Hidden text again

มีเรื่องดีๆ จากเว็บของ @mormmam อีกแล้ว เป็นเรื่องเทคนิคการทำ SEO เหมือนเดิม พอดีความรู้เรื่อง SEO ของผมค่อนข้างอ่อนด้อยพอสมควร ไม่รู้ว่าการทำ hidden text แบบนี้จะเข้าข่ายผิด guidelines ของ search engine หรือเปล่า (แต่เอ๊ะ guidelines ไม่ใช่ rules สินะ บางอย่างอาจจะทำเป็นหลงๆ ลืมๆ ไปบ้างคงได้)

จากเทคนิคที่เห็นไปนั่น คิดในเชิงคนเขียนโปรแกรมแล้ว คงจะไม่ใช่การให้คนทำเนื้อหา มาทำ SEO rewrite เนื้อหาแน่ๆ เพราะข้อความส่วน hidden text มันอยู่ตรงส่วนหัวข้อ ไม่ใช่ส่วนของเนื้อหา

เพื่อความแน่ใจ ก็เลยลองเปิดหน้าอื่น ใช้ firebug จับดูก็เห็นตามที่คิด คือหน้าอื่นๆ ที่อยู่ในหมวด photo เหมือนกัน มีการแทรกข้อความซ่อน เป็น hidden text ไว้เหมือนกันหมด ตามในรูปข้างล่าง

หมายความว่า งานนี้มาจากฝีมือโปรแกรมเมอร์แน่นอนครับ ไม่ใช่เด็กฝึกงานที่มีหน้าที่แก้ไขเนื้อหาชัวร์ๆ

แต่ก็ไม่แน่หรอกนะ บางที่เค้าอาจจะให้เด็กฝึกงานมีสิทธิ์แก้ไขโปรแกรมด้วยก็ได้ ใครจะรู้ มารอดูกันต่อไปว่า hidden text อันนี้จะโดนถอดออกเมื่อไหร่ดีกว่า

คลิป xxx สุดยอด ลีลา เด็ด

อ่า… มันหมายถึง คลิปจากงาน kapook ชวนคุย เมื่อวานนี้ กรณีของ xxx.kapook.com ดูได้ที่ duocore ตาม link ด้านล่างครับ

http://duocore.ch7.com/xxxkapookcom/

ถึงน้ำจะเยอะไปหน่อย แต่ก็ขอให้ดูโดยใช้วิจารณญาณตัดสินเอาครับ

อ้อ… พอดีผมกำลังหัดเรื่อง SEO copywriting อยู่ ไม่รู้ว่าคนที่เป็น expert คิดว่าหัวข้อ blog อันนี้ใช้ได้มั้ย กรุณาแนะนำคนไม่ค่อยมีความรู้ด้าน SEO อย่างผมด้วย

Talk with Kapook

อัพเดตข่าวเรื่องงาน kapook ชวนคุย เมื่อตอนบ่ายวันนี้ที่บ้านไร่กาแฟ เอกมัย

ทีแรกต้องกลับไปทำธุระที่ต่างจังหวัดในช่วงเสาร์-อาทิตย์นี้ แต่ว่าเนื่องจากเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้โดยตรง ถ้าไม่มางานนี้ก็ออกจะเป็นการเอาเปรียบกันไปหน่อย ก็เลยจำเป็นต้องมาแล้วเสร็จงานค่อยรีบไปขึ้นรถกลับต่างจังหวัดอีกที

สรุปงานวันนี้คือ kapook ออกมาชี้แจงกรณีของ xxx.kapook.com และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้มีโอกาสซักถามทำความเข้าใจในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีทีมงานจาก duocore.tv และ FukDuk.tv มาบันทึกเทปด้วย และจะออนแอร์ให้ได้ดูกันอีกที

เริ่มงานคุณปรเมศวร์ก็ออกตัวไว้ก่อนเลยว่าขอรับผิดไว้เองคนเดียว ไม่ว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้าง xxx.kapook.com นี้เป็นพนักงานหรือเป็นเด็กฝึกงาน อย่าให้ต้องไปไล่ความเลยว่านักศึกษาชื่ออะไร สถาบันไหน คุณปรเมศวร์ขอรับผิดไว้เองแต่เพียงผู้เดียว

