Just my humble opinion about TNOC
ในงาน BarCamp Bangkok 3 ที่เพิ่งผ่านไป ได้มีโอกาสไปนั่งร่วมวงในหัวข้อเรื่อง TNOC (Thailand National Online Campaign) ฟังชื่อโครงการทีแรก ก็ยังงงๆ อยู่ นึกภาพไม่ออกว่าจะเป็น campaign ประเภทไหน เลยต้องลองเข้าไปฟังดู เผื่อจะสามารถช่วยเหลืออะไรได้
รายละเอียดของ campaign ที่เข้าใจคือ เนื่องจากผลกระทบจากภาวะความวุ่นวายทางการเมือง ทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาเมืองไทย ทำให้รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศลดลง จึงมีไอเดียทำการตลาดออนไลน์แบบ viral marketing เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้กับต่างชาติ
วิธีการก็คือใช้การโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยผ่านทาง Social Network ใหญ่ๆ ของโลกอย่างเช่น Facebook, Twitter, Flickr, YouTube
โอเค อ่านรายละเอียดคร่าวๆ ที่อยู่บน slide ก็พอจะเห็นว่ามีประโยชน์อยู่ แต่พอตอนที่เค้า discuss กัน ทำไมมันเหมือนเป็นหนังคนละม้วน ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะ session ที่เข้า เป็น #TNOC part 2 (ผมไม่ได้เข้า part 1) ถึงได้เข้าใจอะไรผิดไปรึเปล่า เพราะเรื่องที่คุยกัน มีเรื่องท่องเที่ยวอยู่หน่อยเดียว ประเด็นหลักกลับไปอยู่ที่เรื่องของการแก้ไขหน้าเกี่ยวกับประเทศไทยของ wikipedia ภาษาอังกฤษ เพราะว่าชาวต่างชาติ จะได้เข้าใจเรื่องราวของประเทศไทย “อย่างถูกต้อง” ตามที่เราอยากให้เค้าเข้าใจ
ตัวอย่างเช่นว่า wikipedia หน้า Thailand ไม่ค่อยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเลย ทำไมมีแต่เนื้อหาเรื่องรัฐประหาร / ความวุ่นวายทางการเมือง หรือว่าทำไมเนื้อหาในหน้านี้ มีแต่เรื่องบทบาททางการเมือง / Lese majeste ทำไมไม่ค่อยจะมีเรื่องพระราชกรณียกิจบ้างเลย หรือเรื่องของการท่องเที่ยว ทำไมถึงมีเนื้อหาเกี่ยวกับตำรวจทำร้ายนักท่องเที่ยวอยู่ด้วย เราควรจะต้องนำเสนอด้านดีๆ ของประเทศเราสิ ฯลฯ
มีงานอภิปรายครั้งหนึ่งที่ผมเคยได้ฟัง มีวิทยากรท่านหนึ่งบอกว่า คำว่า “ด้วยความเคารพ” เป็นคำพูดสุภาพ ใช้พูดเกริ่น ก่อนที่จะแสดงความไม่เห็นด้วย คงต้องขอยืมมาใช้หน่อย
“ด้วยความเคารพ” ถ้าคิดจะทำกันโดยเน้นเรื่องนี้ ผมก็อยากจะขอเรียก campaign นี้ใหม่ว่า “โกหกช่วยชาติ”
ในความเห็นอันต้อยต่ำของผม การกระทำแบบนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากการพยายามจะเซ็นเซอร์ข่าวสารที่ชาวต่างชาติได้รับ เราเซ็นเซอร์กันเองในประเทศเยอะแยะแล้วยังไม่พอ อะไรที่เราไม่ชอบ คนต่างชาติก็ไม่ต้องได้เห็น
การจะเข้าไปแก้ไขเนื้อหาของ wikipedia อย่างน้อยก็ขอให้มีหลักฐานอ้างอิงให้ชัดเจน การกล่าวอ้างความเชื่อของตัวเองลอยๆ โดย “มั่ว” ข้อมูล มันดูแล้วน่าสมเพชมากกว่าน่าเชื่อถือ เช่น “ประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่น โทษติดคุก 15 ปีจริง แต่ไม่เคยมีคนต่างชาติคนไหนต้องติดคุก ศาลตัดสินความผิดแล้ว หลังจากนั้นทุกคนก็ได้รับอภัยโทษหมด” ถ้าคนที่พูดแบบนี้คิดว่าเป็น fact ก็ควรจะไปหาหลักฐานมายืนยันให้ได้ว่ามันเป็น fact ไม่ใช่ว่ายึดมั่นกับสิ่งที่ตัวเองเชื่อถือด้วย blind faith แล้วก็โทษว่าพวกคนต่างชาติไม่เข้าใจเรา (หรือพวกเราบางคนสมควรจะไปอยู่ต่างชาติ?)
การโปรโมทการท่องเที่ยวโดยการทำเว็บ ปั่น SEO นั้น มันจะมีประโยชน์อย่างที่คิดหรือเปล่า? ปกติ keyword ในกลุ่มท่องเที่ยวโดยทั่วไปจะมีการแข่งขันกันดุเดือดมากอยู่แล้ว การเข้าไปสู้ตรงนี้เป็นเรื่องยาก และยังไงเว็บกลุ่มที่ติดอันดับต้นๆ ในการค้นหา ก็มักจะเป็นเว็บที่ทำเพื่อหารายได้จากการท่องเที่ยวในไทยอยู่แล้ว จะไปทำแข่งทำไม?
เว็บโปรโมทการท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่น ก็มีตัวอย่างดีๆ ของเมืองนอกอยู่หลายแห่ง อย่างเช่น campaign The Best Job In the World หรือการโปรโมทเชิงบวก ให้มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ เช่น SpreadFirefox หรือ Gmail Video เป็นต้น ไม่อยากให้สับสนระหว่างคำว่า contribute กับ spam
ความศรัทธาในโครงการนี้ยิ่งถดถอยลง เมื่อได้สัมผัสบรรยากาศโดยรวมในห้องที่อภิปรายกัน นี่มัน BarCamp หรือว่าเข้าค่ายลูกเสือชาวบ้าน?
ใน campaign นี้มีคนรู้จักเข้าไปทำอยู่หลายคน หลายๆ คนก็เป็นคนในวงการที่ผมนับถือ แต่ว่า “ด้วยความเคารพ” ผมไม่เห็นด้วยกับการกระทำแบบนี้ หวังว่าการที่ไม่เข้าไปช่วยเหลืออะไร และออกความเห็นคัดค้านแบบนี้แล้ว จะไม่ทำให้ผมโดนมองว่าเป็นพวกขี้อิจฉา ด่าอย่างเดียวแต่ไม่ยอมทำอะไรนะ ก็แค่อยากจะออกความเห็นในฐานะคนใช้อินเทอร์เน็ตคนหนึ่งบ้าง


เอ่อ…
Harry Nicolaides ?
Well..I wouldn’t disagree with them all. They were just talking about the method, and technology. And you just wanted to add about the good contents.
