std::max

by pittaya

ปกติไม่ค่อยคุ้นเคยกับการเขียนโปรแกรมบน Visual Studio สักเท่าไหร่ เพราะถ้าไม่เขียนพวก script language ก็จะเขียนด้วย text editor ธรรมดา แล้วสร้าง Makefile เองเสียมากกว่า

พอดีมีเรื่องต้องใช้ C++ โปรเซสแต่ละเฟรมของไฟล์วิดีโอ ไม่มีอะไรมาก แค่เปรียบเทียบค่าของ Red และ Blue ของแต่ละ pixel ว่าอันไหนมีค่ามากกว่ากัน และดูว่ามันต่างกับค่าสี Green อยู่เท่าไหร่ แต่ละ pixel เป็น RGBTRIPLE คิดดูก็ไม่มีอะไรยาก

for (int i = 0; i < numPixels; i++, pRgb++) {
diff = pRgb->rgbtGreen - std::max(pRgb->rgbtRed, pRgb->rgbtBlue);
}

แค่เพิ่มโค้ดส่วนนี้เข้าไป ทำให้ไฟล์วิดีโอขนาด 784×576 ที่เคยเล่นได้ลื่นๆ กระตุก และเฟรมเรตลดลงไปเหลือประมาณ 10-15 fps (โดยประมาณ) ทันที
ไม่น่าเชื่อ…

ลองแก้ใหม่ เปลี่ยนบรรทัดที่เปรียบเทียบเป็น

diff = (prgb->rgbtBlue > prgb->rgbtRed)? prgb->rgbtGreen - prgb->rgbtBlue : prgb->rgbtGreen - prgb->rgbtRed;

กลายเป็นว่าวิดีโอไฟล์เดิม วิ่งฉิว ไม่มีหนืด ไม่มีกระตุก

โค้ดเดียวกันนี้ รันบน hardware เดียวกัน แต่เป็น Mac OS X ทำงานได้ว่องไว ไม่กระตุกเช่นกัน

สรุปว่า… งง…
std::max บน visual studio มัน implement มาไม่ดีหรือเปล่า ?

FACT

by pittaya

เชิญชวนร่วมลงชื่อสนับสนุน คำร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เรื่องของการต่อต้านการเซ็นเซอร์ โดย กลุ่มเสรีภาพต่อต้านการเซ็นเซอร์แห่งประเทศไทย (FACT - Freedom Against Censorship Thailand)

อย่ามัวคิดว่า ต่อให้เวบโดนบล็อก ก็มีวิธีแหกเข้าไปดูได้
อย่ายอมให้ใครก็ไม่รู้มาตัดสินว่าเวบนี้ควรจะถูกบล็อก เวบนั้นไม่ควรเข้า
การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารโดยไม่ถูกปิดกั้น เป็นเสรีภาพพื้นฐานของประชาชน อย่ายอมให้คนอื่นมาลิดรอนสิทธิของเราไป

Imprint

by pittaya

โรงหนัง House RCA มีโครงการฉายหนัง Masters of Horror เป็นโปรเจ็กต์รวมตัวของผู้กำกับหนังสยองขวัญหลายคน มาทำหนังยาว 1 ชั่วโมง คนละเรื่อง ในโปรแกรมของ House มีหนังมาฉายทั้งหมด 10 เรื่อง ได้ดูไปเรื่องเดียวคือ Imprint ของผู้กำกับ Takashi Miike

บรรดาหนังในโครงการ Masters of Horror นี้ ทำออกมาเพื่อออกฉายทางทีวีเป็นตอนๆ แต่มีตอน Imprint นี่แหละ ที่ถูกแบน ห้ามฉายทางทีวี

หนังเข้าฉายบ้านเราแบบไม่มีตัด แต่คาดว่าถ้ามีโอกาสได้ลง DVD คงจะโดนหั่นเสียจนไม่เหลืออะไร ถึงแม้ว่าหนังจะไม่มีฉากโป๊เปลือย, ไม่มีถือปืนจ่อหัว, ไม่มีคนดื่มเหล้าสูบบุหรี่ ก็ตาม