ส่วนในประเด็นที่เป็นคำถาม ทางคุณปรเมศวร์และทีมงานก็ออกมาชี้แจงตามนี้

xxx.kapook.com เป็น subdomain ไม่จำเป็นต้องไปจด แค่เซตเอาก็ได้แล้ว แต่ทำไมถึงให้ข่าวกับทาง manager online ว่าเป็น domain ที่จดไว้แต่ไม่ได้เปิดให้ใช้บริการ
ทาง kapook ให้คำตอบว่า เป็นความผิดพลาดทางการสื่อสาร ซึ่งตัวของคุณปรเมศวร์ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ไปว่าเป็นการเซต subdomain แต่ทาง manager online เอาไปลงว่าเป็นการจด domain

ถ้าหากว่า xxx.kapook.com ยังไม่ได้เปิดให้บริการ แล้วทำไมถึงมี hidden text ขนาด 1×1 pixel ในหน้าแรกของ kapook.com ได้
คุณปรเมศวร์ชี้แจงตามที่เคยให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่า xxx นี้หมายถึง x-file เป็นหน้าใหม่ ยังไม่ต้องโปรโมท แต่จะต้องทำ SEO ไว้ก่อน ดังนั้นทีมงานที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ไปทำ hidden text ไว้ในหน้าแรก กะว่าคนเข้ามามองหาไม่เจอ แต่ bot ของ search engine วิ่งเข้าไปได้ โดยไม่รู้ว่าวิธีการนี้มันผิด แต่ก็มีการถอด hidden text อันนี้ออกหลังจากมีการทักท้วง

บอกว่าหน้า xxx.kapook.com ยังไม่โปรโมท แต่ทำไมถึงมี link ข้างใต้วิดีโอในหน้า play.kapook.com บอกว่า “ติดตามต่อได้ที่ xxx.kapook.com”
คำตอบที่ได้คือ หน้า play.kapook.com เป็น user generated content แล้วข้อความเชิญชวนเหล่านั้นเป็นทาง user ที่โพสต์เข้ามา และไม่รู้เหมือนกันว่า user ไปรู้จัก xxx.kapook.com ได้จากไหน

ประเด็นเรื่องของผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตสีขาวเพื่อเยาวชน แต่ทำไมจึงทำเว็บอย่าง xxx.kapook.com ออกมา
อันนี้คุณปรเมศวร์ให้ข้อมูลว่า โครงการนี้เป็นโครงการเมื่อ 6 ปีที่แล้ว มีระยะเวลา 1 ปี ตำแหน่งผู้จัดการโครงการก็จบไปตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว หลังจากนั้นทาง kapook มีหน้าที่อัพเดต content ในเว็บ thaicleannet.com เท่านั้น ซึ่งก็ทำให้ฟรี แค่ขอ backlink กลับไปหน้าเว็บของ kapook ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเข้าใจผิดว่าคุณปรเมศวร์จะทำแต่เว็บสีขาวอย่างเดียว ซึ่งไม่ใช่ เพราะยังไงคุณปรเมศวร์ทำเว็บเพื่อตอบสนองผู้ใช้ ต้องมีสีสันอื่นบ้างอยู่แล้ว แต่รับประกันว่าไม่มีสีดำแน่นอน

ยังมีคำถามในประเด็นของศีลธรรมอื่นอีก ซึ่งผมคงไม่ขอพูดถึง เพราะว่าคำว่าศีลธรรม เป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล แต่ละคนมีมาตรฐานของศีลธรรมไม่เท่ากัน การอภิปรายปัญหาโดยอิงกับคำว่าศีลธรรม ยังไงก็ไม่มีทางหาข้อสรุปที่พอใจสำหรับทุกคนได้ ดังนั้นขอไม่พูดถึงนะครับ ให้ติดตามเอาจากคลิปทีหลังละกัน

ส่วนตัวแล้ว content ทั้งหลายในเว็บ kapook นั้น ผมไม่เห็นว่ามีเนื้อหาที่เป็น rate X อะไร ระดับความหวิวของเนื้อหาก็อยู่ในระดับเดียวกับหน้าหนังสือพิมพ์, นิตยสาร ที่วางแผงกันทั่วไป เชื่อว่าทาง kapook ก็มีทีมงานที่คอยตรวจสอบส่วนนี้อยู่แล้ว และคงไม่คิดจะหากินกับเนื้อหา rate X แน่นอน ที่ผมมีปัญหาด้วย คือการใช้คีย์เวิร์ด rate X กับเนื้อหาที่ไม่เกี่ยวข้อง เพื่อหวังผลทาง SEO มากกว่า (blog คุณ ch_a_m_p เขียนไว้อ่านง่ายดี เหมาะสำหรับคนไม่ค่อยรู้เรื่อง SEO เท่าไหร่นัก)

