I believe that bits exist to be copied

“I believe that we live in an era where anything that can be expressed as bits will be. I believe that bits exist to be copied. Therefore, I believe that any business-model that depends on your bits not being copied is just dumb, and that lawmakers who try to prop these up are like governments that sink fortunes into protecting people who insist on living on the sides of active volcanoes.”

- Cory Doctorow

FYI – แรงบันดาลใจ

Just my humble opinion about TNOC

ในงาน BarCamp Bangkok 3 ที่เพิ่งผ่านไป ได้มีโอกาสไปนั่งร่วมวงในหัวข้อเรื่อง TNOC (Thailand National Online Campaign) ฟังชื่อโครงการทีแรก ก็ยังงงๆ อยู่ นึกภาพไม่ออกว่าจะเป็น campaign ประเภทไหน เลยต้องลองเข้าไปฟังดู เผื่อจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้

รายละเอียดของ campaign ที่เข้าใจคือ เนื่องจากผลกระทบจากภาวะความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาเมืองไทย ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศลดลง จึงมีไอเดียทำการตลาดออนไลน์แบบ viral marketing เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ

วิธีการก็คือใช้การโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านทาง Social Network ใหญ่ๆ ของโลกอย่างเช่น Facebook, Twitter, Flickr, YouTube

โอเค อ่านรายละเอียดคร่าวๆ ที่อยู่บน slide ก็พอจะเห็นว่ามีประโยชน์อยู่ แต่พอตอนที่เค้า discuss กัน ทำไมมันเหมือนเป็นหนังคนละม้วน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ session ที่เข้า เป็น #TNOC part 2 (ผมไม่ได้เข้า part 1) ถึงได้เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า เพราะเรื่องที่คุยกัน มีเรื่องท่องเที่ยวอยู่หน่อยเดียว ประเด็นหลักกลับไปอยู่ที่เรื่องของการแก้ไขหน้าเกี่ยวกับประเทศไทยของ wikipedia ภาษาอังกฤษ เพราะว่าชาวต่างชาติ จะได้เข้าใจเรื่องราวของประเทศไทย “อย่างถูกต้อง” ตามที่เราอยากให้เค้าเข้าใจ

ตัวอย่างเช่นว่า wikipedia หน้า Thailand ไม่ค่อยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลย ทำไมมีแต่เนื้อหาเรื่องรัฐประหาร / ความวุ่นวายทางการเมือง หรือว่าทำไมเนื้อหาในหน้านี้ มีแต่เรื่องบทบาททางการเมือง / Lese majeste ทำไมไม่ค่อยจะมีเรื่องพระราชกรณียกิจบ้างเลย หรือเรื่องของการท่องเที่ยว ทำไมถึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับตำรวจทำร้ายนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย เราควรจะต้องนำเสนอด้านดีๆ ของประเทศเราสิ ฯลฯ

มีงานอภิปรายครั้งหนึ่งที่ผมเคยได้ฟัง มีวิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า คำว่า “ด้วยความเคารพ” เป็นคำพูดสุภาพ ใช้พูดเกริ่น ก่อนที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย คงต้องขอยืมมาใช้หน่อย

“ด้วยความเคารพ” ถ้าคิดจะทำกันโดยเน้นเรื่องนี้ ผมก็อยากจะขอเรียก campaign นี้ใหม่ว่า “โกหกช่วยชาติ”

ในความเห็นอันต้อยต่ำของผม การกระทำแบบนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการพยายามจะเซ็นเซอร์ข่าวสารที่ชาวต่างชาติได้รับ เราเซ็นเซอร์กันเองในประเทศเยอะแยะแล้วยังไม่พอ อะไรที่เราไม่ชอบ คนต่างชาติก็ไม่ต้องได้เห็น

