มื้อสุดท้ายของปี 2007 ก็ไม่ได้ออกไปกินอะไรข้างนอกเหมือนเคย ขี้เกียจออกไปเบียดกับคน ไม่รู้ว่าจะมีระเบิดอะไรเหมือนปีที่แล้วหรือเปล่า
ในที่สุดก็ทำอาหารกินเองเหมือนปีที่แล้ว เมนูคราวนี้ก็คือ
ลาบทูน่า - ซื้อทูน่าแช่แข็ง กับชุดทำลาบสำเร็จรูปจาก foodland
ต้มแซ่บเครื่องในวัว - มั่วๆ เอา รสชาติออกมาเหมือนต้มยำผสมต้มแซ่บ
หอยแมลงภู่นึ่ง - นึ่งในไมโครเวฟธรรมดาให้ร้อน จิ้มกับน้ำจิ้มที่แถมมา

วัตถุดิบหาซื้อได้จาก foodland
คำถามประจำวันนี้คือ
“บะหมี่ใส่มายองเนสนี่จะอร่อยหรือไม่”
และคำตอบที่ถูกต้องคือ…

เป็นอารมณ์ค้างคาใจจาก Collage of our life ที่ดูไปเมื่อคืน คือเป็นฉากที่ Ryoko Hirosue กินบะหมี่ถ้วยสูตรพิสดารอย่างน่าเอร็ดอร่อย จนต้องมาทดลองเองว่ามันอร่อยจริงหรือเปล่า
เคยเห็น DVD หนังเรื่อง Collage of our life มานานแล้ว (หนังปี 2003) แต่ไม่ได้ซื้อมาดูเสียที อาจเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นจังหวะที่เบื่อๆ หนังญี่ปุ่น/เกาหลีอยู่พอดีก็ได้ และอีกเหตุผลหนึ่งคือได้ดูหนังเรื่อง 2LDK ของผู้กำกับคนเดียวกันไปแล้วก็ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมายนัก

ผลงานเก่าของผู้กำกับ Yukihiko Tsutsumi เรื่อง 2LDK เป็นเรื่องของสาววัยรุ่นสองคน เข้ามาแชร์เช่าห้องชุดอยู่ด้วยกัน (2LDK = 2 ห้องนอน + Living room, Dining room, Kitchen) แต่ด้วยความแตกต่างของทั้งสองคนทำให้สุดท้ายต้องหยิบเอาอาวุธที่หาได้ในห้อง มาเชือดกันให้ตายไปข้างนึง ที่เด็ดของเรื่องนี้คือทั้งเรื่องเกิดขึ้นในอพาร์ตเมนท์จำนวนไม่กี่ห้องนี้เท่านั้น
แต่วันนี้ที่จะเขียนถึงคือหนัง Collage of our life ที่ทำออกมาแล้วมีหลายแนวจนบอกไม่ได้ชัดเจนว่ามันเป็นหนังอะไรกันแน่ โครงเรื่องหลักอาจจะเป็นหนังรัก แต่ก็มีส่วนผสมของฟิล์มนัวร์, หนังสืบสวน, หรือกระทั่งหนังตลก ปนเปกันอยู่ โดยเนื้อเรื่องคร่าวๆ บอกว่าพระเอกเป็นช่างภาพมือสมัครเล่น พบรักกับแฟนสาวที่มาหัดถ่ายรูปเอาทีหลัง แต่ดันมีพรสวรรค์มากกว่าตัวเอง จนในที่สุดเกิดอาการรับไม่ได้จนต้องแยกทางกัน แต่แล้วก็มาได้ข่าวเอาทีหลังว่าเธอถูกฆ่าตายที่นิวยอร์ค ทำให้พระเอกต้องเดินทางไปตามหาความจริง
35 นาทีแรกของหนัง เป็นช่วงเวลาที่ดูหนังแล้วออกอาการ “อิน” อย่างแรง คนที่มีแฟนแล้วชวนกันออกไปถ่ายรูป สอนให้หัดถ่ายรูป เอารูปที่ล้างออกมาดูแล้วนั่งหัวเราะว่าที่ถ่ายมานี่มันหลุดโฟกัส คงจะเข้าใจความรู้สึกแบบนี้ได้ดี อีกทั้งความสดใสร่าเริงของนางเอกที่รับบทโดย Ryoko Hirosue ก็ทำให้หนังดูน่ารักขึ้นมาก
ในหนัง พระเอกกับนางเอกใช้กล้อง Canon F-1 ภาพถ่ายที่ใช้ในหนังเรื่องนี้มีทั้งภาพที่ถ่ายในญี่ปุ่นและนิวยอร์ค ซึ่งสวยมากๆ กระตุ้นให้อยากจะคว้ากล้องออกไปถ่ายรูปซะเดี๋ยวนั้นเลย

เค้าฝากมาให้ช่วยโปรโมท ก็ช่วยเหลือกันหน่อย ตัวหนังน่าจะได้ฉายประมาณต้นปีหน้า (ถ้าไม่โดนโรคเลื่อนซะก่อน)
มีคนรู้จักไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วซื้อขนมมาฝาก มันคือ “Maid Cookie” ออกแบบกล่องได้หน้าตาน่ารักน่าชังทีเดียว