Good contents need to have a good channel to communicate to outside world.
@Lek เรื่องการเพิ่ม good content ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ต้องแยกให้ออกว่ามันเป็น contribute ไม่ใช่ spam อย่างในกรณีของ http://tinyurl.com/5qxo7p
ผมขอชี้แจงข้อเท็จจริงที่สำคัญดังนี้ครับ
ในห้องบรรยายนั้นเป็น Session ของคุณดอน ได้ขอให้ผมช่วยขึ้นมาช่วยในช่วงกลางของการบรรยายโดยที่ผมก็ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อนครับอย่างไรก็ดี สิ่งที่คุณ Pittaya เขียนมาใน Blog นี้มีข้อมูลบางส่วนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงซึ่งในประเด็นอื่นๆเช่น ความเห็นของคุณ Pittaya นั้นเป็นสิทธิของคุณนะครับที่จะมีความเห็นอย่างไรก็ได้ ผมจึงจะขอชี้แจงเฉพาะในส่วนที่ผู้อ่านอาจจะเข้ามาอ่านแล้วอาจเข้าใจผิดในข้อเท็จจริงดังนี้
จากที่คุยกัน จะเห็นว่าในห้องนั้นมีผู้ที่อาจจะยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมและวิธีการทำงานของ วิกิพีเดีย หรือ Youtube เท่าที่ควร โดยผมสังเกตจากคำถามที่ถามขึ้นมา ผมจึงได้อธิบายทั้งกรณีวิกิพีเดียและ Youtube โดยพูดชัดเจนว่า Wikipedia นั้นหากเขียนอะไรลอยๆที่ไม่มีการอ้างอิงได้ก็อาจจะถูกแก้ไขหรือลบทิ้งจึงต้องหาแหล่งข้อมูลอ้างอิง ซึ่งต่างจาก Youtube ซึ่งหากใครสามารถทำคลิปขึ้นมาเพื่อ “กล่าวหา” ใครก็สามารถทำได้ หากไม่ผิดกฎของ Youtube ก็มักจะไม่ถูกลบ ซึ่งผู้ที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถโต้แย้งได้ด้วยการเขียน Comment หรือทำวิดีโอโต้ตอบ (Video Responses) ซึ่งบางครั้งหลายๆคนก็จะเข้าใจผิดได้เนื่องจากไม่ได้มาอ่าน Comment หรือ Video Response นั้นๆ
ซึ่งต่อมาผมเห็นหลายคนทำยังหน้าสงสัยด้วยจึงมีการยกตัวอย่างคลิปวิดีโอหนึ่ง (ซึ่งผมไม่ได้พูดชื่อในห้องนั้นแต่ขอเอ่ยชื่อในที่นี้คือ คลิป .. 15 years in prison ..) ซึ่งปัจจุบันผมค้นหาใน Youtube ไม่เจอแล้ว ในช่วงที่มีฝรั่งคนหนึ่งถูกจับกุมและ ระหว่างที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินและไม่ได้รับการประกันตัว ได้มีคลิปกล่าวหามาใน Youtube โดยนำรูปฝรั่งที่ถูกควบคุมตัวนี้ไปโพสโดยมีข้อความนี้ตัวใหญ่ๆติดอยู่ ซึ่งอย่างที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้วว่า อาจมีผู้ที่ดูคลิปนี้แล้วเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าฝรั่งคนนี้ต้องมารับโทษติดคุก 15 ปีในไทย (ซึ่งข้อความห้วนๆแบบนั้นพร้อมรูปทำให้หลายคนเข้าใจผิดทันทีที่ได้เห็น) ซึ่งความจริงก็คือ ฝรั่งคนนั้นต่อมาเมื่อศาลตัดสินแล้วจึงยื่นขออภัยโทษและจึงได้รับการอภัยโทษในเวลาต่อมา จนได้เดินทางกลับประเทศไปเรียบร้อบแล้ว
====================================================
ที่สำคัญก็คือ ประโยคต่อไปนี้ใน Blog นี้คือ*ข้อความเท็จ* หากจะมีใครกล่าวว่าผมพูดในห้องนั้นนะครับ
เพราะมีการใส่เครื่องหมายคำพูด Quote ซึ่งบางคนอาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นประโยคที่มีการพูดขึ้นมาได้ (ผู้เขียนอาจจะเลี่ยงได้ว่าไม่ได้พูดชื่อผม แต่ผมก็ต้องชี้แจงครับเพราะในห้องมีผมคนเดียวที่พูดใกล้เคียงประโยคนี้แต่ไม่ใช่เป็นจริงตามนี้)
“ประเทศไทยมีกฎหมายหมิ่น โทษติดคุก 15 ปีจริง แต่ไม่เคยมีคนต่างชาติคนไหนต้องติดคุก ศาลตัดสินความผิดแล้ว หลังจากนั้นทุกคนก็ได้รับอภัยโทษหมด”
====================================================
สิ่งที่ผมพูดในห้องนั้น ซึ่งผมจำประโยคนั้นไม่ได้แน่นอนทุกคำพูดแบบถอดเทปเพราะไม่ได้บันทึกเทปไว้ แต่ผมหวังว่าหลายๆท่านในห้องนั้นคงจะเป็นพยานได้ และหากมีใครบันทึกเทปไว้ก็จะเป็นการช่วยยืนยันได้ดีครับ
พอพูดเรื่อง Youtube จบก็มีคนถามว่าประเด็นนี้ต่อ ผมจึงบอกว่าเท่าที่ผมเช็คมาไม่เคยมีใครต้องจำคุก 15 ปีในข้อหานี้ และผมได้ขยายความการตรวจสอบของผมต่อว่า ผมได้สอบถามไปที่สำนักราชเลขาธิการได้รับคำตอบว่าไม่มี และทางนั้นได้ขยายความว่า หากมีผู้ถูกกล่าวหาจะต้องรอให้ศาลตัดสินก่อนยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ เนื่องจากศาลอาจตัดสินให้พ้นผิดก็ได้ และหากศาลชั้นตัดสินแล้วมีการสำนึกในความผิดและยื่นขออภัยโทษ ที่ผ่านมาก็จะได้รับพระราชทานอภัยโทษ ผมได้พูดในห้องด้วยว่า ผมยึดหลักกาลามสูตรที่ว่าอย่าเชื่อเพิยงเพราะคนอื่นบอกมา ผมจึงไปตรวจสอบต่อที่กรมราชฑันต์ก็ได้ข้อมูลมาในแบบเดียวกัน แต่ทั้งนี้ผมก็ไม่ได้พูดว่าให้นำข้อมูลนี้ไปเขียนลงในวิกิพีเดียแต่อย่างใด
หลักการในการเขียนวิกิพีเดียผมยังได้แนะนำต่อไปว่า ให้หาแหล่งอ้างอิงให้มากที่สุดเท่าที่จะหาได้ โดยยก
