บล็อกเว็บ, เซนเซอร์/แบนหนัง, สั่งยึดการ์ตูน, ปลดรูปภาพที่ได้รางวัล, ล่าสุดนี่ก็ ยุบ TCDC

ยังเหลืออะไรให้คนทำงานศิลปะในประเทศนี้ได้ทำอีก?

ลองทำแบบทดสอบ Enneagram of Personality (via pradt) ได้ผลออกมาตามนี้


Main Type
Overall Self

Take Free Enneagram Personality Test

Enneagram Test Results
Type 1 Perfectionism |||||||||||| 42%
Type 2 Helpfulness |||| 18%
Type 3 Image Focus |||||||||||||| 60%
Type 4 Hypersensitivity |||||||||||| 42%
Type 5 Detachment |||||||||||||||||| 72%
Type 6 Anxiety |||||||||||| 47%
Type 7 Adventurousness |||||||||||||| 54%
Type 8 Aggressiveness |||||||||||||| 60%
Type 9 Calmness |||||||||||||| 60%

Your main type is 5
Your variant is sexual

Enneagram of Personality เป็นแบบทดสอบเอามาแบ่งบุคลิกของคนออกเป็น 9 ลักษณะ อยากรู้เพิ่มเติมลองไปอ่านได้ที่นี่ หรือไม่ก็อ่านจาก Wikipedia

สรุปแล้วคือหลักๆ เป็นมนุษย์ประเภท 5 ในเวบบอกไว้ว่าเป็นพวกที่ must be knowledgable and independent to be happy.
จะว่าไปก็ออกจะตรงอยู่

22.7 km

by pittaya

ระยะทางจากที่หอไปถึงออฟฟิซ 22.7 กิโลเมตร ใน google maps คำนวณไว้ว่าใช้เวลาขับรถ 25 นาที แต่ความเป็นจริงไม่มีรถขับ นั่งรถมอเตอร์ไซค์ + รถเมล์ เฉลี่ยแล้วใช้เวลา 1 ชั่วโมง

my route

มันน่าจะมีประมาณเวลาสำหรับนั่งรถเมล์มั่งนะ (แต่เมืองไทยคงยาก)

Book Fair 2007/2

by pittaya

เป็นธรรมเนียมที่ไปงานหนังสือแล้วก็ต้องมาแปะให้คนอื่นดูว่าซื้ออะไรมาบ้าง สำหรับคราวนี้เจ็บตัวน้อยกว่าครั้งก่อนๆ เพราะควบคุมงบระดับนึง ไม่อยากซื้อเยอะ ที่ซื้อมาก็มีตามนี้

  • โฉมหน้าศักดินาไทย - จิตร ภูมิศักดิ์ หนึ่งใน 100 หนึ่งสือดีที่คนไทยควรอ่าน
  • The Long Tail - ฉบับแปลไทย ได้มาจากบูธเนชั่น พลิกปกหลังดูเห็นมี Lessig กับ Schmidt มาเขียนชมให้ เลยซื้อมา
  • Speaker for the Dead - ชื่อไทยว่า วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ ภาคต่อของ Ender’s Game ได้มาจากบูธ ASK สงสัยว่าจะเหลือเป็นเจ้าเดียวที่ยังทำ sci-fi อยู่ เพราะ provision ก็ไม่ทำออกมาหลายปีแล้ว (เคือง ไม่ยอมพิมพ์ Rendezvous with Rama ภาคต่อ)
  • The World is Round - ซื้ออ่านในฐานะแฟนผลงานที่ดีของคุณคนชายขอบ
  • ลิ้นชักที่เลิกใช้ - วัน ณ จันทร์ธาร เคยอ่านรีวิวหนนึงแล้วว่าจะซื้อ แต่ก็ลืม จนสุดท้ายก็ได้มาเจอเอาโดยบังเอิญที่บูธ alternative writer
  • ดวงอาทิตย์ กับดอกทานตะวัน - เห็นเป็นชื่อ ทินกร หุตางกูร ก็คว้าไว้ได้โดยไม่ลังเล
  • นวนิยายมีมือ - อ่านงานของ นิ้วกลม มาบ้างเล็กๆ น้อยๆ เล่มนี้เป็นการลองอ่านจริงๆ จังๆ

ส่วนครั้งที่ผ่านมาดูได้ตามนี้ 2007/1, 2006/1, 2005/2

0×0 iframe redux

by pittaya

จากโพสต์วันก่อน เรื่อง 0×0 iframe มีคนจากทาง kapook มาชี้แจงไว้แล้วตามนี้

ขอขอบคุณที่ตั้งข้อสังเกตนะครับ

ไฟล์ count.html ในหน้าแรก เกิดจากการที่ต้องการนับการแสดงแบนเนอร์ในหน้าแรกของ Kapook.com
ซึ่งโดยปกติ Banner ในหน้าอื่นๆจะผ่านระบบ Ad server ได้เพราะเป็นไฟล์เดี่ยวๆ

