ทีแรกว่าจะไปเดินถ่ายรูปแถวๆ ราชดำริ แต่พอได้ข่าวว่าสถานการณ์ไม่ปลอดภัยนัก เลยเปลี่ยนโปรแกรมเป็นซื้อของจากโลตัสมาทำกับข้าวกินดีกว่า
มื้อสุดท้ายของปี 2006
พาสต้ารวมมิตร
ส่วนผสม : พาสต้า, ปลาหมึก, กุ้ง, เห็ดนางฟ้า, เห็ดเข็มทอง, ซาลามี่
กินแกล้มกับไวน์ขาวก็อร่อยดี แต่รสชาติออกจะ fusion เล็กน้อย
Asahi กับ Smirnoff นั่นเอาไว้กินหลังอาหาร
อากาศในเมืองกรุงเริ่มหนาวมาได้สองสามวันแล้ว
มีเรื่องน่าแปลกใจตรงที่ว่า ทุกครั้งที่เริ่มรู้สึกได้ว่าอากาศหนาว มักจะคิดถึงเพลง Sweet Soul Revue ของ Pizzicato Five เสมอ (ทั้งเวอร์ชันต้นฉบับและเวอร์ชันคัฟเวอร์โดยนาเดีย )
ที่ว่าแปลกก็คือ เนื้อเพลงมันก็ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวกับอากาศหนาวเลย ยกเว้นเพียงท่อนที่ว่า “ทุกๆ เช้าอากาศเย็น ฉันยิ่งเหงาจับใจ” แต่ไม่รู้เป็นอะไร เวลาฟังเพลงนี้ ภาพที่โผล่ขึ้นมาในหัวมักจะเป็นภาพเด็กสาวใส่เสื้อกันหนาวตัวใหญ่ฟูฟ่อง เดินกางร่มไปตามถนน ในเช้าวันอากาศเย็น (ทั้งที่ใน MV ก็ไม่ได้มีอะไรแบบนี้สักนิด)
คิดถึงเพลงเก่าๆ หรือว่าจะเริ่มแก่เสียแล้ว?
ช่วงหลังไม่ได้ติดตามวงการเพลงเลย ไม่รู้จักศิลปินใหม่ๆ ด้วย แต่ก็มีบางเพลงที่มันคุ้นๆ หูอยู่บ้าง พอดีมีเพื่อนส่ง MV นี่มาให้ดู
ก็เลยได้รู้ความจริงขึ้นมาสองอย่างคือ คนร้องเพลงนี้คือ บี้ the star และ mthai มีบริการ video กะเค้าด้วย
Rajdamnern Road, December 10th, The Constitutional day.
Nikon FM2n, cross-processed.
ได้ข่าวมาว่า Nana จะทำภาค 2 ได้ฉายในโรงเมืองไทยแน่นอน คาดว่าประมาณวาเลนไทน์ปีหน้า (via thunska )
ในภาคนี้เปลี่ยนนักแสดงหลายคนเหมือนกัน ที่เห็นจากใบปิดก็มี Ren (เหมือนภาคนี้จะไม่อ้วนแล้ว ?), Shin (คนเก่าได้ดิบได้ดีไปกับบท L คุง แล้ว) แล้วก็ Hachi ที่เป็นตัวละครหลักก็เปลี่ยนคนด้วย ในภาคสองนี้รับบทโดย Yui Ichikawa ท่าทางดูเป็นผู้ใหญ่กว่าในภาคแรกเล็กน้อย อาจจะเหมาะสมกับบทของ Hachi ในภาคนี้ด้วยก็ได้ ที่ไม่ได้เป็นสาวน้อยไร้เดียงสาอย่างในภาคแรกอีกแล้ว
เห็นหน้า Yui Ichikawa ในตัวอย่างหนังหนแรกรู้สึกคุ้นอย่างบอกไม่ถูก ค้นไปค้นมาถึงได้รู้ว่าเธอคือคนที่เล่นเป็น Amamiya Hikari ในซีรีย์ H2 น่ะเอง
ตอนนี้กระแสของ Wii มาแรงมาก กลบ PS3 และ Xbox360 ไปเลย
Video ขำๆ ใน YouTube มีให้ดูเพียบ
ดูจากที่มีคนเขียน DarwiinRemote ท่าทางคงมีหลายๆ lab อยากได้ Wiimote ไปใช้ทำวิจัยกันบ้าง มันคือ motion sensor ราคาไม่แพงเลย
ได้เวลาอัพเดต Wishlist แล้ว
Published :December 6th, 2006
Comments :1 Comment
Category :Fun
แนะนำให้อ่าน
Thailand FOSS Retrospects - จากบล็อกของคุณเทพพิทักษ์ opensource developer มือวางอันดับต้นๆ ของเมืองไทย
มหาวิหารกับตลาดสด - ฉบับแปลไทยของ Cathedral and the Bazaar เอกสารบังคับอ่านสำหรับผู้ศึกษาปรัชญาของซอฟท์แวร์เสรี
ช่วงนี้กระแส opensource บ้านเรากลับมาคึกคักอีกครั้ง ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ICT ที่อุตส่าห์ช่วยปลุกผี ถึงแม้จะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ
นักอ่านการ์ตูนหลายคนในบ้านเรา กำลังตื่นตระหนกกับ Death Note ภาคหนังโรงตอนจบ เพราะว่าเวอร์ชันการ์ตูนเล่ม 12 ซึ่งเป็นตอนจบ ทางเนชั่นยังไม่ยอมพิมพ์ออกมาเสียที ตรงนี้คนที่ตามอ่านรายสัปดาห์คงรู้ตอนจบไปแล้วว่าเป็นยังไง คนที่อ่านแต่รวมเล่มก็ถูกปล่อยให้เคว้งคว้างอยู่แบบนี้
ในฐานะคนที่อ่านตอนจบเวอร์ชันการ์ตูนมาแล้ว และดูหนังโรงภาคนี้ด้วยความรู้สึกสงสัยใคร่รู้ว่ามันจะจบแบบไหน ต่างกับการ์ตูนยังไง เพราะว่าในการ์ตูนนั้น นอกจาก L แล้วยังมี M, N โผล่มาขัดขวางหนทางของไลท์คุงอีก แต่มันจับมายัดลงในหนังสองชั่วโมงไม่ได้แน่ๆ การดัดแปลงบทในหนังภาคจบนี้จึงเป็นที่น่าสนใจอยู่
สองชั่วโมงแรกของหนัง ยังอยู่ในทิศทางที่คนอ่านการ์ตูนจนถึงเล่ม 11 แล้วสามารถคาดเดาได้ จนกระทั่ง 20 นาทีสุดท้ายนี่แหละ ที่ไม่สามารถคาดเดาได้ (แต่บางคนอาจจะเดาออกก็ได้) แต่ส่วนตัวคิดว่า จบดีกว่าการ์ตูนนะ
มิสะ มิสะ ภาคนี้ได้บทเต็มๆ ไม่เหมือนในภาคที่แล้วเป็นตัวประกอบออกมาไม่กี่ฉาก แฟนๆ คงถูกใจ