การจะเข้าไปแก้ไขเนื้อหาของ wikipedia อย่างน้อยก็ขอให้มีหลักฐานอ้างอิงให้ชัดเจน การกล่าวอ้างความเชื่อของตัวเองลอยๆ โดย “มั่ว” ข้อมูล มันดูแล้วน่าสมเพชมากกว่าน่าเชื่อถือ เช่น “ประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่น โทษติดคุก 15 ปีจริง แต่ไม่เคยมีคนต่างชาติคนไหนต้องติดคุก ศาลตัดสินความผิดแล้ว หลังจากนั้นทุกคนก็ได้รับอภัยโทษหมด” ถ้าคนที่พูดแบบนี้คิดว่าเป็น fact ก็ควรจะไปหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่ามันเป็น fact ไม่ใช่ว่ายึดมั่นกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อถือด้วย blind faith แล้วก็โทษว่าพวกคนต่างชาติไม่เข้าใจเรา (หรือพวกเราบางคนสมควรจะไปอยู่ต่างชาติ?)

การโปรโมทการท่องเที่ยวโดยการทำเว็บ ปั่น SEO นั้น มันจะมีประโยชน์อย่างที่คิดหรือเปล่า? ปกติ keyword ในกลุ่มท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะมีการแข่งขันกันดุเดือดมากอยู่แล้ว การเข้าไปสู้ตรงนี้เป็นเรื่องยาก และยังไงเว็บกลุ่มที่ติดอันดับต้นๆ ในการค้นหา ก็มักจะเป็นเว็บที่ทำเพื่อหารายได้จากการท่องเที่ยวในไทยอยู่แล้ว จะไปทำแข่งทำไม?

เว็บโปรโมทการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น ก็มีตัวอย่างดีๆ ของเมืองนอกอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น campaign The Best Job In the World หรือการโปรโมทเชิงบวก ให้มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เช่น SpreadFirefox หรือ Gmail Video เป็นต้น ไม่อยากให้สับสนระหว่างคำว่า contribute กับ spam

ความศรัทธาในโครงการนี้ยิ่งถดถอยลง เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศโดยรวมในห้องที่อภิปรายกัน นี่มัน BarCamp หรือว่าเข้าค่ายลูกเสือชาวบ้าน?

ใน campaign นี้มีคนรู้จักเข้าไปทำอยู่หลายคน หลายๆ คนก็เป็นคนในวงการที่ผมนับถือ แต่ว่า “ด้วยความเคารพ” ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ หวังว่าการที่ไม่เข้าไปช่วยเหลืออะไร และออกความเห็นคัดค้านแบบนี้แล้ว จะไม่ทำให้ผมโดนมองว่าเป็นพวกขี้อิจฉา ด่าอย่างเดียวแต่ไม่ยอมทำอะไรนะ ก็แค่อยากจะออกความเห็นในฐานะคนใช้อินเทอร์เน็ตคนหนึ่งบ้าง

OK Nation

เห็นใน twitter มีคนบอกว่า บล็อกนี้ เขียนได้ดี ชาวเสื้อแดงควรอ่าน

พอตามเข้าไปอ่านแล้วเกิดคัน อยากคอมเมนต์ แต่ว่าบล็อกของ OK Nation ต้องเป็นสมาชิกถึงจะคอมเมนต์ได้อีก ทำให้รู้สึกไม่อยากตอบขึ้นมาซะเฉยๆ

แต่ด้วยความคัน ถ้าไม่เกาแล้วมันก็ไม่หาย ลองพยายามสมัครดูเพื่อจะได้ไปตอบ ก็เจอกับหน้าสมัครสมาชิกตามนี้

OK Nation registration page

ต้องกรอก ชื่อจริง นามสกุลจริง เลขบัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์!

ยอมแพ้ ไม่คอมเมนต์ก็ได้

Time Paradox

ได้รับใบแจ้งหนี้จากอินเทอร์เน็ตของ TOT

R0017092

กำหนดชำระวันที่ 12 แต่เพิ่งส่งใบแจ้งหนี้มาให้เอาวันที่ 23!

จะให้ย้อนเวลากลับไปจ่ายเรอะ!