ตัวอย่างตัวผมเองที่ในงานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมา ผมได้เข็นรถเข็นไปเลือกซื้อหนังสือจากแผงหนังสือเก่า
จำนวนมากเพื่อมาเก็บไว้เป็นแหล่งอ้างอิง แม้แต่หนังสือฟ้าเดียวกันผมก็ซื้อเพื่อมาอ่านมาศึกษาว่าข้างในเขามีความจริงอะไรจะให้ผมเรียนรู้บ้าง (พอเล่ามาถึงประโยคนี้หลายคนในห้องหัวเราะกันครืน) แต่ผมยืนยันว่า
ผมทำจริงๆครับ ที่บ้านผมมีนิตยสารฟ้าเดียวกันหลายเล่ม ผมเลือกอ่านดูอย่างไม่มีอคติก็พบว่าผมได้ความรู้หลายอย่างจากนิตยสารนี้
จริงอยู่ที่อาจมีผู้ต้องหาในคดีนี้ได้รับการประกันตัวบ้าง ไม่ได้รับการประกันตัวบ้าง และผู้ต้องหาบางคนก็ไม่ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษบ้าง บางคนก็ต้องเข้าคุกเพราะถูกฝากขังบ้าง แต่ผมก็ขอยืนยันว่าไม่ได้พูดประโยคตามที่ Quote ไว้ในเครื่องหมายคำพูดแน่นอน ผมบอกแค่ว่าผมได้รับข้อมูลอะไรมาจากที่ไหนบ้างตามที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าใครจะเขียนลง Wikipedia ก็ต้องขอเอกสารอ้างอิงมาอีกทีครับโปรดอย่าเขียนเพียงเพราะคำพูดของผมซึ่งผมพูดในกรณี Youtube ไม่ใช่กรณี Wikipedia ด้วยครับ
ช่วงปลาย Session ยังมีคนถามถึงกรณีการลบคลิป Youtube ผมยังได้อธิบายอีกรอบหนึ่งว่า เวลาผม
ติดต่อฝรั่ง “ผมไม่ได้คุยเรื่องการแจ้งลบคลิปหมิ่นพระบรมเดชานุภาพเลยครับ เพราะฝรั่งไม่เข้าใจเรื่องนี้”<<- ผม Quote คำพูดนี้หน้าห้องเลยครับ
ผมชี้แจงไปว่าเรื่องการตบโต้กับคลิปใน Youtube ขอให้พิจารณาเป็นสองส่วน คือ
1. คลิปแบบตั้งคำถาม หรือ กล่าวหา (บางคลิปตั้งคำถามแบบกล่าวหาไปในตัว) ตรงนั้นผมถือเป็น Freedom of Speech (วิธีการชี้แจงข้อเท็จจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด)
*** ผมตอบแบบนี้เป็นถือว่าผมสนับสนุนการเซ็นเซอร์หรือเปล่า ?
2. คลิปที่ละเมิด Term of Service และ Community Guideline ของ Youtube(เช่น Violent or Repulsive,Hateful, Harmful, Abusive, etc.) ซึ่งแบบนี้เราสามารถแจ้งให้ทาง Youtube พิจารณาลบได้ครับ การลบแบบนี้ไม่ใช่การ Censorship แต่ฝรั่งถือว่าเป็นการ Violate บริการของเขาเขาจึงมีสิทธิลบออก เราแค่เป็นผู้แจ้งไปครับเราไม่มีสิทธิไปลบของใคร
ดังนั้นเจตนาของผมที่แถลงไปทั้งหมดใน TNOC Session นั้นผมไม่ได้สนับสนุนให้มีการโกหกช่วยชาติ อย่างแน่นอน แต่เป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับข้อกล่าวหานี้โดยสิ้นเชิง คือ เราสนับสนุนการ “ทำความจริงให้ปรากฎ” เท่านั้นครับ (แต่หากคุณจะยืนยันเรียกตามนี้ก็เชิญตามสบายครับผมได้ชี้แจงก็เพียงพอแล้ว)
ปล. ในวันนั้นเมื่อผมกลับมาผมได้ย้ำกับทีม TNOC อีกครั้งด้วยการสรุปงานที่ต้องทำไว้ที่นี่ครับ
งานร่วม Contribute เนื้อหาไปยัง Wikipedia English (ภาษาอังกฤษ)
http://groups.google.com/group/tnoc/browse_thread/thread/1a83c1cc4956560e
หากใครได้เข้าไปอ่านดูแล้วคุณคงจะทราบว่า งานนี้เราจะพูดความจริงเพื่อประโยชน์ของหลายฝ่าย (รวมทั้งวิกิพีเดียเองก็จะได้รับประโยชน์จากการ Contribute นี้่) หรือเราเตรียมจะมาโกหกเพื่อชาติอย่างที่เราถูกกว่าวหามาใน Entry นี้? หวังว่าคุณผู้อ่านคงจะสามารถตัดสินได้ด้วยวิจารณญาณของท่านเองครับ
หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณา Follow ผมได้ที่
http://www.twitter.com/iwhale
ขอบคุณครับที่ท่านได้สละเวลาอ่านคำชี้แจงนี้
พอดีมีโอกาสได้เข้าไปนั่งฟังเขาคุยกันด้วยครั้งนึง ตอนกลางคืนของ BarCamp วันแรก ก็เลยมีข้อมูลมาประกอบเพิ่มเติมให้ จะได้เข้าใจโครงการนี้ในอีกแง่หนึ่งมากขึ้น (แต่ไม่ได้เข้าวันที่ 2 นะ เขาคุยอะไรกันวันนั้นต่อ ไม่รู้เรื่องด้วยล่ะ)
เท่าที่ฟังมา โครงการ TNOC เป็นโครงการที่เปิดให้อาสาร่วมมือกันเพื่อช่วยให้ภาพลักษณ์เมืองไทยในแง่ของ “ความน่ามาเที่ยว” ดีขึ้น (จริงๆแล้วจากเหตุการณ์หลายๆอย่างที่ผ่านมา ต้องเรียกว่า ฟื้นฟูความมั่นใจของนักท่องเที่ยว ให้กล้ามามากขึ้นจะดีกว่า) โดยการชูแคมเปญหลักที่ชื่อว่า “นักท่องเที่ยวที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก” (ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก Best Job นั่นแหละ แต่รูปแบบกิจกรรมไม่เหมือนกัน) ซึ่งรายละเอียดโครงการนี้ก็มีการแบ่งกลุ่มกันทำงานไปตามหน้าที่ ซึ่งอันนี้คือ Core หลักของโครงการ ส่วนที่ว่าไอเดียโครงการนี้จะดีหรือไม่ดี มีโอกาสสำเร็จหรือไม่ มันต่างจิตต่างใจ ต่างความคิดเห็น ก็จะไม่ขอวิจารณ์ล่ะ แต่ขอแสดงความเห็นว่า เท่าที่ไปเจอมา กลุ่มคนที่เข้ามาร่วมโครงการ ก็ต่างคนมีเจตนาที่ดีร่วมกันที่จะช่วยให้เกิดกิจกรรมที่จะช่วยสร้างรายได้เข้าประเทศมากขึ้น ก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเสียหาย ใครใคร่ช่วยมากช่วยน้อย หรือไม่ช่วยเลยก็แล้วแต่ศรัทธา ทีนี้ไอ้คนทำเว็บอย่างพวกเราๆ ก็คงถนัดทางนี้แหละ ก็ช่วยเขาทางการกระจายข้อมูลไปยังชาวต่างชาติผ่านทาง Social Network ของคนไทยแต่ละคนไป ถ้ามันได้ผลดี ก็อาจจะมีส่วนช่วยให้เราฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย รอฟ้าบันดาลไปวันๆ