เปิดออกมาแล้วเป็นแบบนี้ มีเป็นซองๆ ทั้งหมด 12 ซอง รส milk กับ maple อย่างละครึ่ง
แกะออกมาได้แบบนี้ แต่ละซองจะได้ maid หน้าตาไม่เหมือนกันด้วย

จริงๆ แล้วน่าจะมี Megane Cookie บ้างนะ
ตั้งแต่เริ่มดูฟุตบอลอังกฤษในสมัยเด็ก เคยนั่งคิดอยู่กับตัวเองว่าจะมีสถานการณ์ไหนบ้าง ที่จะทำให้ตัวเองต้องมาเชียร์ทีมอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
กรณีนึงที่พอจะคิดได้คือ สมมุติว่า แมนยูเตะกับอาร์เซนอล ถ้าแมนยูชนะแล้วจะไปตัดแต้มอาร์เซนอล ส่งให้ลิเวอร์พูลได้แชมป์ ถ้าเป็นกรณีเนี้ย คงจะต้องเชียร์ แต่ถ้าผลการแข่งขันเป็นแค่ตัดแต้มไม่ได้ชี้ชะตาแชมป์ ก็คงจะทำใจให้เชียร์ไม่ลง แต่กับในสถานการณ์อื่น ไม่ว่าจะเป็นทีมที่ไม่ชอบมากขนาดไหน เมื่อต้องมาเตะกับแมนยูฯ ผมก็เป็นอันต้องเชียร์ทีมนั้นอยู่ร่ำไป
สถานการณ์แบบที่ว่ายังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ความรู้สึกที่ต้องเชียร์ฝ่ายที่ไม่ชอบ มันเกิดขึ้นกับการเลือกตั้งครั้งนี้แหละ
There was something odd for him about not feeling lonely. The very fact that he had ceased to be lonely caused him to fear the possibility of becoming lonely again. The question haunted him: What would he do? Sometimes this fear would make him break out in a cold sweat.
เรื่องสั้น Tony Takitani ของ Haruki Murakami ถูกจับมาทำเป็นหนังกำกับโดย Jun Ichikawa

ทีแรกเคยคิดว่านิยายของ Murakami ไม่น่าจะเอามาทำเป็นหนังได้ แต่เรื่องนี้ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความเปล่าเปลี่ยวที่หนักอึ้ง แทบไม่ต่างจากตอนอ่านหนังสือเลย (อาจจะเป็นเพราะดนตรีประกอบของ Ryuichi Sakamoto ด้วยก็ได้)
วันเสาร์ที่ผ่านมาเอา macbook ไปเข้าอู่ เพราะมันไม่ยอมอ่าน CD/DVD
ที่จริงก็มีปัญหานี้มาหลายเดือนแล้ว แต่ดองเอาไว้เพราะก่อนนี้ติดงาน ทั้งที่ทำงานแล้วก็เรื่อง thesis ด้วย ตอนที่เอาไปซ่อมก็ไปที่ศูนย์ตรงสยามดิสคัฟเวอรี ทิ้งเครื่องไว้ วันนี้ตอนสายๆ เค้าก็โทรมาบอกว่าเรียบร้อยแล้ว
พอเจอเครื่องตัวเองเข้าถึงกับตกใจ เพราะเค้าเปลี่ยน top case ให้ใหม่ด้วย (มันคือส่วนกรอบจอ แล้วก็ที่วางมือ) เทียบกับของเก่าที่สกปรกจนเป็นสีเหลือง หมดปัญญาเช็ดแล้ว อันที่เปลี่ยนมานี่ใหม่ยังกะซื้อเครื่องมาใหม่เลยทีเดียว นอกจากนี้แบตเตอรีมันก็ใช้งานมาเยอะจนเริ่มเก็บประจุไม่อยู่แล้ว เลยได้โอกาสเปลี่ยนใหม่ไปพร้อมๆ กัน เบ็ดเสร็จแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฟรี! เพราะยังอยู่ในระยะเวลารับประกันของ apple care
ที่น่าเสียดายคือเสียสถิติ uptime ของเครื่องไป ตอนก่อนหน้าที่จะเอาเครื่องไปซ่อม ลองรันคำสั่ง uptime ดู ได้ผลว่า
$ uptime
13:55 up 23 days, 21 mins, 7 users, load averages: 0.71 0.71 0.66
กะว่าจะให้มัน up เกินเดือนซักหน่อย
เครื่องดื่ม Anything กับ Whatever ข้างในจะเป็นน้ำแบบสุ่ม เหมาะกับคนขี้เกียจคิดว่าจะดื่มอะไรดี มีทั้งแบบ carbonated และ non-carbonated

ราคาซื้อที่ 7-11 ในสนามบิน อยู่ที่ 1.30 SGD ก็ประมาณ 27-28 บาท (แพงกว่าน้ำกระป๋องบ้านเราเท่าตัวแน่ะ)
ปล. ยืมกล้องมือถือของเพื่อนมาถ่าย ปรับเอฟเฟกต์ให้สีแปร๋นๆ แบบนี้ด้วย picnik