Blognone Tech Day 2.0 จัดเมื่อวาน ไปคราวนี้ก็ได้เปิดหูเปิดตาพอสมควร
มีหลายๆ session ที่น่าสนใจ อย่างเช่น Relax NG ที่เป็นการเขียน schema ของ XML ให้อ่านรู้เรื่อง รู้สึกว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุดจริงๆ ไม่เหมือนกับ XSD ที่ดูกี่ทีๆ ก็เหมือนเอามีดไปขุดดิน XML ไม่ใช่ holy grail ซักหน่อย ถึงจะได้เอาไปใช้กับทุกอย่าง
OpenCARE เป็น platform สำหรับการกระจายข่าวสารแบบ real-time ท่าทางจะต้องการ effort ในการพัฒนาเยอะอยู่ แต่ก็เป็นโครงการที่มีประโยชน์และน่าสนับสนุน
เรื่องของ WiMAX ก็น่าสนใจ วิทยากรเป็น อ.ดร.อนันต์ จากม.เกษตร พูดเข้าใจง่ายและเห็นภาพได้ชัดเจน ปกติไม่ค่อยรู้เรื่อง network อยู่แล้ว session นี้ก็ได้ความรู้ไปเต็มๆ
ตอนบ่ายมีเรื่อง OLPC หรือ laptop ราคา 100 USD ที่เป็นข่าวมานานแล้ว ในงานมีตัวอย่างบอร์ดรุ่นทดสอบมาเดโมให้ดูกันสดๆ เป็นบุญตา ที่สำคัญคือโปรเจกต์นี้มีไอเดียใหม่ๆ ที่คงไม่ได้เห็นใน PC ทั่วไปถูกเอามาใช้ อย่างเช่น จอ LCD ราคาถูกแบบสองความละเอียด, การสร้างเครือข่ายแบบ mesh network และไอเดียเรื่องการประหยัดพลังงาน
เรื่อง Intellectual Property โดยคุณ mk ก็อธิบายความแตกต่างของ Copyright, Patent, Trademark ได้เข้าใจง่ายดี ถ้าเวลาเยอะกว่านี้น่าจะพูดเรื่อง Fair Use สักหน่อย
มีเรื่อง ZWSP ที่เป็นภาคสองต่อจากครั้งที่แล้วโดยคุณลิ่ว เริ่มเห็น ZWSP เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ในทางการใช้งานกับ desktop อาจจะยังลำบากอยู่ เพราะต้องแก้ไขที่ส่วน input sequence แต่ว่าสำหรับเวบมีความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นในเร็ววัน
ปิดท้ายด้วยเรื่อง ServerSide Erlang โดยคุณ Pok ทำให้รู้สึกตัวว่าต้องหา functional language มาลองจริงๆ ซักทีแล้ว
ปิดท้ายจริงๆ ด้วยการไปกินหมูกระทะ งานนี้ใครไม่ได้ไปก็น่าเสียดายแทน คงต้องรอ BTD3.0 ปีหน้า
Firefox 2.0 ออกตัวจริงแล้ว อยากจะใช้แบบที่ตัดคำภาษาไทยได้ ก็เลยลอง build ดูเอง โดยใช้ patch ตัดคำไทยของคุณ Hui
เอกสารที่จำเป็น
ขั้นตอนการ build
- โหลดซอร์สโค้ดของ Firefox จาก FTP ของ Mozilla
- โหลด patch ตัดคำไทยมาจาก cvs ของ linux.thai.net
- tar เอาซอร์สโค้ดออกมา แล้ว patch ซะ
$ tar jxvf firefox-2.0-source.tar.bz2
$ patch -p0 < firefox-cttex-wbr-b4.patch
- สร้างไฟล์ .mozconfig ใน directory mozilla ตามตัวอย่างใน document อันนี้เป็นแบบ universal binary, optimized, static build
. $topsrcdir/browser/config/mozconfig
. $topsrcdir/build/macosx/universal/mozconfig
ac_add_options –enable-optimize=-O2
ac_add_options –disable-shared
ac_add_options –enable-static
ac_add_options –disable-tests
ac_add_app_options ppc –enable-prebinding
mk_add_options MOZ_OBJDIR=@TOPSRCDIR@/../build
- เข้าไปใน directory mozilla สั่ง make แล้วก็รอไปเรื่อยๆ (หลายชั่วโมง ไม่ได้จับเวลาไว้)
$ make -f client.mk build
- เสร็จแล้วก็สร้าง package
$ make -C ../build/ppc/browser/installer
- สุดท้ายก็จะได้เป็น firefox-2.0.en-US.mac.dmg อยู่ที่ build/ppc/dist/universal
เท่าที่ลองใช้ดูยังไม่เจอปัญหาอะไร
ถ้าเผื่อใครอยากลองใช้ดูบ้าง ก็โหลดได้