ประเด็น wikipedia นั้นเป็นประเด็นที่มีผู้ร่วมประชุมท่านหนึ่งหยิบยกมาพูดคุยในคืนนั้น เนื่องจากมีความเป็นห่วง เพราะว่าวิกิพีเดียเป็นแหล่งข้อมูลที่มีการสืบค้นเจอมากที่สุดแหล่งหนึ่ง (คือ Search คำว่า Thailand ขึ้นเป็นอันดับแรก หรือ หา Pai ปาย มันขึ้นอันดับสอง เป็นต้น) โดยอ้างถึงสถิติว่ามีการเข้าไปดูข้อมูลนับแสนครั้งต่อเดือน ความเป็นห่วงก็คือว่า ข้อมูลในวิกิพีเดีย ไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด และบางอย่างก็เป็นการนำเสนอข้อมูลในแง่ลบ เช่น การอ้างถึงข่าวที่มีนักท่องเที่ยวถูกทำร้าย (ซึ่งประเทศไหนๆมันก็มี และมันก็เป็นข่าว ไม่น่าจะเป็นสาระที่ควรอยู่ในสารานุกรม) เป็นต้น ก็เลยมีความคิดว่าน่าจะนำเสนอข้อมูลด้านบวกเข้าไปเพิ่มเติมบ้าง เพื่อให้น้ำหนักและภาพลักษณ์ดีขึ้น เช่น ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ เป็นต้น ไม่ได้ต้องการไปลบ Fact ใดๆทิ้ง ปิดกั้นความจริง หรือเป็นเกี่ยวกับประเด็นการเมืองหรือพระมหากษัตริย์แต่อย่างใด
จริงๆแล้วการแก้ไขข้อมูลในวิกิพีเดียนั้น ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยได้ยินนะว่าคนไทยคนไหนจะอาจหาญเข้าไปแก้ข้อความที่ฝรั่งเขียน คือไม่ได้ว่าเขาเขียนผิด แต่จะถูกทั้งหมดหรือไม่ เหมาะสมกับหัวข้อที่อยู่ตามนั้นหรือไม่ ก็ไม่เห็นมีใครเข้าไปตรวจสอบเรียบเรียง สมมุติว่านักท่องเที่ยวเข้าไปค้นข้อมูล เวลา scroll down ลงมาแทนที่จะได้เห็นว่าเรามี Administrative divisions หรือ Geography เป็นไงก่อน ดันไปเห็น Southern Violence ก่อนอะไรทำนองนี้ หมดควาามอยากเที่ยวกันพอดี สับตำแหน่งบนล่างซะหน่อย เพิ่มข้อมูลสถานที่ดีๆ หรือวัฒนธรรมเข้าไป อะไรทำนองนี้ มันก็เป็นการเติมข้อมูลให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ใช่ครึ่งๆกลางๆอย่างทุกวันนี้ แล้วก็มีคนได้ information ไม่ครบถ้วนนี้ไปทุกวันๆ
อันที่จริงจะว่าไปแล้ว TNOC เองก็ไม่มีกำลังคนที่จะไปตามแก้วิกิทุกหน้าที่เกี่ยวกับทุกเรื่องในประเทศไทยหรอก เพราะลำพังงานที่ทำให้แคมเปญหลักก็มากอยู่แล้ว ถ้ามีคนไปตามแก้ให้จริง แก้เฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่มีผู้ชมจำนวนมากให้มันสมบูรณ์ขึ้น ก็น่าจะพอ
สรุปว่า จริงๆแล้ว TNOC ไม่ใช่การไปตามแก้ไข Wikipedia แต่การไปตามแก้ไขเนื้อหาในวิกิพีเดียบางส่วนให้สมบูรณ์ขึ้น น่าจะมีวัตถุประสงค์ร่วมกันกับ TNOC ในแง่ของการฟื้นฟูภาพลักษณ์ของประเทศได้ เนื่องจาก TNOC ไม่ได้ปิดกั้น แต่การแก้วิกิพีเดียก็เป็นไอเดียที่เพิ่งเข้ามา พี่เลยคิดว่าการที่จะไปสรุปว่าโครงการนี้เป็นการ “โกหกช่วยชาติ” นั้นมันเร็วและก็รุนแรงเกินไปหน่อย อันนี้ไม่ได้มาแก้ตัวให้เขา แต่เห็นใจคนที่ทำงานส่วนอื่น (ที่ไม่ได้เข้ามายุ่งกับประเด็นวิกิ) กลัวว่าจะเสียกำลังใจไปกันซะก่อน
พอดีผมเองไม่ได้เข้าร่วม session ในงาน BarCamp ทั้งสอง session เลย ก็เลยไม่รู้รายละเอียดการพูดคุยว่าเป็นอย่างไร แต่อ่านจากที่พิทเขียนแล้ว รู้สึกว่ามีความคลาดเคลื่อนบางอย่างอยู่ครับ
จากการที่ผมได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีม Online Marketing ของ TNOC และได้รับโจทย์มาว่าต้องทำอะไรสักอย่างที่ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเกิดความเชื่อมั่นและกล้าที่จะมาเที่ยวประเทศไทยเหมือนแต่ก่อน โดยมีข้อจำกัดคือเราไม่มีเงิน (เราอาจของบจากการท่องเที่ยวได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า และจะได้เมื่อไหร่) และเรามีเวลาไม่มากนัก กรอบการทำงานของเราอยู่ในช่วง 3 เดือน เพื่อให้เกิดผลเชิงบวกได้ทันเวลาช่วง high season ปลายปี
ในการประชุม TNOC ครั้งแรก มีการถกกันในหลายประเด็น มีประเด็นหนึ่งที่ถูกพูดถึงคือ เราควรจะใช้วิธีแก้ภาพลบหรือสร้างภาพบวก การแก้ภาพลบคือการแก้ไขทัศนคติของกลุ่มเป้าหมายที่รู้สึกว่าประเทศไทยเป็นประเทศอันตราย (เพราะช่วงที่ผ่านมา สำนักข่าวต่างประเทศต่างก็ประโคมภาพความรุนแรงในไทย ทั้งที่นั่นเป็นเพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพียงไม่กี่จุดของประเทศ ขณะที่แหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายก็ยังสงบดี) ส่วนการสร้างภาพบวกคือการป้อนข้อมูลเชิงบวกให้กับกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้กลุ่มเป้าหมาย “ลืม” หรือ “เพิกเฉย” ต่อภาพลบในอดีตที่ผ่านมา