แต่เนื่องจาก Banner หน้าแรกของ Kapook ตรงช่องทีวีมีความแตกต่างเพราะจะเป็นแบบแสดงผลแล้วต้องรีบดึง Banner ชิ้นอื่นมาแสดงสลับกันไป ระบบกลไก Flash จึงแตกต่าง ทำให้ไม่สามารถนับ Impression ได้ โปรแกรมเมอร์จึงแก้ปัญหาด้วยการนับ Impression แทรกลงที่ไฟล์นี้แทนครับ ไม่ใช่การโกง Adview ตามที่ได้เขียนใน Blog นี้แต่อย่างใด เพราะผู้ลงโฆษณาที่ลงในแบนเนอร์ขนาด size นี้ จ่ายเงิน fix รายเดือน ไม่ใช่จ่ายตาม Impression
จึงไม่มีเหตุผลที่จะต้องโกงตัวเลขเพราะไม่ได้เงินเพิ่ม แต่ต้องการวัดจำนวนผู้ชมที่แท้จริงเท่านั้น

ส่วนเรื่องการเปลือง Bandwidth นั้นทางทีมงานขอขอบพระคุณมากที่แนะนำ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้แก้ไขลดขนาดรูปต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ทีมงาน Kapook.com

อ่านดูแล้วก็งงหน่อยๆ เพราะไม่มีประสบการณ์เรื่อง OpenAds ไม่รู้ว่ามันมีข้อจำกัดตรงไหนบ้าง แต่ถ้าจะให้มัน rotate ไปเรื่อยๆ กรอบของหน้าทีวีทำเป็น html ธรรมดาน่าจะดีกว่าไม่ใช่หรือ? ทำเป็น iframe ขนาด 0×0 นี่มันน่าสงสัยมากๆ เลย

ยังไงก็ถือว่าเป็นความเข้าใจผิดของผมเอง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย

ชี้แจง: ข้อความข้างล่างเป็นความเข้าใจผิดของผมเอง ข้อเท็จจริงอ่านได้จากที่ kapook ได้เข้ามาชี้แจงแล้ว

เวลาที่เราต้องการดูเวบไหนในอดีต เรามีเครื่องมือช่วยเหลือที่ดีอย่าง Wayback Machine เพียงแค่ใส่ URL ของเวบเข้าไป มันก็จะแสดงหน้าเวบนั้นๆ ในอดีตมาให้เลือกจิ้มดูได้ อย่างวันดีคืนดีคิดจะย้อนไปดู Yahoo ในอดีตกาล เอามาเทียบกับในวันนี้ก็ยังทำได้

สืบเนื่องจากที่บ่นไปเมื่อวานเรื่อง iframe ขนาด 0×0 pixel ที่เวบ kapook เมื่อวานนี้ ก็เกิดสงสัยขึ้นมาอีกว่า kapook เริ่มทำอย่างนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ก็เลยจัดการใช้ wayback machine ย้อนเวลาไปดูหน้าของ kapook ในอดีตซะ

Wayback machine

คลิกไปคลิกมาก็พบว่าวันแรกที่มีการใช้ iframe ซ่อนเพื่อโกง ad view นี้เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 21 september 2004 (สังเกตดูจาก URL ได้)

Zero sized iframe

สรุปก็คือว่า ภายในระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา คนที่มาลงโฆษณาโดนโกง ad view มาโดยตลอดน่ะเอง

บทความ Will Thai Reforms Make Censorship Worse? ในนิตยสาร TIME (via pantip) อ้างถึงคำสัมภาษณ์ของ ลัดดา ตั้งสุภาชัย (ผู้อำนวยการกลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม)

“Uneducated” is the term Ladda uses to describe Thai filmgoers. “They’re not intellectuals — that’s why we need ratings,” she says.

“Nobody goes to see films by Apichatpong,” she says. “Thai people want to see comedy. We like a laugh.”

คำถามที่สงสัยคือว่า “กลุ่มเฝ้าระวังทางวัฒนธรรม” มีหน้าที่ทำอะไรกันแน่ มีหลักเกณฑ์อะไรในการคัดเลือกคนมาทำงาน ถึงได้แต่งตั้งคนที่มีความคิดตื้นเขินแบบนี้เป็นถึงระดับผู้อำนวยการ

สิ่งที่น่าวิตกไม่ใช่เรื่องการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมอย่างรวดเร็วในปัจจุบันนี้หรอก แต่เป็นการที่เราปล่อยให้ความรับผิดชอบมันตกอยู่ในมือของคนพรรค์นี้ต่างหาก

Zero sized iframe

by pittaya

ชี้แจง: ข้อความข้างล่างเป็นความเข้าใจผิดของผมเอง ข้อเท็จจริงอ่านได้จากที่ kapook ได้เข้ามาชี้แจงด้านล่าง

วันนี้ลองเปิดเข้า kapook.com เล่นๆ ดู อยากรู้ว่าเดี๋ยวนี้เวบบ้านเราไปถึงไหนกันแล้ว ก็บังเอิญไปเจออะไรแปลกๆ เข้า

What is this?

