วันก่อนเดินผ่านแผงเทปแถวสยาม เห็นหนังสือ Katch กลับมาขายใหม่ ชื่อเดิม แต่เริ่มใหม่ตั้งแต่เล่มหนึ่ง คนดูแลยังคงเป็น Mr.Z เหมือนเดิม แต่ดูเหมือนว่าทีมงานคนอื่นจะไม่ใช่ของเดิมแล้ว ด้วยรูปเล่มที่บางลง เนื้อหาที่เปิดดูผ่านๆ แล้วยังสู้ของเก่าไม่ได้ และไม่มีการ์ตูนในเล่ม ก็เลยตัดใจไม่ซื้อ ทั้งๆ ที่ถ้าไปรื้อกรุหนังสือที่บ้าน ผมมี Katch และ Manga Katch ครบทุกเล่ม
หนังสือ Katch เจริญเติบโตมาพร้อมกับยุคเฟื่องฟูของเบเกอรี่มิวสิคและโดโจซิตี้ เป็นที่ฮือฮาในหมู่วัยรุ่นเพราะเป็นนิตยสารหัวแรกๆ ที่เน้นกลุ่มแฟชั่นวัยรุ่นจริงจัง ด้วยรูปลักษณ์สีสันแสบตา เนื้อหาเบาๆ มีการ์ตูนในเล่ม และแฟชั่นจากนางแบบวัยทีน
หลังจากนั้นไม่นานนัก Manga Katch ก็คลอดตามมา ด้วยเนื้อหาที่เหมาะสำหรับเด็กผู้ชายมากขึ้น มีการ์ตูนมากขึ้น แต่ยังคงคอนเซปต์นางแบบวัยทีนไว้เหมือนเดิม
แต่กระนั้นพอถึงช่วงซบเซา Katch และ Manga Katch ก็จำเป็นต้องปิดตัว พร้อมกับเบเกอรี่มิวสิคที่ต้องลดขนาดตัวเองลง นางแบบที่เคยลงหรือแจ้งเกิดจาก Katch บางคนเงียบหายไป บางคนก็ยังมีข่าวให้ได้ยินอยู่บ้าง เช่น บอลลูน (คนที่มีข่าวคาวบ่อยๆ น่ะแหละ) เปิดตัวจากการถ่ายลงปก Katch หนนึง และดูเหมือนแฟนๆ (คนอื่นที่ไม่ใช่ผม) จะชื่นชอบ เลยได้ลงปกอยู่หลายหน
เหมือนกับการ์ตูนที่เคยลงอยู่ บางเรื่องก็เงียบไป (เช่น REV ของ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ - คนเขียนเรื่อง 13 Quiz Show ที่ทำเป็นหนังคนแสดงและกำลังจะเข้าโรง) บางเรื่องก็เขียนต่อออกมาได้ อย่าง Joe Sea-cret Agent หรือ Hesheit
ช่างภาพถ่ายแฟชันให้หนังสือ บางคนก็ไปทำอย่างอื่น บางคนก็ยังมีข่าวอยู่บ้าง

งานแสดงภาพถ่ายโดยอดีตช่างภาพของ Katch
ข่าวจาก moderndog webboard
ข่าวจาก pantip.com
คิดถึงร้าน Gig Groceries ที่เคยเปิดอยู่แถวอโศก
เป็นผับเล็กๆ เปิดเมื่อตอนประมาณ 5 ปีที่แล้ว เป็นร้านที่ไปทีไรก็จะเจอคนดังทุกครั้ง (เพราะหุ้นส่วนร้านก็เป็นคนดังในเบเกอรี่มาลงขันกันทำ) นั่งเอกเขนก ฟังเพลง จิบแอลกอฮอล์ ดมกลิ่นชิชา เพลินดี
แต่ร้านเปิดอยู่ได้พักใหญ่ๆ ก็ต้องปิดตัวลง โดยที่เพิ่งได้ไปแค่ 3-4 หนเอง
ออกจะเสียดายอยู่