มีทีมงาน TNOC ท่านหนึ่ง (ขออภัยจำไม่ได้แล้วว่าใคร) ให้ความเห็นว่า อย่าไปเสียเวลาแก้ภาพลบเลย เพราะมันต้องใช้ effort สูงมาก เอา effort ที่มีอยู่อย่างจำกัดมาทุ่มกับการสร้างภาพบวกจะได้ผลดีกว่า ซึ่งที่ประชุมในวันนั้นก็เห็นด้วย
หลังจากได้รับโจทย์ให้กลับมาคิด และมีการนัดประชุมทีมย่อยของฝ่าย Online Marketing เนื้อหาจากการประชุมไม่ได้มีเรื่อง SEO เป็นประเด็นหลักเลย แต่หัวข้อสนทนาหลักอยู่ที่การคิดแคมเปญ Viral Marketing และการใช้ Social Media Marketing ผสมกับ SEO (ในคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับตัวแคมเปญ) เพื่อดันแคมเปญนี้ให้ดังทั่วโลก
ผลจากการประชุมในวันนั้นออกมาเป็นแคมเปญชื่อ “นักท่องเที่ยวที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก” รายละเอียดของแคมเปญยังไม่ลงตัวนัก แต่คร่าวๆ คือเราจะเปิดให้คนทั่วโลกส่งคลิปประกวดเกี่ยวกับประเทศไทย โดยมีรางวัลคือตั๋วเครื่องบิน ที่พัก แพ็กเกจท่องเที่ยว และเงินติดกระเป๋า สำหรับท่องเที่ยวในประเทศไทย รางวัลนี้จะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงที่มีการประกวด ทั้งนี้เพื่อให้เกิด Viral Marketing อย่างที่เราอยากเห็น (แรงบันดาลใจมาจากหวย Lotto ที่รางวัลเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ)
ผลลัพธ์ที่อยากเห็นจากแคมเปญนี้คือ content ที่เป็นภาพบวกเกี่ยวกับประเทศไทยจะเกิดขึ้นบน YouTube อย่างมาก กลุ่มเป้าหมายจำนวนมากจะเห็น content เหล่านี้ และทำให้พวกเขารู้สึกอยากมาเที่ยวประเทศไทยให้ได้ (จงลืมหรือไม่ต้องใส่ใจกับภาพความรุนแรงในอดีตซะ ประเทศไทยยังมีของดีอีกเยอะแยะมากมายที่ต้องมาเห็นด้วยตาตัวเอง)
แคมเปญนี้กำลังจะถูกนำเสนอให้กับการท่องเที่ยวในวันพุธนี้ครับ
กำลังพิมพ์ประเด็น Wikipedia ต่อ พอดีพี่เอ๋อชี้แจงมาแล้วครับ
http://groups.google.com/group/tnoc/browse_thread/thread/4feebfece1923819
ส่วนประเด็นของ Wikipedia เป็นประเด็นที่เพิ่งถูกพูดถึงโดยคุณดอนในคืนวันเสาร์ของ BarCamp หลักใหญ่ใจความอยู่ที่เมื่อกลุ่มเป้าหมายค้นหาใน Google ด้วยคีย์เวิร์ดเกี่ยวกับประเทศไทย พวกเขามักจะเจอ Wikipedia อยู่ในอันดับต้นๆ แต่เมื่อเข้าไปอ่านรายละเอียดดู จะพบกับข้อมูลเชิงลบของประเทศไทยอยู่มาก ทั้งนี้เป็นเพราะมีชาวต่างประเทศอยู่จำนวนหนึ่งที่มีอคติอย่างรุนแรงกับประเทศไทย ประกอบกับคนไทยเราไม่รู้ว่ามีเนื้อหาแบบนี้อยู่บน Wikipedia ก็เลยไม่มีการเข้าไปแก้ไข (อาจเป็นเพราะอุปสรรคด้านภาษาและความไม่ชอบ contribute)
ข้อมูลเชิงลบเหล่านี้ บางส่วนไม่ใช่ “ข้อเท็จจริง” แต่เป็น “ความเห็น” ซึ่งผิดกฎของ Wikipedia อย่างชัดเจน บางส่วนถูกนำเสนอด้วยปริมาณที่เยอะมาก ขณะที่ข้อมูลเชิงบวกกลับสั้นนิดเดียว และบางส่วนถูกนำเสนอด้วยเทคนิคการเขียนที่ส่งผลลบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย เช่น การเอาเรื่องเชิงลบในอดีตหลายสิบหลายร้อยปีที่แล้ว ไปใส่ไว้ในส่วนสรุปเนื้อหาด้านบนสุด ซึ่งเป็นบริเวณที่มีคนอ่านเยอะที่สุด
ก็เลยมีการคุยกันว่าเนื้อหาแบบนี้มันไม่ยุติธรรมต่อประเทศไทยนัก เราคนไทยจะช่วยกันอย่างไรได้บ้าง โดยที่ต้องทำให้ถูกตามระเบียบของ Wikipedia และแน่นอน… ไม่มีการพูดเรื่องช่วยกันสร้างเนื้อหาเท็จ
ข้อสรุปจากการประชุมในคืนวันเสาร์ คือการนำไปขยายผลต่อในงาน BarCamp วันอาทิตย์ครับ
test comment
สรุปว่าโครงการหลักของ TNOC ในตอนนี้ยังอยู่ที่แคมเปญ “นักท่องเที่ยวที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก” โดยเน้นการใช้ Viral Marketing เป็นแกนหลัก และใช้ Social Media Marketing เป็นตัวเร่งปฏิกริยาในช่วงแรก
ส่วนโครงการ Wikipedia เป็นโครงการใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และกำลังอยู่ระหว่างการหาแนวทางที่เหมาะสมอยู่
เนื่องจากโครงสร้างของ TNOC ไม่ได้เป็นแบบ top-down หรือ bottom-up แต่เป็นแบบ peer-to-peer ที่ทุกคนอาสาเข้ามาช่วยกัน ดังนั้น ในอนาคตก็อาจจะมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นมาอีก เนื่องจากมีคนใหม่ๆ ที่อาสาตัวเข้ามาเพราะอยากช่วยประเทศชาติ เช่น พิทอาจจะมีโครงการดีๆ ที่อยากทำ แต่ตัวเองคนเดียวมี competency ไม่มากพอที่จะทำ ก็เสนอโครงการเข้ามาใน TNOC เพื่อหาแนวร่วมช่วยทำได้ แบบที่คุณดอนเสนอประเด็นเรื่อง Wikipedia เข้ามาตอน BarCamp Night
จริงๆ แล้วพิทอาจจะไม่ได้ต้องการสื่อว่า TNOC เป็นอะไรที่มันแหม่งๆ ไปซะทั้งหมดก็ได้ เพียงแต่ย่อหน้าสุดท้ายอาจทำให้อีกหลายๆ คนคิดว่าไม่ควรให้การช่วยเหลือ ส่งเสริม หรือสนับสนุนแก่ TNOC เลย ก็เลยอยากจะออกความเห็นในฐานะคนในทีม TNOC คนหนึ่งว่า TNOC ต้องการพลังความคิดและการร่วมมือร่วมใจจากทุกคนจริงๆ
คนไทยรึเปล่า ?