ลองเอา Firebug จิ้มดูก็พบว่ามันคือ iframe น่ะเอง

It’s a zero-sized iframe

iframe ตัวนี้มีขนาดกว้างxยาว ที่ 0×0 pixel และชี้ไปที่หน้า count.html ดูแล้วมันแปลกๆ แฮะ คือว่า iframe เนี่ย ถ้าให้มันมีขนาดเป็น 0 pixel แล้วแสดงว่ามีความต้องการที่จะซ่อนอะไรสักอย่างแน่ๆ ก็เลยลองเปิดเฟรมนั้นเต็มๆ ดู… โอ้โห… นี่มัน…

Banner!

เป็นหน้าโฆษณาเต็มๆ เลย พอลอง refresh ดูมันก็เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วย ว่าแต่ว่ามาลงโฆษณาตรงนี้ ใครมันจะไปมองเห็นน้อ… ต้องขอลองเปิด source HTML ดูสักหน่อย

View source

มันคือโค้ดที่ generate ขึ้นมาจากโปรแกรม OpenAds น่ะเอง นั่นก็หมายความว่า ทุกครั้งที่มีการเปิดหน้าแรกของ kapook ขึ้นมา โฆษณาที่อยู่ใน iframe นี้ก็จะถูกโหลดขึ้นมาด้วย เรื่องเดือดร้อนของคนใช้ net อย่างเราๆ ก็คือว่า มันมีการโหลดเนื้อหาที่ไม่จำเป็น และไม่ได้แสดงผลขึ้นมาด้วย เปลือง RAM เปลือง Bandwidth โดยใช่เหตุ

แต่สิ่งสำคัญคือ คนที่มาลงโฆษณาแบบนับเป็น impression หรือเอาง่ายๆ คือเหมาว่าจะลงโฆษณาให้แสดงทั้งหมดกี่ครั้ง สมมุติว่า sony (อย่างในรูป) ลงโฆษณาในหน้าแรกของ kapook โดยบอกว่าจะลงโฆษณาทั้งหมด 1,000,000 impression แปลว่า ถ้า banner แสดงครบ 1,000,000 ครั้งเมื่อไหร่ ก็ถือว่าหมดแล้ว สำหรับในกรณีนี้คนเสียผลประโยชน์คือคนมาลงโฆษณา เพราะทำแบบนี้ banner ถูกโหลดมาจำนวน 1,000,000 ครั้งก็จริง แต่แสดงให้คนเข้าเวบเห็นไม่ถึงตามจำนวนนั้นแน่ๆ

พูดง่ายๆ ก็คือโกง ad view ของโฆษณาน่ะแหละ

ถ้า agency โฆษณารู้เข้า จะทำยังไงหนอ

เพิ่มเติม: เปิดด้วย IE แล้วมันมองไม่เห็นซะด้วยแฮะ ต้องใช้ Firefox เท่านั้น

Weekly Top Tracks

by pittaya

เป็นไปตามคาดสำหรับอันดับ weekly top track ประจำเวบ last.fm สัปดาห์นี้ ดูกันเอาเองจากรูป

Top Tracks

In Rainbows

by pittaya

Radiohead อัลบัมใหม่ออกแล้ว

In Rainbows

อัลบัมนี้ชื่อว่า “In Rainbows” โดยตอนนี้ radiohead เป็นวงอิสระที่ไม่ได้เซ็นสัญญากับค่ายใดๆ และทางวงก็ตัดสินใจขายเพลงผ่านช่องทาง internet ให้แฟนๆ โหลดไปฟัง (รายละเอียดเพิ่มเติมอ่านจากข่าวใน blognone)

แฟนเพลงที่ซื้อทาง internet สามารถซื้อทั้งอัลบัม (10 เพลง) ได้ในราคาเท่าไหร่ก็ได้ แต่จะเสียค่าบริการของบัตรเครดิต 0.45 ปอนด์ นั่นคือ จะซื้อในราคา 0 ปอนด์ก็ได้ แค่จ่ายค่า transaction 0.45 ปอนด์ ก็จะโหลดเพลงมาฟังได้เลย ไม่มี DRM ด้วย!

สำหรับแฟนเพลงที่อยากได้สิ่งของแบบจับต้องได้ ก็จะมีแบบ Disc Box ขายเหมือนกัน แต่เริ่มวางขายช่วงเดือนธันวาคมโน่น สนนราคาอยู่ที่ 40 ปอนด์ หน้าตาก็ตามรูปด้านบน ประกอบด้วย CD อัลบัม in rainbows แบบเดียวกับที่เปิดให้โหลด, Enhanced CD มีเพลงใหม่ + รูปภาพดิจิตอล, อัลบัมในรูปแบบไวนีล 2 แผ่น, สมุดรวมภาพ + เนื้อเพลง

อยากได้ แต่ติดอยู่ตรงที่เครื่องเล่นแผ่นไวนีลตอนนี้มันเจ๊งไปแล้ว ตอนนี้ก็ซื้อแบบดิจิตอลมาฟังอย่างเดียวก่อน

Next Page »