Gig Groceries และอดีตช่างภาพ (เอื้อเฟื้อรูปจาก nimiko’s fotki)
ไปอ่านเจอจาก blog ของ Been Admining ที่เป็น engineer ของ Flickr ได้เจอข้อเท็จจริงที่น่าสนใจบางประการ
- Database ของ Flickr ถูกใช้งานวันละมากกว่า 4 พันล้าน query และในนั้น 2 พันล้านเป็น SELECT
- OS ที่รันเป็น RHEL-4.0 และใช้ MySQL เวอร์ชัน 4.1.20-flickr (จูนโค้ดและคอมไพล์เอง)
- ข้อมูลแค่ 3% เท่านั้นที่ถูกโหลดเข้า memory ที่เหลือ query สดๆ เอาจาก disk
- Load balancer เขียนด้วย PHP ยาว 13 บรรทัด!
- Flickr Engineer Team มีเพียง 6 คนเท่านั้น
สุดยอดจริงๆ

ถ่ายไว้ตั้งนาน ประมาณปีนึงแล้ว ที่สวนสน จ.ประจวบฯ
นั่งรถไฟทัวร์ ไปเช้าเย็นกลับ 150 บาท
ไม่ได้รักเด็ก แต่เห็นเด็กน่ารักดี ก็เลยถ่ายไว้
Camera: Holga 120S
Film: Kodak Ektachrome 100HC cross-processed

เจออยู่แถวๆ ถนนข้าวสาร
Cosina CX-2, Kodak E200 cross-processed

มี SLR แต่ก็ไม่ค่อยได้ถ่าย เพราะไม่ได้พกออกไปข้างนอกสักเท่าไหร่ จะถ่ายของชิ้นเล็กๆ ในห้องตัวเองก็ไม่มีไฟ ไม่มีเลนส์มาโคร ไม่มีโคลสอัพฟิลเตอร์ ใช้ของที่มีอยู่ถ่ายได้เท่านี้แหละ
Camera: Nikon FM2N
Lens: Tokina 24mm/f2.8
Film: Ilford HP5+