แวะมาอ่าน ซึ่งเห็นว่า @macroart อธิบายไว้ชัดแล้วนะครับ
ผมเห็นด้วยใน project TNOC และเข้าร่วมไปแล้ว เนื่องในตัวแก่นของมันเป็นอย่างที่ @macroart บอกไปคือ การมุ่งเป้าให้เห็นในด้านอื่นๆ ที่คนต่างประเทศอาจจะไม่ได้เห็น เพื่อลบด้านไม่ดี
ในการแก้ wikipedia เอง ผมมองว่า เป็นเรื่องที่ควรจะคิดยาวๆ มากกว่าจะเอามาลงรวมใน TNOC ที่จัดขึ้นมาเฉพาะกิจ เพราะมันเป็น Long term มากกว่า ทีม TNOC อาจจะทำได้แค่ในช่วงสั้นมากในการสร้างน้ำดี มาไล่น้ำเสีย
แต่ผมก็ไม่เห็นด้วยในการ สร้างภาพดีมาบังกองขยะ!
ถ้าโครงการนี้ เป็นการเน้นนำเสนอในด้านดีๆ ของบ้านเรา ให้มากขึ้นกว่าเดิม……. โดยไม่ได้จะถึงขั้นว่า ปิดกั้น ไม่ให้รับรู้ข้อเท็จจริง (ในเรื่องที่เราไม่อยากให้รู้) มันก็ยังโอเคสินะครับ
เท่าที่อ่านมา แต่ละคอมเม้นท์ก็ชี้แจงได้ดี เพื่อให้เข้าใจเจตนายิ่งขึ้น
แต่มาสะดุดตรงคุณคนนี้ “dd”
จึงขออนุญาตนอกประเด็นสักนิด
ถึงคุณ dd ถ้าจะคอมเม้นท์แบบนี้ ก็ไม่ต้องคอมเม้นท์ดีกว่ามั้ง .. ไร้สาระ!
พี่บอย และพี่กอล์ฟ - ที่ผมเขียนไปคือข้อมูลที่ผมได้รับจากการเข้าแค่ session ที่สองอย่างเดียวครับ อาจจะมีคลาดเคลื่อนบ้าง เพราะไม่ได้เอาอะไรไปอัด แต่ภาพรวมของ session นั้น มีแต่เรื่อง wikipedia ครับ ผมถึงได้เขียนไปว่า ‘ถ้าคิดจะทำกันโดยเน้นเรื่องนี้ ผมก็อยากจะขอเรียก campaign นี้ใหม่ว่า “โกหกช่วยชาติ”’ - เพราะผมไม่เห็นด้วยกับการใช้วิธีการนี้
แต่ campaign ในส่วนที่พี่ชี้แจงใน comment นั้นผมโอเคนะครับ การสร้างเนื้อหาด้านบวกเพื่อโปรโมทอย่างสร้างสรรค์ ถ้าไม่ทำกันจนกลายเป็น spam ไป ก็น่าสนับสนุนครับ
ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้เข้าไปร่วมในทั้งสองห้อง ก็เลยอยากจะมาแชร์ภาพรวมของเหตุการณ์ที่เกิดในห้องหนึ่งและสองคร่าวๆให้ฟังกัน เผื่อคนเข้าแค่บางห้องจะได้เห็นภาพเดียวกันนะครับ
ห้องแรกชื่อว่า “ชาวITไทยช่วยกู้วิกฤติชาติได้อย่างไร” พูดโดย น้อง”ดอน”
แต่เริ่มโดยการเกริ่นก่อนว่าดอนได้มีโอกาสร่วมพูดคุยกับทาง TNOC เมื่อวาน(วันที่23May2009)
และเห็นว่าสิ่งที่ดอนพบมันเกี่ยวข้องกับงานที่ทาง TNOC ตั้งธงมา จึงเชิญทาง TNOC (โดยคุณ pawoot)
ขึ้นมาพูดเกริ่นก่อนว่าความเป็นมาความตั้งใจของ TNOC คืออะไรประมาณห้านาที ก่อนส่งเวทีคืนแก่ดอนแล้วจึงเริ่มเข้าประเด็นว่าดอนไปพบอะไรใน Wiki
โดยผมได้พูดในห้องเสริมด้วยว่า
“ไอ้เรื่องการแก้ไขWikiต่างๆหมายความว่า ทางวิทยากร หรือดอนเนี่ย
ต้องการเรียกร้องให้แต่ละท่านที่เข้ามาฟัง ได้ทำตัวเป็นสื่อ นำเสนอข้อมูลจากมุมของท่านให้โลกรู้
แต่ในการจะเป็นสื่อเนี่ย สิ่งที่เป็นพื้นฐาน เป็น base และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ
“การตรวจสอบข้อมูล” คุณต้องกลับไปดูเองว่าจริงมั้ยที่น้ำหนักในwiki เกี่ยวกับเรื่องที่ไม่ดีมันมากเกินไป
คุณต้องไปดูด้วยตาตนเอง ไอ้เรื่องพอ search คำว่า “Thai Police” จะเจอ article ตำรวจท่องเที่ยวเมาเหล้ายิงนักท่องเที่ยวโดยไม่ค่อยมีเรื่องดีๆเลย”
(ผมค่อนข้างระมัดระวังในการพูดเสมอ จึงจำคำพูดตัวเองได้ละเอียดพอควร)
และเมื่อตอนใกล้จบ session นั้นๆ ก็มีพบว่าทาง Wikithai ได้เข้ามาร่วมฟังด้วย และอยากแชร์เรื่องหลักการ และแนวทางของ Wiki ให้ฟังเพื่อแลกเปลี่ยนกันต่อไปแต่เวลาหมด จึงได้โยกไปต่อ
ในช่วง5.30 โดยเปลี่ยนแนวทางเป็น discussion แทน (ผมเป็นคนเขียนป้ายใหม่ไปแปะเพิ่มเอง)
แต่เมื่อมาถึงช่วงที่สองก็พบว่าทาง Wiki ไทยได้กลับไปแล้วหรือไปฟังเรื่องอื่นอยู่ก็ไม่ทราบ
แต่ก็มีท่านผู้เข้าร่วมฟังท่านหนึ่งที่กรุณาให้ twitter ของคนจากทาง Wikithai เผื่อไว้ติดต่อสอบถามกันต่อไป เลยกลายเป็นห้องพูดคุยความคิดเห็นหลังจากได้ฟังเรื่องที่ดอนไปพบมานั่นเอง
เมื่อได้ฟังที่ดอนแล่าแล้วเราก็เกิดความสงสัย ใครเป็นคนเขียนหว่า? ,ทำไมเรื่องไม่ดีมันเยอะจัง? ,มีคนโจมตีประเทศเรารึเปล่า? บลาๆ
แต่ประเด็นคือ ผมเองก็เห็นด้วยว่าถ้าเราไปแก้ให้มีแต่เรื่องดีๆๆๆๆๆ มันคงเป็นการ “โกหกช่วยชาติ”
และมันก็คงเหมือนที่เป็นอยู่ คือคนต่างชาติมาเปิด Wiki แล้วเห็นแต่เรื่องดีๆๆๆ เค้าก็คงคิดกลับกัน
ใครเขียนหว่า? สงสัยมันโปรโมทกันเองแน่เลย และความน่าเชื่อถือของพจนานุกรมเสรีก็คงจะหมดไปซะ