ทีนี้ทางทีมงาน kapook มีติดใจเรื่องที่ว่า ผมมีความรู้ SEO แค่ไหน การที่ผมฟันธงไปแล้วว่าที่ kapook ทำไปนั้นเป็น blackhat SEO ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง เอเจนซี่โฆษณาอาจจะเข้าใจผิด ถ้ายอดการขายโฆษณาของ kapook ลดลงใครจะเป็นคนที่รับผิดชอบ
ในฐานะที่ผมเป็น blogger คนหนึ่ง ผมก็ต้องรับผิดชอบในคำพูดของตัวเองด้วย สิ่งที่ผมนำเสนอก็เป็นข้อเท็จจริงที่ผมสังเกตได้ ปล่อยให้เป็นวิจารณญาณของคนที่เข้ามาอ่านได้ตัดสินใจเองว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ถ้าหากว่าเห็นว่าที่ผมเขียนไว้มัน bullshit โง่เรื่อง SEO แล้วยังจะมาเขียนใส่ร้ายชาวบ้าน ก็ด่าผมได้เต็มที่ แต่เรื่องยอดโฆษณาจะลดลงหรือเปล่า ก็อยู่ที่ผู้มาลงโฆษณาจะเชื่อถือ blogger โนเนมอย่างผม หรือว่าคำชี้แจงจาก kapook

น่าเสียดายที่ว่างานในวันนี้เวลาค่อนข้างจำกัด ทีแรกนึกว่าจะคุยกันไปได้เรื่อยๆ แต่เอาจริงๆ แล้วกลับเป็นว่าหมดเวลาแค่บ่ายสาม ยังมีหลายประเด็นที่ไม่ได้ถามให้ละเอียด (เป็นความห่วยของผมเองด้วยที่หาจังหวะถามไม่ได้) คนที่ไม่ได้ไปก็ลองดูจากคลิปเอาละกันครับว่ามีประเด็นไหนที่เคลียร์หรือไม่อย่างไร ผมอาจจะฟังความตกหล่นหรือเข้าใจผิดบ้าง ขอให้ยึดจากคลิปเป็นหลักครับ

ถ้าถามผมว่าพอใจกับงานนี้มั้ย ก็พอใจอยู่ในระดับหนึ่ง ได้รับข้อมูลจากทางฝ่าย kapook เองโดยตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางอย่าง manager online (ถึงแม้จะน้ำท่วมทุ่งไปหน่อย) แต่หลายๆ ประเด็นก็ยังมีตะหงิดๆ ติดใจอยู่ดี

ย้ำอีกหน่อยว่าผมเองไม่ได้มีความรู้สึกอิจฉาหรืออยากเด่นอยากดังอะไร blog ที่เขียนอยู่ทุกวันก็เป็นเรื่องกินบ้าง เที่ยวบ้าง มีคน subscribe feedburner 100 กว่าคนก็ดีใจแย่แล้ว แต่ที่เขียนเรื่องของ kapook นี้เพราะเป็นคนหนึ่งที่เบื่อหน่ายกับผลการค้นหาของ google ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยากรู้ และเชื่อว่าหากบ้านเรายังเน้นการทำ SEO ด้วยวิธีป่าเถื่อนแบบนี้กันอยู่ โดยเว็บใหญ่ทำซะเอง ผลร้ายก็ต้องมาตกอยู่ที่คนเล่นเว็บอย่างช่วยไม่ได้ อย่างไรก็ดี ทาง kapook ให้แนะนำว่า ถ้าเห็นหน้าไหนของ kapook ที่ใช้วิธีที่อาจจะไม่เหมาะสม ให้ช่วยส่ง feedback ไปที่ webmaster@kapook.com ได้ แล้วจะจัดการให้ครับ

ความเห็นเพิ่มเติมจากคนอื่นที่ได้ไปงานนี้ด้วยกัน อ่านได้ที่ blog คุณ mormmam ครับ

Feedbacks from the Blogosphere

มีหลายคนถามเข้ามาว่ามีคนเข้า blog กี่คนแล้ว ก็เลยเอาสถิติจาก google analytics / feedburner มาให้ดูตามรูปข้างล่างนี่ครับ