Worldmapper

by pittaya

เวบ WorldMapper เจ๋งดี มีแผนที่โลกให้ดูหลายแบบ นอกเหนือจากแบบปกติที่วัดตามพื้นที่แล้ว ยังมีอีกหลายหมวดหมู่ เช่น GDP, ความยากจน หรืิอ อัตราป่าไม้ที่ถูกทำลาย

ดูแผนที่ของ จำนวนผู้ติดเชื้อ HIV แล้วเข้าใจเลยว่า ทำไมถึงต้องมีโครงการ (RED)

(via O’rielly Radar)

Macbook

by pittaya

Macbook

Silent Theque, Fat Festival #6
Nikon FM2N, Fuji Velvia 100F, Cross-processed

สืบเนื่องมาจากข่าววันก่อน ทางฝั่งผู้ใช้งาน opensource ได้ร่างจดหมายเปิดผนึก เตรียมส่งไปชี้แจงแล้ว

อ่านรายละเอียดและร่วมลงชื่อได้ที่ Blognone

Fat Festival #6

by pittaya

ไปงาน Fat Festival เป็นครั้งที่ 6 แล้ว

Goose

ระยะหลังไม่ได้ติดตามวงการเพลง ไม่ค่อยรู้ว่ามีวงไหนเด็ดๆ บ้าง ในงานนอกจากจะเดินดูของขาย (แต่ไม่ค่อยซื้อ) ก็มีคอนเสิร์ตเป็นจุดประสงค์หลักในการมางานคราวนี้

วงที่ได้ดูไปในครั้งนี้มี Goose, อรอรีย์, Paradox, Flure แล้วก็ Desktop Error น้อยมากเมื่อเทียบกับครั้งที่ 2 ที่ดูเกือบทุกโชว์ที่มีเวลา จนแทบไม่ได้เดินซื้อของ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะงานคราวนี้วงระดับบิ๊กเนมหลายๆ วงก็ไม่มาแล้ว หรือบางวงที่ยังอยู่รอดก็เปลี่ยนสี กลายพันธุ์ไปจนแฟนเพลงเก่าๆ รับไม่ได้ ทำให้ความน่าสนใจของคอนเสิร์ตลดลงไปเยอะ แต่มองในอีกแง่ ก็เป็นการเปิดโอกาสให้วงหน้าใหม่ได้มีโอกาสขึ้นเวที โชว์ฝีมือกันบ้าง

สรุปงาน Fat คราวนี้

  • กลายเป็น commercial เต็มรูปแบบ ค่าบัตร 300 บาท สปอนเซอร์หลักเปลี่ยนจาก Heineken มาเป็น Smart Purse พยายามจูงใจให้ใช้จ่ายซื้อของในงานด้วยบัตรของ smart purse เต็มที่
  • หลายๆ อย่างที่ไม่เคยเจอในงานคราวก่อน ก็มาเจอในคราวนี้ เช่น พริตตี้, บูธโฆษณามอเตอร์ไซค์ Yamaha, การแสดงเต้นนุ่งน้อยห่มน้อยโดยสปอนเซอร์
  • บางอย่างที่มีในงานคราวก่อน แต่ไม่มีในคราวนี้ เช่น Heineken!
  • สถานที่ดีที่สุดตั้งแต่จัดงานมา ไม่ร้อน ไม่แออัด ห้องน้ำเพียงพอ เสียตรงที่ว่าไกลโคตรๆ
  • ส่วนตลาดขายของ ไม่มีเสน่ห์เหมือนแต่ก่อนแล้ว หลังจากงานเลิก CD ที่ขายในงาน ก็มีวางขายตามแผงทั่วไป
  • พลาดไม่ได้ดู Euphoria วงจากญี่ปุ่น เพราะมัวแต่ช้อปเพลิน

ทีแรกเกือบจะไม่ไปงานครั้งนี้แล้ว แต่พอได้ไปก็รู้สึกว่า Fat ทำการบ้านมาเยอะ แก้ไขความห่วยของงานครั้งที่ 4 และ 5 ที่ผ่านมาได้ดี ปีหน้าหวังว่าจะดีกว่านี้

สรุปงาน Fat Festival ทั้ง 6 ครั้ง
#1 - โรงงานยาสูบเก่า
ข้อดี - สด ใหม่ ทุกอย่างมีคุณภาพ
ข้อเสีย - ร้อน