อย่างนั้น…
จึงได้ย้ำในห้องว่ามันคือการที่ทุกคนต้องทำตัวเป็นสื่อ เรื่องของข่าวมันไม่ใครสามารถ เป็นกลาง
มาชี้ใครผิดถูกได้ เพราะเรื่องทุกเรื่องแต่ละคนก็ต้องพูดบน “จุดยืน” ของตัวเอง
เช่น นักกฏหมาย ก็คงมองเรื่องความถูกผิดจากตัวบทกฏหมาย ถึงคุณจะทำให้ใครเดือดร้อน แต่ถ้าไม่ผิดกฏหมาย ใครจะมากล่าวร้ายคุณไม่ได้ แล้วถ้าไปถามพระล่ะ ต่อให้ไม่ผิดกฏหมายแต่ผิดต่อใจของตัวก็คือบาป บลาๆๆๆ
ดังนั้นการแก้Wiki ก็จะเป็นไปตามกฏการคัดสรรทางธรรมชาติ คนนึงแก้ไป อีกคนแก้กลับ ไปๆมาซักระยะมันจะลู่เข้าไปถึงจุดที่สมดุล ที่คนทั้งสองข้างสามารถยอมรับ content เดียวกันนี้ได้
(ทั้งสองข้างในประเทศ หรือสองข้างในโลกคือ ข้างในไทยและ ข้างนอกไทย หรืออาจเป็นหลายข้างแทนสองข้างด้วยซ้ำ)
ปัญหาที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเพราะอยากชี้ให้เห็นคือ
“คนไทยไม่รู้ว่าในWiki พูดถึงประเทศไทยอย่างไร” ต่างหากครับ
ส่วนใครอยากแก้ให้เป็นอย่างไร เห็นว่าส่วนไหนไม่จริง ก็หาหลักฐานไปอ้างอิงกัน ส่วนไหนอยากเพิ่มก็เพิ่มไป ส่วนไหนคิดว่าร้ายไปคุณลบออก คนที่คิดไม่เหมือนกัน เค้าเห็นว่าเป็นเรื่องจริงและควรเตือนนักท่องเที่ยวให้ระวัง ไม่งั้นยิ่งเกิดคดีภายหลัง ประเทศก็ยิ่งเสื่อมเสียมากกว่า เค้าก็มีสิทธิมาแก้กลับ
พอมัน on process สุดท้ายผมเชื่อว่ามันจะไปสู่จุดที่เป็นไปตามนิยามของการเป็น “พจนานุกรมเสรี” ครับ ^ ^
หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มได้ครับ @WI_brotherpooh
นอกเรื่องนิดนะครับ
ที่คนไทยไม่แก้วิกิ อาจเริ่มมาจากวิกิไทย
แก้ไม่ได้ เป็นเว็บมีเจ้าของ! (ชวนเขาตีอีกแล้ว)
ของไทยแก้ไม่ได้ ของฝรั่งก็อย่าไปเจ๋อเลย
เสียดายที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นในวันนั้น
เราจะสามารถตามดูย้อนหลัง การนำเสนอเรื่อง TNOC ได้ที่ไหนไหมคะ
อ่านที่คุยๆ กันแล้วก็ยังงงๆ ไม่ค่อยเห็นภาพเท่าไร
ถ้าได้ดูคลิปเสวนาในวันนั้น เผื่อจะได้เข้าใจ “ระหว่างบรรทัด” ของสิ่งที่กำลังคุยกันอยู่
บอยบอกถึงเจตนาของโครงการ #TNOC ได้เยี่ยมมากครับ.! โดยเฉพาะย่อหน้าสุดท้าย
“TNOC ต้องการพลังความคิดและการร่วมมือร่วมใจจากทุกคนจริงๆ”
ผมว่า wiki หน้าประเทศไทย ลบออกให้หมด แล้วใส่ link ไปเวป ททท เลยดีกว่า เพราะที่เราต้องการให้คนอ่านคือเฉพาะการท่องเที่ยว พวกการเมืองอะไรนั่นเป็นขยะ debris เลอะเทอะ รกตาเปล่าๆ
ในเรื่องการตลาด viral marketing “นักท่องเที่ยวที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก” ที่เป็นเรื่องหลัก ที่หลายคนได้พูดถึงข้างบน และเท่าที่ได้ทราบจาก twitter หลายครั้ง ผมเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรนะครับ
ก็เหมือนกับที่หลายหน่วยงานก็ทำการตลาด โดยคำนึงถึงเรื่องสิทธิผู้บริโภคหรือผู้คนในชุมชน คนแฮปปี้ก็แฮปปี้ คนไม่แฮปปี้อย่างน้อยก็ไม่เดือดร้อน ทุกคนโอเคกันหมด อยู่ด้วยกันได้
—-
เรื่องที่อาจจะต้องระมัดระวังเสียหน่อย คือในส่วนของสารานุกรม-วิกิพีเดีย หรือบริการอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน
ผมเห็นด้วยกับการใส่ข้อมูลให้รอบด้านนะ ไม่ว่าจะร้ายจะดี
ถ้าเห็นว่ามีเนื้อหาส่วนไหนที่ควรจะมีในเรื่องหนึ่ง ๆ ของสารานุกรม
แล้วใครก็ตาม เห็นว่ามันยังขาดอยู่ แล้วอยากจะใส่ ก็ควรจะใส่ได้เลย มันเปิดให้ทุกคนแก้ไขอยู่แล้ว
เนื้อหาที่จะอยู่ในสารานุกรมวิกิพีเดียได้นั้น มีทั้ง “ข้อเท็จจริง” และ “ความเห็น”
“ข้อเท็จจริง” (fact) ที่ว่านี้ หมายถึง ข้อเท็จจริงที่นำมาจากแหล่งข้อมูลที่พิสูจน์ยืนยันได้ (verifiable)
“ความเห็น” ที่ว่านี้ ไม่ใช่ความเห็นอะไรก็ได้ หากหมายถึง การวิเคราะห์ (analysis) และสังเคราะห์ (synthesis) บนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่พิสูจน์ยืนยันได้ (source-based research) ผมไม่สามารถนำความเห็นอะไรของใครก็ตามเกี่ยวกับเรื่องหนึ่ง ๆ ลงไปในสารานุกรมได้ แต่ถ้าความเห็นนั้นได้รับการเสนอในแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ผมก็อาจจะนำความเห็นนั้นใส่ลงในสารานุกรมได้
ทั้งหมดนี้เป็นไปตามหลักการเกี่ยวกับเนื้อหาข้อใหญ่ ๆ ของวิกิพีเดีย ในข้อแรกคือ “งดงานค้นคว้าปฐมภูมิ” (no original research)