Stat จาก google analytics
กราฟแสดงจำนวนคนเข้า ตัดมาจากหน้า Google Analytics

Feedburner stat
สถิติคน subscribe feed จาก feedburner เพิ่มจากปกติวันละ 160-170 มาอยู่ที่ 194

จะเห็นว่าเมื่อวานวันเดียวก็มีคนเข้ามาถึง 2,287 visits (จากปกติคนเข้าวันละ 30-40 T-T) ซึ่งในช่วงแรก traffic ส่วนใหญ่จะมาจาก zickr กับ duocore แต่หลังจากนั้นพอข่าวมาลงที่ manager online ทำให้ traffic เข้ามาเยอะขึ้นไปอีก (พลังของ mass media) เรื่องของการกระจายข่าวสารในโลกดิจิตอลแบบนี้ ipats เขียนวิเคราะห์ไว้ละเอียดดี มีทั้งเรื่องของ blogging / twitter / social bookmark / Content mirroring แต่สุดท้ายแล้วการจะทำให้ข่าวสารได้รับความสนใจในวงกว้าง ก็ต้องพึ่งพาสื่อใหญ่อยู่ดี ซึ่งในกรณีนี้คือ manager online แต่ถ้าเทียบสัดส่วนคนใช้อินเทอร์เน็ตในบ้านเราน้อยขนาดนี้ ก็ยังยากที่จะผลักดันเรื่องอะไรให้เป็นประเด็นสาธารณะได้

ความเห็นจากคนในแวดวงอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็มีหลากหลายกันออกไป ผมขอยกมาให้ดูบางส่วน อันนี้เป็นความเห็นจากคุณ pook ประธานชมรม Search Engine Marketing ที่มาตอบไว้

ประเด็นนี้คงต้องขอบคุณเพื่อนๆ และทุกท่านที่มีส่วนร่วม
ฉุด ดัน ส่งประเด็นนี้ให้เข้ามาเป็นประเด็นท๊อปฮิตในขณะนี้
ทางเว็บไซต์เองคงกำลังประเมินผู้ใช้งานต่ำไปหน่อย ก็เลย
ยังมีเทคนิคแปลกๆ พวกนี้ให้ได้เห็นกันอยู่

ในความคิดเห็นส่วนตัวแล้วนั้นจากที่ได้มีโอกาสเปิดเข้าไปอ่าน
พบว่าน่าจะเกิดจากความตั้งใจในหลายๆ ส่วนด้วยกัน เช่น

- sub domain การตั้ง sub ขึ้นมาสักชื่อนึง มีโอกาสเป็นไปได้กี่ %
ที่นักศึกษาฝึกงานนั้นจะสามารถสร้างขึ้นมาเองได้ อย่างน้อยน่าจะมี network
+ content + programming + design ที่ต้องถูกนำมาใช้งานในเรื่องนี้

- sub domain ที่ตั้งขึ้นมา หากต้องการนำเสนอเรื่อง x-files
จริงแล้วนั้นทำไมมันถึงได้เพี้ยนเยอะแยะมากมายจนกลายเป็น xxx
ไปได้ไม่เข้าใจเหมือนกัน

- page detail จะเห็นว่ามีการวางคำซ้ำ (Density) บวกกับการตัด เว้นคำ
อย่างถูกต้อง และมีการแบ่งคำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง หวังผลจาก keyword
เหล่านั้นในลักษณะกึ่งยิงกึ่งผ่าน มีคนค้นหาเข้ามาก็ยิงเลย แต่ถ้ามีข่าวร้องเรียน
ก็ส่งผ่านๆ ไป จะได้ฝึกงานต่อ

- html source code จากที่ได้ตรวจสอบพบว่ามีการจัดวางอย่างดี
เข้าใจว่าเป็นการหวังผลในเรื่องอันดับสูงมาก (มากกว่ากึ่งยิง กึ่งผ่านเมื่อสักครู่)

- site map การเพิ่มปริมาณจำนวนเนื้อหาขยะลงบน search engine
เป็นไปตามหลักของการค้นหา บวกกับข้อความเนื้อหาที่อยู่ในเว็บไซต์
ที่ล่อแหลม ปลุกใจเสือเด็ก เสือแก่ กันอย่างถึงพริกถึงขิง ช่วยให้ได้
ทราฟฟิคเพิ่มขึ้นอีกพอสมควรทีเดียว ตามที่ผมเคยได้เขียนถึงการ Fake Truehits Ranking
และตราบใดที่ Agency เองยังไม่มีการศึกษาเว็บไซต์ที่เข้าไปทำการตลาดนั้น
ก็จะยังมีการ Fake แบบนี้ต่อไป

