไท เสนพงศ์ จึงเป็นความผิดพลาด ขาดการตรวจสอบข้อมูล เป็นการกดดันเพื่อปิดกั้นความคิดเห็นของคนอื่นโดยไม่เลือกวิธีการ เป็นการปลุกปั่นนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการ ทำลายฝ่ายตรงกันข้าม รวมทั้งเป็นการก่อความแตกแยกของคนภายในชาติ ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นถึงการขาดจิตวิญญาณประชาธิปไตย

พวกเราดังมีรายนามข้างท้ายนี้ขอเรียกร้องให้นายเทพไท เสนพงศ์ และพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว และหยุดการใส่ร้ายป้ายสีเว็บไซต์หรือบุคคลอื่นอย่างไม่เป็นธรรม รวมทั้งหยุดกดดันหรือสร้างกระแสให้มีการปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นไม่ว่า ด้วยวิธีใด ๆ โดยทันที

และเนื่องด้วยการกระทำเช่นนายเทพไท เสนพงศ์ ในครั้งนี้ ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการใช้ข้อหาหมิ่นพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือในการ ริดรอนสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายอื่น ๆ และแม้การกระทำเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถยอมรับได้ แต่เราก็ยังพบเห็นพฤติกรรมดังกล่าวอยู่เสมอ จากทั้งหน่วยงานรัฐ นักการเมือง และสื่อมวลชน เราจึงขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายหยุดพฤติกรรมดังกล่าวด้วยเช่นกัน

พร้อมกันนี้ พวกเราขอเชิญชวนชาวอินเทอร์เน็ตและพลเมืองทุกคน ให้ยึดมั่นในสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเท่าเทียมและรับผิดชอบ และร่วมกันตรวจสอบดูแลและปกป้องพื้นที่อินเทอร์เน็ต ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้แสวงหาปัญญาและยอมรับความคิดอันหลากหลายของ เพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าเราจะเห็นด้วยกับความคิดเหล่านั้นหรือไม่ก็ตาม

ขอแสดงความนับถือ

(ผู้ลงชื่อ)



ปกป้องเสรีภาพของเรา
บนอินเทอร์เน็ตของเรา
ร่วมลงชื่อในแถลงการณ์

ใครเห็นด้วยกับแคมเปญนี้ ช่วยลงชื่อ, ชวนเพื่อน, เอาป้ายไปแปะในเว็บ, บล็อก, hi5, myspace, facebook ตัวเองด้วย

ใครใช้ facebook สามารถเพิ่ม application ได้ที่นี่ - Protect Our Internet Application หรือเข้าร่วม Facebook group ได้ตามสะดวก

ทีแรกทำท่าว่าจะเป็นข่าวที่ไม่ได้รับความสนใจจากสื่อเท่าที่ควร แต่ในที่สุดแล้วข่าวเรื่อง นายโชติศักดิ์ อ่อนสูง และเพื่อน ไม่ยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีในโรงหนัง จนถูกฟ้องด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ก็ถูกนำไปลงในสื่อต่างๆ บ้างแล้ว (แต่สื่อที่เป็นกระแสหลักคงยังเห็นว่าเรื่องนี้เป็นประเด็น “เปราะบาง” ก็เลยยังไม่มีรายไหนขยับตัว)

ในขณะนี้สื่อที่รายงานเรื่องนี้ก็มีตามนี้

เรื่องคร่าวๆ มีอยู่ว่า นายโชติศักดิ์ และเพื่อน ไปดูหนังแล้วไม่ยืนขึ้นตอนเพลงสรรเสริญพระบารมี จนมีคนดูในโรงชื่อ นายนวมินทร์ ลุกขึ้นมาต่อว่าปาข้าวของใส่ สุดท้าย นายโชติศักดิ์ ก็เลยแจ้งความข้อหาทำร้ายร่างกาย และนายนวมินทร์ ได้ฟ้องกลับด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ รายละเอียดอ่านได้ตามลิงก์ด้านบน