ที่น่าเกลียดกว่านั้นคือ ในใบแจ้งหนี้ ยังระบุว่า “จัดทำเมื่อวันที่ 18″ โทรไปถาม callcenter ได้คำตอบว่า เป็นความผิดพลาดในการจัดทำใบแจ้งหนี้ จริงๆ แล้วควรจะเป็นจัดทำเมื่อวันที่ 18 เดือนที่แล้ว

แต่ถ้าคิดตามหลักการของ Occam’s Razor แล้ว น่าจะได้ว่า ใบแจ้งหนี้อันนี้ ได้จัดทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 เดือนนี้ (late ไปแล้ว) แล้วก็ถูกจัดส่ง จนมาถึงตู้จดหมายเอาเมื่อเวลาผ่านไปได้ 4-5 วัน ไม่ใช่ว่าจัดทำก่อนครบกำหนดชำระ แต่ดันใช้เวลาเดินทาง 1 เดือน จนกว่าจะมาถึง

บ่นไปก็ไม่ช่วยอะไร ในเมื่อย้อนเวลาไปจ่ายก่อนวันครบกำหนดไม่ได้ สุดท้ายยังไงก็ต้องถ่อไปจ่ายถึงศูนย์บริการ TOT (ที่หายากเสียเหลือเกิน) อยู่ดี

Change that we believe in

เพิ่งอ่านเจอข่าวน่าตกใจต้อนรับปีใหม่ข่าวหนึ่ง

พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองอันดับแรกจะต้องหามาตรการป้องกันการซื้อเสียงให้ได้ เพราะกฎหมายที่มีอยู่ แม้จะเข้มงวด แต่ถ้าคนปฏิบัติไม่ยึดถือก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงควรต้องแก้ไขระบบการตรวจสอบให้มีการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน และเห็นว่าควรเปลี่ยนที่มา โดยองค์กรอิสระทั้งหลายควรมาจากการแต่งตั้งสรรหาขององคมนตรี ทั้ง ส.ว. กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน แต่หากจะทำเช่นนี้ ควรต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปรับอำนาจหน้าที่ให้พอดี ไม่ใช่มหาศาล และต้องมีองค์กรที่มาตรวจสอบถ่วงดุลได้

“ชอบกล่าวกันว่ากลัวจะถูกยึดโยง เราก็ไม่ได้คนดีมาทำงานเสียที ฉะนั้นองค์กรอิสระต่าง ๆ ควรให้องคมนตรีทั้งคณะเลือก ถ้าท่านคัดมา คนที่ถูกคัดมา ผมว่าไม่กล้าทำความเสียหาย ไม่งั้นทั้งวงศ์ตระกูลก็ด่างพร้อย และองคมนตรีที่เลือกมาต้องรับผิดชอบ แต่เราชอบห่วงว่าทำไมดึงเบื้องสูงลงมา แต่ผมว่าถ้าให้ท่านคัดเลือก คนจะกลัว ผมเชื่ออย่างนี้ และมันก็ไม่ถึงจุดนั้นเสียที”

พล.ต.สนั่น ยังกล่าวถึงการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ไม่จำเป็นต้องตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญถึง 100 คน ไม่เช่นนั้นก็ได้คนหน้าเดิมมายกร่าง แต่เห็นว่าควรมอบอำนาจให้องคมนตรีสรรหาคนจากทุกสาขาอาชีพให้ครบ รวมทั้งนักการเมืองด้วยแต่ไม่ควรมีมากเกิน 50 คน เพราะไม่เช่นนั้นจะทำให้ยืดเยื้อ และเห็นว่าเมื่อรัฐบาลชุดนี้เริ่มต้นแล้วก็ควรที่จะทำให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ที่จะมีการเลือกตั้งใหม่

ที่มา: “เสธ.หนั่น”เสนอองคมนตรีตั้งองค์กรอิสระ

สงสัยว่า ทำไมเค้าเสนออะไรกั๊กๆ แบบนี้ ทำไมไม่เสนอไปเลยว่า เราควรจะกลับไปใช้สมบูรณาญาสิทธิราชย์เหมือนก่อนปี 2475 ? ถ้าเป็นแบบนั้นแน่นอนว่าเราจะได้ “คนดี” เข้ามาบริหารบ้านเมืองอย่างที่หลายๆ ฝ่ายต้องการกัน และไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาการซื้อเสียงของนักการเมืองด้วย