http://th.wikipedia.org/wiki/WP:NOR
http://en.wikipedia.org/wiki/WP:NOR
ส่วนอีกสองข้อคือ “มีมุมมองที่เป็นกลาง” (neutral point of view) และ “พิสูจน์ยืนยันได้” (verifiability)
หลักมุมมองที่เป็นกลางนี้ หมายถึงการนำเสนอมุมมองต่าง ๆ (ที่อาจจะขัดแย้งกัน) เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง ๆ อย่างเสมอภาค และไม่เสนอมุมมองใด ๆ ในลักษณะตัดสินว่าเป็น “ความจริงหนึ่งเดียว” (the truth — ซึ่งเป็นคนละอย่างกับ fact/ข้อเท็จจริง) หรือเสนอว่ามุมมองที่นิยมแพร่หลายที่สุดหรือมุมมองที่อยู่กลาง ๆ ในบรรดามุมมองที่หลากหลายนั้น เป็นมุมมองที่ถูกต้อง และแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับมุมมองอื่น ๆ
http://th.wikipedia.org/wiki/WP:NPOV
http://en.wikipedia.org/wiki/WP:NPOV
ส่วนเรื่องการพิสูจน์ยืนยันได้นี้ ผมขออนุญาตยกตัวนโยบายของวิกิพีเดียมาเลย จาก
http://en.wikipedia.org/wiki/WP:V
“The threshold for inclusion in Wikipedia is verifiability, not truth — that is, whether readers are able to check that material added to Wikipedia has already been published by a reliable source, not whether we think it is true.”
หรือในภาษาไทย จาก http://th.wikipedia.org/wiki/WP:V
“เกณฑ์พิจารณาว่าสิ่งใดจะอยู่ในวิกิพีเดียได้นั้นคือ ต้องสามารถพิสูจน์ยืนยันได้ - ไม่ใช่ว่าต้องเป็นจริง คำว่า ‘พิสูจน์ยืนยันได้’ ในที่นี้หมายถึง ผู้อ่านสามารถที่จะตรวจสอบว่า สาระใด ๆ ที่เพิ่มเข้ามาในวิกิพีเดียนั้น ได้เคยเผยแพร่ในแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาก่อน”
ใจความก็คือ (การที่เราเชื่อว่า)มันเป็นความจริงหรือไม่นั้น ไม่ใช่เกณฑ์ในการพิจารณาว่าจะใส่เข้าไปในสารานุกรมหรือไม่ (ไม่เช่นนั้น ผีสางนางไม้ คติความเชื่อต่าง ๆ ก็อาจจะไม่มีที่ทางอยู่ในสารานุกรม ทั้ง ๆ ที่ไม่ว่าความเชื่อเหล่านั้นจะจริงหรือไม่ก็ตาม มันก็มีผลโยงใยกับชีวิตและวัฒนธรรมของคนจำนวนมาก)
หน้าที่ของสารานุกรมจึงเพียงเสนอ ข้อเท็จจริง (ซึ่งรวมถึงข้อเท็จจริงที่กลุ่มคนต่าง ๆ มีความเชื่อต่าง ๆ ด้วย) และความเห็น จากมุมมองต่าง ๆ อย่างเสมอภาค - พร้อม ๆ กับแสดงแหล่งที่มาของสิ่งที่เสนอแต่ละชิ้น เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าถึงแหล่งที่มาเหล่านั้นและมีความเห็นเป็นของตัวเองได้
โดยเนื้อหาต่าง ๆ ที่จะใส่เพิ่ม นอกจากจะควรสัมพันธ์ข้องเกี่ยวกับบทความ คือไม่นอกเรื่องและมี contribution กับบทความแล้ว ก็ควรจะระมัดระวังให้เป็นไปตามหลักสามข้อใหญ่นี้ด้วยครับ ตามนโยบายของสารานุกรมวิกิพีเดีย
ซึ่งเท่าที่อ่านความเห็นต่าง ๆ มา คิดว่าทุกคนก็เข้าใจในภาพรวมอยู่แล้วครับ
เพียงแต่รายละเอียดอาจจะคลาดเคลื่อนบ้าง ก็ขอแชร์ไว้ตรงนี้
—-
โดยสรุปก็คือ ในกรณีของความเห็นต่อเนื้อหาในสารานุกรม
ผม*ไม่เห็นด้วย*กับความเห็นในลักษณะ “ทำไมถึง*มี*เรื่องไม่ดี”
ด้วยเหตุว่ามันเป็นสารานุกรม เราคงจะใส่เฉพาะเรื่องที่เราชอบใจไม่ได้
(ยังไม่ต้องพูดถึงว่า ‘ไม่ดี’ ของเรากับ ‘ไม่ดี’ ของคนอื่น ๆ นั้นจะตรงกันไหม)
และผม*เห็นด้วย*กับความเห็นในลักษณะ “ทำไมถึง*มีแต่*เรื่องไม่ดี”
วิกิพีเดียเปิดให้ทุกคนใส่เรื่อง ‘ดี ๆ’ เข้าไปได้ครับ
เอาไปอยู่ด้วยกัน ทั้งที่เห็นว่า ‘ดี’ และ ‘ไม่ดี’
ขอเพียงในการเขียนและการใช้ภาษาไม่แสดงการตัดสิน ดี/ไม่ดี ถูก/ผิด ก็พอครับ
ไม่ได้ไปฟัง แต่อ่านใน group เอา ก็โอเคเห็นด้วยแต่ผมไม่รู้ขั้นตอนอะไรเท่าไหร่ แค่รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยตรงที่ว่าถึงไม่ได้เป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีอำนาจเปลี่ยนนู้นนี่นั้นได้ แต่ก็เลือกที่จะอะไรสักอย่างตามกำลังให้เป็นรูปธรรมอันนี้นับถือเป็นกาีรส่วนตัว ส่วนจะไปแก้หน้า wiki หรือไปแก้อะไร no comment เพราะไม่ได้ติดตาม
[...] ส่วนวันที่สองของบาร์แคมป์ ไม่ได้ไป นั่งดูถ่ายทอดจาก fukduk.tv และติดตามผ่านทวิตเตอร์แทน หัวข้อที่เสียดายที่ไม่ได้ฟังคือ TNOC (Thailand National Online Campaign) (ดูเพิ่มที่บล็อก @pittaya) [...]
ได้ความรู้มากครับ
ขอบคุณ