จากการเข้าไปอ่านความคิดเห็นของคนตามแหล่งข่าวต่างๆ ที่ว่ามา รวมถึงเว็บบอร์ดอีกหลายแห่ง เกิดความรู้สึกหงุดหงิดใจกับวิธีการให้เหตุผลของคนจำนวนมาก ไม่เข้าใจว่าทำไมความโกรธแค้น เกลียดชังผู้อื่น ถึงได้ทำให้ความสามารถในการให้เหตุผลของคนเราลดต่ำลงได้อย่างน่าใจหาย

ยอมรับกันเสียทีเถิดว่า “คนไทย” ไม่ได้มีความคิดเหมือนกันหมดทุกคน “วัฒนธรรมไทย” ไม่ได้มีแค่ความหมายเดียว “ความรัก” มันบังคับจิตใจกันไม่ได้ (และทำนองเดียวกัน “ความเศร้า” ก็เช่นกัน)

การผูกขาด “ความเป็นคนไทย” ไว้ด้วยนิยามของตัวเอง แล้วผลักไสคนที่ไม่ได้คิดเหมือนตัวเองออกไปด้วยคำพูดที่ว่า “ไม่ใช่คนไทย”, “ไม่รักชาติ”, “ไปอยู่ที่อื่นเลย” ผมว่ามันไร้เหตุผลมากๆ เพราะหากเราให้เหตุผลแบบนี้แล้ว หมายความว่า เราจะไม่มีแม้กระทั่งที่ยืนให้กับคนที่เห็นต่างไปจากคนหมู่มากเลย

จากที่ได้ติดตามข่าว นายโชติศักดิ์ ก็ไม่ได้ทำอะไรที่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นเลย (แต่เรื่องผิดจารีตน่ะใช่) ไม่เข้าใจว่า ทำไมความเห็นที่โจมตีนายโชติศักดิ์ถึงได้มีความก้าวร้าวรุนแรงมากนัก (โดยเฉพาะในพื้นที่ที่สามารถแสดงความเห็นได้อย่างนิรนาม) กับแค่ว่าคนคนนึง ไม่ได้รักคนที่คนอื่นเค้ารักกัน มันเป็นความผิดขนาดนั้นเลยหรือ?

ชอบข้อความตอนนึงจากบล็อก etat de droit ขอตัดตอนมาใส่ไว้ตรงนี้

มีแต่สังคมป่าเถื่อนและไร้อารยะเท่านั้น ที่ไม่เปิดพื้นที่ให้ความคิด ความเชื่อ หรือรสนิยมที่แตกต่าง
ฤาสังคมแห่งนี้ แม้เพียงเสรีภาพในความรัก ก็มิอาจหยิบยื่นให้แก่กันได้

เชื่อว่าความเห็นต่อกรณีนี้ของแต่ละคนก็คงต่างกันออกไป บางคนอาจเห็นด้วยกับโชติศักดิ์ (น่าจะมีน้อย) บางคนอาจไม่เห็นด้วย (คนส่วนมาก) แต่ยังไงคดีนี้ผมว่าศาลตัดสินออกมา โชติศักดิ์ คงไม่รอดอยู่ดี เพราะลองคิดว่าถ้าศาลตัดสินว่า “ไม่ยืนตรงเคารพเพลงสรรเสริญ ไม่ผิด” ในโรงหนังคงมีพวกไม่ยืนเพิ่มขึ้นอีกแน่ๆ

ป.ล. - จริงๆ แล้วสมัยก่อนเพลงสรรเสริญฯ เปิดตอนหนังฉายจบ คนไม่ยืนก็เยอะนะ หนีกลับบ้านหมด เค้าเลยต้องเอามาเปิดก่อนหนังฉาย จะได้บังคับยืน)

Turn Left

by pittaya

เมื่อก่อนอาจจะเคยได้ยินชื่อ พรรคแนวร่วมภาคประชาชน ผ่านๆ หูไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้จดจำอะไร วันนี้เพิ่งรู้ว่าพรรคนี้เค้าจัดทำหนังสือพิมพ์รายเดือนออกมาสม่ำเสมอในชื่อว่า หนังสือพิมพ์เลี้ยวซ้าย (แค่ชื่อก็บอกนโยบายพรรคได้แล้ว) มีสาวคนนึงเอาเลี้ยวซ้ายฉบับล่าสุด มกราคม 51 มาให้ดู

