Posted on February 26, 2007, 09:42, by pittaya.
Nada Sou Sou เป็นหนังญี่ปุ่น ผลงานการกำกับของ Nobuhiro Doi ที่ฝากผลงานเรียกน้ำตาคนดูมาแล้วจาก Be With You ทีแรกที่เข้าไปดูก็นึกว่าจะออกมาแนวๆ น้องสาวแอบรักพี่ชาย แบบการ์ตูน Miyuki ของอาดาจิ มิซึรุ ก็โปสเตอร์ขึ้นตัวเบ้อเริ่มว่า “Did you know how much I love you, brother?” แต่ดูๆ ไปชักจะสับสน ทำไมมันกลายเป็นหนังชีวิตรันทดไปเสียได้ หนังผ่านไปค่อนเรื่อง ชีวิตรันทดเริ่มจะคลี่คลาย แต่หนังทำท่าจะจบไม่ลง สุดท้ายก็ดันจบแบบช็อคคนดูเสียอย่างงั้น คือในเรื่อง Be with you เหตุบังเอิญทั้งหลาย มันมีเยอะ แต่ยังพอรับได้เพราะมันมีอารมณ์เหนือจริงของหนังอยู่ แต่ในหนังชีวิตรันทดแบบนี้ การหาทางออกให้หนังด้วยเหตุการณ์บังเอิญทั้งหลายแหล่ มันกลับเป็นการทำให้หนังดูยัดเยียดจนเกินไป ในเรื่องนี้ Masami Nagasawa รับบทเป็นน้องสาวบุคลิกร่าเริง จนบางทีก็โอเวอร์ไปหน่อย ตามสไตล์หนังญี่ปุ่น รู้สึกว่าตอนเล่น Sekaichu Sekachuu ดูดีกว่านี้ (ไม่ได้ดู [...]
Posted on February 25, 2007, 12:52, by pittaya.
VLC เป็นโปรแกรม media player ใช้งานได้ทั้งบน Windows, Mac และ Linux เปิดดูไฟล์ได้เกือบทุกฟอร์แมต ใช้เป็นตัว encoder ก็ได้ ไม่มีปัญหา codec ตีกัน เป็นโปรแกรมที่จำเป็นต้องมีติดเครื่องไว้ตลอด รูปนี้ถ่ายตรงที่มีก่อสร้างใกล้ๆ อพาร์ตเมนท์ เห็นกรวยส้มๆ ตั้งอยู่แล้วมันคิดถึง VLC ขึ้นมาตะหงิดๆ ถ่ายด้วย Lomo LC-A, Fuji Provia 100F, cross-processed
Posted on February 23, 2007, 17:45, by pittaya.
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีอะไรเขียน แปะรูปแทนเพื่อไม่ให้ blog เงียบเหงา Cosina CX-2, Fuji Sensia 100, Cross-processed
Posted on February 21, 2007, 00:28, by pittaya.
จากที่อ่าน My Family Photo – and ODF ไปวันก่อน ก็เกิดความรู้สึกตื่นตระหนกว่า ถ้าเกิดซีดีที่เบิรนรูปทั้งหลายที่เคยถ่ายไป เกิดเสื่อมสภาพอ่านขึ้นมาไม่ได้จะทำยังไง ก็เลยไล่เอาซีดีเก่าๆ มา backup ลง External Harddisk อีกชุดนึง ได้เจอรูปเก่าๆ ที่ถูกใจหลายรูป อันนี้เป็นรูปตอนที่ไป Angkor Wat เมื่อสองปีก่อน ตอนเพิ่งซื้อกล้อง LC-A ใหม่ๆ แอบไปกระซิบใส่รอยแยกของกำแพงเหมือนในหนังหว่องด้วย
Posted on February 18, 2007, 08:45, by pittaya.
บทความพิเศษจาก blognone แปลจาก blog ของ Jonathan Schwartz โดย mk แนะนำให้อ่านกัน ภาพถ่ายครอบครัวกับ ODF เมื่อสองสามปีก่อนตอนที่ผมกลับไปเยี่ยมบ้านพ่อแม่ ผมได้ไปรื้อภาพถ่ายครอบครัวสมัยก่อนที่เก็บในกล่องใส่รองเท้า ผมสนุกกับการดูรูปภาพเหล่านี้มาก จนกระทั่งผมนึกขึ้นมาได้ว่าภาพความทรงจำเหล่านี้มีเพียงอย่างละใบเท่านั้น มีแค่ไม่กี่รูปที่อัดสำรองไว้มากกว่าหนึ่ง ให้ตายสิ กล่องรองเท้ากล่องนั้นมันเก่ามากแล้ว ผมลองคิดเล่นๆ ว่าถ้าเกิดน้ำท่วมหรือไฟไหม้ขึ้นมาล่ะจะทำยังไง ผมอยากเก็บรูปภาพเหล่านี้ไว้ให้ลูกๆ ของผมดูว่าสมัยก่อนพ่อของพวกเขาหน้าตาแบบไหน และอยากส่งผ่านไปยังรุ่นหลานรุ่นเหลนของผมอีกด้วย ดังนั้นผมจึงทำตัวเป็นลูกชายที่ดี นำกล่องรองเท้านั้นกลับบ้าน สแกนรูปภาพทั้งหมดลงคอมพิวเตอร์ (และไม่ลืมเอากล่องนั้นไปคืน) ไฟล์รูปภาพถูกเก็บลงฮาร์ดดิสก์ในแล็ปท็อป ซึ่งผมมักจะวางมันไว้ในครัว แต่พอนึกถึงกิจกรรมในครัว ผมก็คิดว่ามันยังอันตรายอยู่ดีที่รูปจะหาย (มีโอกาสหายมากกว่าไว้ในกล่องรองเท้าด้วยซ้ำ) ผมทำสำเนาลงดีวีดี แยกเก็บไว้หลายแห่งตามที่ต่างๆ ภายในบ้าน รวมถึงแจกไปยังญาติพี่น้อง อย่างไรก็ตาม ระบบการบริหารจัดการที่ไม่เป็นมืออาชีพแบบนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ สุดท้ายดีวีดีเกือบทั้งหมดจะหายไป! มีคนเคยพูดไว้ว่า “เครือข่ายนั่นแหละคือคอมพิวเตอร์” ผมเลยแก้ปัญหาโดยการอัพโหลดรูปทั้งหมดไปไว้บนอินเทอร์เน็ต วิธีคิดของผมคือถ้าคุณอยากเก็บอะไรซักอย่างไว้ในกล่องรองเท้า คุณก็ควรจะจ้างมืออาชีพดูแลกล่องรองเท้าของคนอื่นให้มาดูแลกล่องของคุณด้วย บริการเว็บฝากรูปก็เช่นกัน มันน่าจะเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกสำหรับเก็บรูปภาพก็ได้ แต่แล้วผมก็คิดต่อไปอีก… มีอะไรรับประกันไหมว่าบริการฝากรูปพวกนี้จะคงอยู่ตลอดไป และผมสามารถเรียกรูปภาพของผมมาดูใหม่ได้ในอีกห้าสิบปีข้างหน้า เทคโนโลยีเก็บรูปในอนาคตจะเป็นแบบไหน มันจะยังสามารถเปิดไฟล์แบบเก่าได้หรือไม่ นี่เป็นแค่ตัวอย่าง มาถึงตอนนี้คุณคงพอเห็นภาพแล้วว่าทำไม Open [...]