#2 - อิมพีเรียลเวิร์ล ลาดพร้าว
ข้อดี - คอนเสิร์ตเด็ดๆ เยอะมาก, moderndog เล่นคัฟเวอร์เพลง creep
ข้อเสีย - พื้นที่เล็ก แออัด

#3 - สวนสยาม
ข้อดี - นึกไม่ออก
ข้อเสีย - สถานที่กว้างเกิน มีคนมาเที่ยวสวนสยามเดินไปเดินมาทั่วไป

#4 - สนามม้านางเลิ้ง
ข้อดี - โชว์ปิดท้ายของ Fantastic Plastic Machine
ข้อเสีย - ทุกอย่างที่เหลือ

#5 - แดนเนรมิต
ข้อดี - มีหนังสารคดีของ Fernando Meirelles ฉาย
ข้อเสีย - ฝนตก, ตารางเวลาสับสน, ยึดเข็มขัด

#6 - เมืองทางธานี
ข้อดี - สถานที่เหมาะ เย็นสบาย
ข้อเสีย - เน้นขายของเกินไป, บัตรแพง, ไม่มี Heineken

ICT minister

by pittaya

News from BangkokPost
อ่านเต็มๆ ได้จากบางกอกโพสต์

ประเด็นร้อนใน blognone ขณะนี้
อ่านจากเนื้อข่าวแล้วก็หมดแรง หัวมีไว้หนุนหมอนอย่างเดียวหรือยังไงกัน

จาก blog ของ อ.จิตร์ทัศน์ และ blog ของคุณ bact

เรียน เพื่อนร่วมอุดมการณ์

เรามีความคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเรียกร้องต่อรัฐบาลไทยในเรื่องการเซ็นเซอร์เว็บไซต์ บนอินเทอร์เน็ตอย่างผิดกฎหมาย เราเชื่อในสิทธิเสรีภาพของสื่อและเสรีภาพที่ปราศจากการถูกเซ็นเซอร์

เ ราต้องการคุณ คุณจะร่วมมือกับเราหรือไม่? เพียงร่วมลงลายมือชื่อในการเรียกร้องนี้ (โปรดตอบกลับทางอีเมลพร้อมข้อมูลส่วนตัว) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้มีการเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณชนครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนมกราคม 2547 ว่ามีเว็บไซต์ทั้งหมด 1,247 แห่ง ถูกสั่งปิดโดยระงับการเผยแพร่ในประเทศไทย และในเดือนมกราคม 2549 จำนวนดังกล่าวนั้นเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2,000 เว็บไซต์ อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 เว็บไซต์มากกว่า 12,000 แห่ง ต่างถูกระงับการเผยแพร่ จากแหล่งข่าวของเราเปิดเผยว่ากระทรวงฯ นั้นได้ว่าจ้างข้าราชการประจำมากกว่า 60-70 คน โดยมีหน้าที่อย่างเดียวคือทำการปิดเว็บไซต์ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถือว่ารัฐบาลกระทำโดยปราศจากความคิดเห็นของประชาชนหรือ สามัญสำนึกใดๆ

กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ทำการกีดขวางการเข้าสู่ข้อมูลผ่านพร็อกซี่เซิร์ฟเวอร์ และหน้าที่ได้ถูกทดบันทึกไว้ (หน้าแคช) ของเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลอย่างกูเกิล ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน เว็บไซต์ประเภทกระดานแสดงความคิดเห็นก็ถูกปิดกั้น และการที่ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายไกรสร พรสุธี ได้รับการแต่งตั้งให้เข้าร่วมสภานิติบัญญัติแห่งชาตินั้น ถือว่าเป็นลางร้ายอย่างยิ่งสำหรับเสรีภาพ

การจำกัดเส้นทางของประชาชน ในการเข้าสู่ข้อมูล ผลงานวิจัยทางวิชาการ สื่อเสรี และการแข่งขันทางธุรกิจ และอื่นๆ ถ้าเรายอมให้สิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยเหล่านี้ค่อยๆ บั่นทอนสิทธิเสรีภาพของเรา ดังเช่นการควบคุมอินเทอร์เน็ตครั้งนี้ เสรีภาพอื่นๆ ของเราก็อาจจะโดนลดทอนตามไปด้วยในอนาคต ดังนั้นจึงถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องแสดงความคิดเห็นออกมา