Turn left newspaper

เห็นหน้าปกแล้วมันคุ้นๆ ที่จริงมันคือรูปนี้น่ะเอง

Dilemma

by pittaya

ตั้งแต่เริ่มดูฟุตบอลอังกฤษในสมัยเด็ก เคยนั่งคิดอยู่กับตัวเองว่าจะมีสถานการณ์ไหนบ้าง ที่จะทำให้ตัวเองต้องมาเชียร์ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

กรณีนึงที่พอจะคิดได้คือ สมมุติว่า แมนยูเตะกับอาร์เซนอล ถ้าแมนยูชนะแล้วจะไปตัดแต้มอาร์เซนอล ส่งให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์ ถ้าเป็นกรณีเนี้ย คงจะต้องเชียร์ แต่ถ้าผลการแข่งขันเป็นแค่ตัดแต้มไม่ได้ชี้ชะตาแชมป์ ก็คงจะทำใจให้เชียร์ไม่ลง แต่กับในสถานการณ์อื่น ไม่ว่าจะเป็นทีมที่ไม่ชอบมากขนาดไหน เมื่อต้องมาเตะกับแมนยูฯ ผมก็เป็นอันต้องเชียร์ทีมนั้นอยู่ร่ำไป

สถานการณ์แบบที่ว่ายังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ความรู้สึกที่ต้องเชียร์ฝ่ายที่ไม่ชอบ มันเกิดขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้แหละ

Horror in Pink

by pittaya

เจอมาจากบล็อกของ bact’

pink man

ที่จริงภาพในซีรีส์ Pink Man อันนี้เคยเห็นมานานแล้ว (ดูภาพทั้งหมด) เป็นงานตั้งแต่ปี 2001 ของ มานิต ศรีวานิชภูมิ 1 ใน 100 ช่างภาพร่วมสมัยที่น่าต่ืนเต้นที่สุดในโลก (โดยการจัดอันดับของสำนักพิมพ์ไพดอน)

เอากลับมาดูอีกที มันก็เข้ากับกระแสตอนนี้ดีนะ

Buffalos

by pittaya

ไม่ได้แปะรูปนานแล้ว เพราะไม่ค่อยได้ถ่ายรูป เป็นอันว่าตอนต้นปีที่เคยตั้งใจจะถ่ายให้ได้เดือนละม้วนนึงก็ทำไม่สำเร็จ

รูปนี้ถ่ายที่ตีนสะพานลอยแห่งหนึ่ง แถวๆ ปากเกร็ด แต่ว่าข้อความเดียวกันนี้ก็คงพบเห็นได้ตามที่อื่นทั่วไป ส่วนตัวไม่ชอบเลยเวลาที่จะด่าอะไรใครแล้วเอามาเปรียบเทียบกับควายเนี่ย คือในบางครั้ง มันก็เห็นกันชัดๆ อยู่แล้วว่าควายยังทำตัวมีประโยชน์กว่ากันเยอะ

Get out

Cosina CX-2
Kodak Elitechrome 100 ExtraColor, ครอสโปรเซส

วันนี้เมื่อ 31 ปีที่แล้ว ฆาตกรรมหมู่ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นช่องว่างที่ขาดหายไปในหนังสือแบบเรียน ไม่ได้รับการบอกต่อ ไม่ได้รับการชำระล้าง เป็นเหตุการณ์ที่ถูกพยายามทำให้ลืมกันไป กระทั่งหนังสือพิมพ์ยอดขายอันดับหนึ่งของประเทศยังมีลงเรื่องนี้เพียงแค่กรอบเล็กๆ อ่านไม่ถึง 1 นาทีก็จบ

สงสัยว่าคนรุ่นต่อๆ ไปจะได้รับรู้เรื่องราวอะไรกับเค้าบ้างหรือเปล่า กระทั่งนักศึกษามธ.ปัจจุบัน ยังไม่แน่ใจเลยว่าเค้ารู้เรื่องนี้กันมั้ย (เคยไปนั่งดู VTR ที่เค้าฉายตอนรับน้องเมื่อปีที่แล้ว มีเรื่องนี้ใน VTR แค่แวบเดียว)

Next Page »