firefox-2.0.en-US.mac.dmg (18 MB) Universal binary ใช้กับ Mac OS X 10.3.9 ขึ้นไปเท่านั้น
หรือถ้าใครใช้ windows มีตัวที่ patch โดยคุณ Hui ให้โหลดแล้วที่ Thai Firefox @ MM
ความเดือดร้อนอย่างหนึ่งของคนใช้ Mac คือว่า มันไม่มีโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดดีๆ และฟรีให้ใช้สักเท่าไหร่ ทำให้เวลาดาวน์โหลดไฟล์ใหญ่ๆ ออกจะน่าหงุดหงิดอยู่
ที่อยากได้ก็ไม่มีอะไรมาก ขอแค่สามารถ ต่อไฟล์ได้ แบ่งส่วนได้ กำหนดความเร็วได้ แล้วก็ระบุ header บางส่วนเองได้ แค่นี้พอแล้ว
ทีแรกใช้ wget อยู่ ก็ทำได้ทุกอย่างที่ต้องการ ยกเว้นว่าแบ่งส่วนดาวน์โหลดไม่ได้ พอดีนึกขึ้นมาถึงตอนที่ใช้ linux ได้ว่า มีโปรแกรมชื่อ prozilla ใช้งานได้ดี มีฟีเจอร์ครบ ไม่กินแรม หน้าตาเป็น ncurse สวยงาม แต่ว่าไม่มี package ให้ install ผ่านทาง fink พอไปดูในเวบ ก็ดันไม่มี package สำหรับ Mac เสียอีก
โชคดีที่โลกนี้ยังไม่โหดร้ายเกินไปนัก prozilla แจกซอร์สโค้ดให้เอาไปใช้ได้ฟรีๆ ในเมื่อไม่มีไบนารีมาให้ คอมไพล์เอาเองก็ได้
- ขั้นแรกก็โหลดซอร์สโค้ดเวอร์ชันล่าสุดมาเสียก่อน (อันนี้ใช้เวอร์ชัน 2.0.4)
- แตก tar.gz ออกมา แล้วเข้าไปแก้โค้ดใน libprozilla/src/common.h ตรงบรรทัดที่มัน #include <sys/vfs.h> แก้เป็น #include <sys/statvfs.h> แทน
- กำหนด environment variable ที่จำเป็น
export LDFLAGS=”-L/sw/lib”
export CPPFLAGS=”-I/sw/include”
- configure ตามปกติด้วยคำสั่ง configure –without-x
- make
- ถ้า make ผ่าน ก็รัน sudo make install เป็นอันเสร็จ
- เวลาจะใช้งานก็รัน proz <url>

ขุดของเก่า เอามาแปะ
กลัว blog ไม่อัพเดตนานเกิน
LOMO LC-A @ ปาย, แม่ฮ่องสอน, 2005
Kodak Elitechrome 100 Extra Color, cross-processed
Kafka on the Shore ฉบับแปลไทยออกมาได้เมื่อเดือนมีนาคม เวลาผ่านไปครึ่งปี มีงานแปลเล่มใหม่ของ Haruki Murakami มาให้อ่านอีกแล้ว เร็วเหลือเชื่อ

ครั้งนี้ถึงคิวของ The Wind-up Bird Chronicle สำนวนแปลของ นพดล เวชสวัสดิ์ เจ้าเก่า พอดีเล่มนี้มีคนเอื้อเฟื้อฉบับภาษาอังกฤษมาให้ (แต่ยังไม่ได้อ่าน) เพื่อเป็นการประหยัดและฝึกภาษา คงต้องอ่านภาษาอังกฤษเอา ลดจำนวนหนังสือที่จะซื้อในงานหนังสือไปได้อีกหนึ่งเล่ม
ตอนนี้นิยายเรื่องยาวของ Murakami ก็แปลเป็นไทยออกมาหมดแล้ว ที่เหลือก็เป็นงานรวมเรื่องสั้นอย่าง Elephant Vanishes กับ Blind Willow, Sleeping Woman ไม่รู้ว่าจะมีแปลออกมาด้วยหรือเปล่า
หนัง 13 เกมสยอง เป็นหนังไทยที่มีฉากการใช้งานคอมพิวเตอร์ในเรื่องค่อนข้างสมจริง
ปกติถ้าดูหนังประเภทที่มีการใช้คอม ในเรื่องมักจะเป็นการสร้าง UI ขึ้นมาใหม่แบบดูแล้วหรูๆ สวยๆ หยั่งกับว่า application ทุกตัวทำด้วย flash/shockwave ซะงั้น อย่างเช่นในเรื่อง The Departed คอมพิวเตอร์ของตำรวจบอสตัน เป็นหน้า UI สวยๆ แต่แอบมี widget บางตัวเป็น Aqua โผล่มาซะงั้น
ใน 13 ทำได้ค่อนข้างสมจริง โดยการใช้โปรแกรมที่หน้าตาดูเหมือนๆ กับโปรแกรมบน windows ทั่วไป แต่มี UI ที่ออกแบบมาดี ทำให้คนดูที่ไม่เคยใช้โปรแกรมมาก่อน ก็ยังเข้าใจได้ว่าตัวละครในหนัง ทำอะไรอยู่ แต่ที่น่าประทับใจที่สุดคือ ฉากที่นางเอกแฮคเข้าไปที่ server ของ 13 ฉากนี้ใช้ nmap รันจาก command line เพื่อ scan port ของเครื่อง server!