เมื่อมีเหตุผลและลักษณะการนำเสนอแล้วนั้นส่วนตัวแล้วเชื่อ 100% ว่า
มีเจตนาในการสร้างหน้าเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อหวังผลจากจำนวนตัวเลข uip ที่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

—–

อีกสิ่งนึงที่ผมอยากฝากถึงเพื่อนๆ ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ต คือ
ปัจจุบันจะมีเว็บที่มุ่งเน้นการ spam ด้วยเทคนิดต่างๆ ให้เห็นกันมากขึ้น
โดยที่ภายในเว็บไซต์นั้นมิได้มีเนื้อหาหรือข้อมูลที่เราต้องการเลย
ทางผู้ใช้งานเองสามารถ report url หรือผลลัพท์เหล่านั้นไปยัง
Search Engine ที่ใช้งานได้ เพื่อช่วยกันลดจำนวนข้อมูลขยะที่เกิดขึ้น

ขอบคุณครับ
ปุ๊ก

เรื่องของการทำ SEO ในเชิงเทคนิคลึกๆ จากคุณ mormmam คนในวงการ SEO บ้านเราชำแหละให้เห็นชัดๆ พร้อมรูปประกอบ อ่านได้ที่ blog ของคุณ mormmam ครับ

แล้วก็สุดท้าย kapook เข้ามาตอบ comment แล้ว

ขอเชิญเพื่อนๆในวงการเว็บและอินเทอร์เน็ตไทย ตลอดจนท่านสื่อมวลชน
ร่วมสนทนาซักถาม ข้อมูล สิ่งที่คุณสงสัยอยากรู้
ตอบข้อสงสัยโดย ปรเมศวร์ มินศิริ (Kapook.com)
พิธีกรดำเนินรายการโดย คุณบอย อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ (MacroArt) และ คุณ ศิระ สัจจินานนท์ (Hunt)
แนวถามตรงๆ ซักโหดๆ ถามสดหรือเขียนถามได้ อัดเทปได้ครับ
พบกันเสาร์นี้ 22 มีนาคม 2551 นั่งทานกาแฟคุยกันที่ บ้านไร่กาแฟ เอกมัน บ่ายโมงตรงครับ

ดูรายละเอียดของงานเพิ่มเติมได้จาก blog พี่บอย MacroArt ถ้าใครมีคำถามก็เชิญได้ที่งานนี้ครับ แต่ก็อยากทำความเข้าใจไว้นิดนึงว่าอยากให้ตรงประเด็นกันด้วย ซึ่งประเด็นที่ผมพูดถึงใน blog นี้คือ การทำ SEO ด้วยวิธี hardcore แบบนี้ มีความเหมาะสมแค่ไหน เป็นแค่การทำเพื่อสร้าง traffic เพื่อดึงคนเข้ามาเยอะๆ จะได้ขายโฆษณาได้มากๆ เท่านั้นหรือ ส่วนประเด็นเรื่องของเนื้อหานั้นผมไม่ซีเรียสอะไร เพราะมันเป็นเรื่องปกติของอินเทอร์เน็ตอยู่แล้วที่ content ประเภทผู้ใหญ่ ปลุกใจเสือป่า จะครองพื้นที่ส่วนใหญ่ เรื่องแบบนี้มันอยู่ที่มาตรฐานทางศีลธรรมของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนก็มีไม่เท่ากันอยู่แล้ว เถียงกันไปว่าเหมาะสมหรือไม่เหมาะสมก็คงไม่จบ แต่การปั่นหน้าเว็บด้วยคีย์เวิร์ดเหล่านี้, ทำ hidden text, rewrite content จนคนปกติอ่านแทบไม่รู้เรื่อง ผมคิดว่าเป็นการเอาเปรียบกันเกินไปครับ

ความเห็นจากคนอื่นๆ

ปล. แหล่งข่าวบอกมาว่า Duocore.tv ตอนใหม่ อัดเสร็จไปเมื่อคืน มีพูดเรื่องนี้ด้วย น่าจะได้ on air ประมาณอาทิตย์หน้า