Cosina CX-2
Kodak E200
Cross-processed
ไม่ได้ไปงานจริงๆ แค่ติดตาม report จากแหล่งข่าวต่างๆ ในเวบ ก็รู้ความเคลื่อนไหวแบบนาทีต่อนาที
สำหรับงานนี้ชื่อก็บอกไว้แล้วว่าเป็น Wordwide developer conference ก็เลยไม่มีพวก consumer product มาให้เซอร์ไพรส์เท่าไหร่ อย่าง iPod ตัวใหม่ หรือ iPhone/iChatMobile หรืออะไรที่คาดว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่มีออกมาให้เห็น คงต้องรองานต่อไป
จากที่ Steve Jobs ออกมาพูดเมื่อคืน แบ่งออกเป็นหลักๆ ได้สองเรื่องคือ Hardware อันประกอบด้วย Mac Pro/Xserve และ Software คือ OSX 10.5
ในส่วนของ hardware ไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ เพราะว่าปัจจุบันก็ตามข่าวสารเรื่อง hardware ไม่ทันอยู่แล้ว และก็ไม่คิดที่จะซื้อมาใช้สักเท่าไหร่ ก็ค่อนข้างจะเฉยๆ กับช่วงนี้ มีแค่เรื่องราคาที่ Mac Pro ออกมาเริ่มต้นที่ $2499 ถูกกว่า dell ที่สเป็กเดียวกันอยู่ถึง $1000
ส่วน OSX 10.5 หรือ Leopard ที่ในตอนแรกบอกว่าจะออกตอน Fall 2006 เอาเข้าจริง ก็ไปออกตอน Spring 2007 แทน และในงานนี้ก็มีฟีเจอร์มาโชว์ให้ดู 10 อย่าง
- 64 bit - ก็คือใน Leopard จะเป็น 64 bit ทั้งตัว ทั้งส่วนของ framework และ ui อนาคตของ PowerPC ก็ริบหรี่ลงเรื่อยๆ
- Time Machine - ก็คือทำ file snapshot แล้วสามารถเรียกคืนทีหลังได้ ดูเหมือนจะใช้ง่ายดี แต่หน้าตาเสร่อเกินกว่าจะเป็นโปรแกรมจาก apple
- Spaces - ก็คือ Virtual Desktop น่ะแหละ ใน unix อื่นเค้ามีมาตั้งนานแล้ว แต่ของ Leopard ดูดีตรงที่รวมเอา expose เข้าไปด้วย และสามารถย้ายหน้าต่างข้าม space ได้
- Spotlight improvements - ใช้เป็น launcher ได้, ค้นข้ามเครื่องใน network เดียวกันได้ ฟังดูเหมือนเอา feature ของ quicksilver กับ google desktop search มาใส่เลยนะ
- Core Animation - ช่วยให้ developer เขียนโปรแกรมจัดการกับ animation ได้ง่ายขึ้น น่าจะทำให้โปรแกรมหน้าตาดีๆ ออกมามากขึ้น
- Voiceover - เค้าว่าอ่านออกเสียงได้เหมือนคนมากขึ้น ยังไม่ได้ลองฟัง แต่คงไม่ค่อยได้ใช้หรอกมั้ง
- Mail improvements - ไม่ค่อยได้ประโยชน์เท่าไหร่ เพราะปกติใช้แต่ mail แบบ web-based แต่เรื่อง system-wide todo list ค่อนข้างน่าสนใจสำหรับคนขี้ลืมอย่างผม
- Complete packages - แค่เวอร์ชันใหม่ของโปรแกรมเล็กๆ น้อยๆ อย่าง Bootcamp, Photobooth ก็เรียกว่า feature ใหม่แล้วเหรอ ?
- Dashcode - สำหรับ developer สามารถสร้าง dashboard widget ได้ง่ายๆ สำหรับ end-user ก็สามารถตัดเวบเป็น clip และสร้างเป็น widget ได้ง่ายๆ เหมือนกัน
- New iChat - ฟีเจอร์ดูดี น่าสนุก แต่ถ้าไม่มีคนคุยด้วย ก็ไม่รู้จะใช้ไปทำไม แต่ที่สนใจคือการทำ image segmentation โดยไม่ต้องมี blue screen ข้างหลัง และทำได้แบบ real-time ด้วย
สรุปว่างานคราวนี้ ไม่โดนใจเท่าที่ควร ไม่มีการอัพเกรด เพิ่มความจุ เพิ่มสเป็คของทั้ง ipod และ mac มีแค่เปิดตัว Intel Mac Pro และ Intel Xserve เพื่อให้การเปลี่ยนสถาปัตยกรรมจาก PowerPC->Intel ครบทุกผลิตภัณฑ์เท่านั้น
มีการจิกกัด Microsoft อยู่เยอะเกินงามไปนิด (จากความรู้สึกส่วนตัว) ไล่มาตั้งแต่แบนเนอร์แบบต่างๆ
- Hasta la vista, Vista (Hasta la vista เป็นภาษาสเปน แปลว่า ลาก่อน)
- Leopard : Introducing Vista 2.0 (ปีที่แล้วเป็น Tiger : Introducing Longhorn)
- Redmond has a cat, too. A copycat (อันนี้แรงดีจริงๆ)
หรือการเอา interface ของ vista มาเปรียบเทียบกับของ Tiger ตามด้วยการกระแนะกระแหนด้วยแบนเนอร์จากปีที่แล้ว Redmond, start your photocopiers.
แต่ถ้าจะเชื่อถือคำพูดของ Steve Jobs ที่บอกว่า นี่แค่ sneak peak ยังมีฟีเจอร์ที่เป็น top secret อยู่ แต่ยังเปิดเผยไม่ได้ (เพราะกลัวโดนลอก) ก็ยังต้องรอดูกันต่อไป แต่ส่วนตัวสำหรับ feature แค่นี้ ต้องเรียกว่าผิดหวังอยู่พอสมควร
Update - Xcode 3.0 ที่มาพร้อมกับ Leopard จะมี Dtrace ให้ด้วย !
พวกนักศึกษาที่ University of St Andrew เค้าทำโปรแกรม Face Transformer มาให้ลองเล่นกันดู ความสามารถของโปรแกรมคือเปลี่ยนหน้าคนให้อยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น วัยรุ่น, แก่, คนเอเชีย, คนอาหรับ, ฯลฯ
ด้วยความสงสัยในความสามารถของโปรแกรม ก็ต้องขอทดลองกันหน่อย โดยทีแรกก็อัพโหลดหน้าของคนที่เราต้องการเข้าไป ในที่นี้มีนายแบบกิติมศักดิ์เป็นบุคคลที่ไม่ค่อยมีใครชอบหน้าเท่าไหร่ จับมาปู้ยี่ปู้ยำเล่นคงโอเค ผลก็ออกมาเป็นดังรูป