ใน Matrix: Reloaded ก็มีฉากคล้ายๆ กันนี้ ที่ Trinity ต้องแฮคเครื่อง server และ Trinity ก็ใช้ nmap เหมือนกัน นอกจากนี้ในเรื่อง Antitrust ก็เป็นอีกเรื่องที่มีการใช้คอมพิวเตอร์ได้สมจริง มีโค้ดของ bzip2 โผล่อยู่ในเรื่อง แถมยังมี Scott McNealy กับ Miguel de Icaza มาเป็นแขกรับเชิญอีกต่างหาก
ปกติในหนังเวลามีการใช้งานคอมพิวเตอร์ทีไร เห็นแล้วมักจะหงุดหงิดใจอยู่ตลอด นานๆ เจอหนังแบบนี้ซักทีก็ดีเหมือนกัน

Hello Kitty!
Cosina CX-2 @ SiamSquare, Bangkok
อ่าน Functional Programming For The Rest of Us (via ThaiMacDev) แล้วชักจะมีไฟอยากเขียน functional programming ขึ้นมาบ้าง
ก่อนหน้านี้ก็มีอ่านใน blog ของคุณ Pok เห็นมีเขียนเรื่อง FP อยู่บ่อยๆ ในงาน BTD2.0 ก็จะมีช่วงของ Erlang และ FP ด้วย รวมทั้งในภาษาใหม่ๆ ก็ดูท่าทางจะนิยมชมชอบเทคนิคของ FP อยู่ เช่น Python ที่ support Currying และใน Python 2.5 ก็มีฟีเจอร์ใหม่อย่าง Partial function ด้วย หรือกระทั่ง JavaScript ก็ยัง support Closure นี่ยังไม่รวมถึง Ruby ที่ออกเป็น hybrid กึ่งๆ functional+imperative (แต่ยังเขียนไม่เป็น เลยบอกอะไรมากไม่ได้)
ภาษาในกลุ่มของ FP มีให้เลือกเล่นหลายตัวเหมือนกัน ที่ชื่อคุ้นหูหน่อยก็มี Erlang, Lisp, Haskell ถ้ามีเวลาก็น่าจะหามาลองเล่นซักตัว

Death Note เวอร์ชันอนิเม ตอนแรกฉายทางทีวี (ญี่ปุ่น) ไปเรียบร้อยแล้ว ออกจะเป็นเร่ืองแปลกสักหน่อยสำหรับ Death Note ที่เป็นการ์ตูนลงในหนังสือก่อน แล้วไปทำเป็นหนังคนแสดง ต่อจากนั้นจึงค่อยมีอนิเมตามออกมา
ทีแรกก็สงสัยอยู่ว่าการ์ตูนที่มันคุยกันทั้งเรื่อง แทบไม่มีฉากบู๊อะไรเลย จะเอามาทำหนังได้หรือ แต่พอไปดูเวอร์ชันหนังโรงคิดว่าทำออกมาได้ดีพอสมควร ส่วนในเวอร์ชันอนิเมดูก็ทำใช้ได้ งานค่อนข้างดูดี ไม่มีเผา (แต่อนิเมตอนแรกๆ ก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น?)
ติดใจอยู่นิดนึงตรงฉากที่ไลท์เขียนโน้ต สะบัดดินสอกด ออกจะเท่เกินคนธรรมดาไปหน่อย พอๆ กับฉากวางเม็ดหมากในฮิคารุเซียนโกะเลย