ทางเรามีควา มยินดีในการเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ของคุณ เราต้องการเพื่อนผู้มีมันสมอง หัวใจ และความกล้าหาญ (ยืมมาจากเรื่องพ่อมดแห่งอ๊อซ)

เราได้ทำการติด ต่อทนายความด้านรัฐธรรมนูญผู้มีชื่อเสียงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณจึงไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายใดๆ และเราจะดำเนินการทุกอย่างแทนคุณ ดังนั้นสิ่งนี้จะไม่กระทบเวลาของคุณแต่อย่างใด และแน่นอนเรายินดีที่จะได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากคุณ

ถ้า คุณไม่สนใจกรุณาส่งผ่านจดหมายฉบับนี้ให้เพื่อนและเพื่อนร่วมงานของคุณ ที่คุณคิดว่าเขาจะสนใจหรือคุณอาจจะส่งข้อมูลติดต่อบุคคลเหล่านั้นให้แก่เรา เพื่อที่เราจะได้ทำการติดต่อเขาได้โดยตรง

จดหมายที่แนบท้ายมานี้จะอธ ิบายข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้อง การเผยแพร่ในประเทศและระหว่างประเทศมีผลกระทบที่สำคัญต่อความสำเร็จในการเรี ยกร้องครั้งนี้ แต่เวลาที่เหมะสมก็เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่ง ดังนั้นจนกว่าจะถึงเวลาดังกล่าว เรื่องเหล่านี้จึงห้ามเปิดเผยโดยเด็ดขาด

โ ดยเริ่มแรกแล้วเรามีความต้องการที่จะนำเรื่องนี้สู่การพิจารณาของศาล แต่เราได้รับการแนะนำว่าทางที่ดีที่สุดในเรื่องนี้คือทำคำร้องเรียนต่อคณะกร รมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อที่จะสร้างความสนใจแก่สาธารณชนในเรื่องนี้

โปรดติดต่อเราโดยเร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้พร้อมกับการร่วมลงลายมือชื่อและข้อมูลติดต่อของท่าน

ขอบคุณ

ติดต่อ
สุภิญญา กลางนรงค์ (freemediafreepeople at จีเมล์ . com) (ภาษาไทย)
CJ Hinke (facthai at จีเมล์ . com), (cj at ทียู . ac . th) (ภาษาอังกฤษ)

สนับสนุนการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ได้โดยการส่ง email ไปตามที่อยู่ด้านบนเพื่อร่วมลงชื่อเรียกร้อง

บางคนรู้ว่าถูกปิดกั้น แต่หาวิธีแหกออกไปได้ ก็เลยไม่สนใจอะไร
บางคนรู้ว่าถูกปิดกั้น แต่ทำอะไรไม่ได้ ก็ได้แต่ทำใจ
แต่บางคนไม่รู้แม้กระทั่งว่าอินเตอร์เนตที่ใช้อยู่มันโดนปิดกั้น

เราถูกลิดรอนเสรีภาพกันซะจนเคยตัว พอถึงเวลาอย่างนี้แล้วก็เลยไม่ยอมทำอะไรกัน
อย่าลืมว่าเสรีภาพเป็นของเรา ถ้าไม่ใช้ ก็อย่าให้ใครมาแย่งเอาไป

Tesla

by pittaya

ในหนังเรื่อง The Prestige ที่ไปดูมาวันก่อน มีตัวละครที่น่าสนใจคือ Nicola Tesla (แสดงโดย David Bowie)
ถ้าคนที่ไม่ได้สนใจเรื่องวิทยาศาสตร์มากนัก คงไม่ได้สนใจเรื่องของ Tesla (ขนาดตัวเองเรียนมาทางสายวิทย์ ยังรู้แค่ว่า Tesla เป็นชื่อของหน่วยวัดสนามแม่เหล็ก)

บังเอิญหรือไงไม่รู้ มีนักเขียนที่ติดตามงานอยู่สองคน เค้าเขียนถึง Tesla พร้อมๆ กัน
อ่านได้ที่ Typhoon days และ Fringer

Next Page »