- รูปต้นฉบับ - เฮียมูตัวจริง
- Adult - เวอร์ชันแก่
- Child - สมัยยังเกรียน
- Afro-Caribean - สมมุติว่าเกิดบ้านเดียวกับดร็อกบา
- West-Asian - หน้าแขก
- East-Asian - หน้าตี๋
- Ape 50% - มีเชื้อลิงอยู่ครึ่งนึง
สำหรับคนทำงานบริษัท บางเวลา (ช่วงที่ว่างหรือช่วงที่อยากอู้) มันก็ต้องมีช่วงที่อยากอ่านโน่นอ่านนี่ในเวบ แต่สมมุติว่าผมอยากอ่านข่าวเรื่อง WWDC จาก MacRumors แต่เวบมันก็มีโฆษณา + กราฟิกสีสันสดใสจนบาดสายตาคนเดินผ่าน ถ้าเป็นเพื่อนร่วมงานก็ถือว่าโชคดี แต่ถ้าเป็นเจ้านายก็คงไม่ดีนัก บางคนอาจใช้วิธี copy เนื้อหามาแปะแล้วอ่านใน notepad แต่มันก็ดูไม่ค่อยดีอยู่ดีสำหรับพนักงานที่จะเปิด notepad อ่านอะไรซักอย่าง
มีคนเล็งเห็นปัญหานี้ก็เลยทำเวบ workfriendly ขึ้นมาสำหรับช่วยเหลือเพียงแค่ใส่ URL ของเวบที่อยากดูเข้าไป workfriendly จะเปิดหน้าต่าง browser ตัวใหม่มาให้ ที่มีหน้าตาเหมือนกับโปรแกรม MS Word 2003 แต่เอกสารในนั้นเป็นเนื้อหาของเวบที่เราจะดู โดยที่มันจะ override style หลายๆ ส่วนของ document ที่สังเกตได้คือ ตัวหนังสือกลายเป็นสีดำหมด ลิงค์กลายเป็นแค่ตัวหนังสือสีดำขีดเส้นใต้เฉยๆ ไม่แสดงรูปภาพ ถ้าดูเผินๆ มันเหมือนกับกำลังใช้ Word อยู่จริงๆ เลย!
นอกจากนี้ยังมีปุ่ม “Boss key” ที่ถ้าเอา mouse over มันจะเปลี่ยนเนื้อหาในหน้าต่าง ให้เป็น word document เกี่ยวกับ time management คนที่แอบดูจะได้คิดว่าเรากำลังอ่านเรื่องการบริหารเวลาอยู่!
ข้อเสียคือเวบนี้มันไม่ support ภาษาไทย เปิดมาแล้วอ่านไม่ออกเลย แล้วก็บางเวบเปิดแล้วมันเจ๊งๆ ตัวหนังสือหายหมด

ดูเหมือนจะเป็น word แต่จริงๆ มันคือ firefox นะ
จะว่าไปก็น่าทำ theme ของ Firefox ให้มันหน้าตาเหมือน Word นะ แล้วก็ทำ extension จัดการเรื่อง override หน้าตาพวกนี้ มีปุ่ม enable disable ได้ น่าจะดีนะ

Location: Sweet-Pharm ice-cream shop, Soi AreeSamphan 7
Camera: Cosina CX-2
Film: Fuji Provia 100F / cross-processed