Macbook Air

The World’s Thinnest Notebook

Macbook Air
รูปประกอบจาก Apple.com

  • ความบางก็แค่ 0.16 – 0.76 นิ้ว คิดเป็นหน่วยที่คุ้นเคยก็ 4-19 มิล
  • แน่นอนว่าไม่มี Optical Drive ต้องใช้แบบต่อแยก
  • จอใหญ่ 13.3 นิ้ว เท่า macbook เดิม
  • ตัวเครื่องเป็น Aluminium
  • น้ำหนักเพียงแค่ 3 lbs (1.36 kg)
  • CPU ใช้ของ Intel Cor2Duo มีให้เลือกที่ 1.6 กับ 1.8 GHz อินเทลทำพิเศษให้ ขนาดลดลงจากเดิม 60%
  • Memory มีมาให้ 2GB

ค่าตัวอยู่ที่ 1,799 USD คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 60,000 บาท (คิดที่ 1 USD = 33 THB)

อยากได้ครับ!
ตัวเก่าเอาไปเทิร์นที่ไหนดี!

uptime

วันเสาร์ที่ผ่านมาเอา macbook ไปเข้าอู่ เพราะมันไม่ยอมอ่าน CD/DVD
ที่จริงก็มีปัญหานี้มาหลายเดือนแล้ว แต่ดองเอาไว้เพราะก่อนนี้ติดงาน ทั้งที่ทำงานแล้วก็เรื่อง thesis ด้วย ตอนที่เอาไปซ่อมก็ไปที่ศูนย์ตรงสยามดิสคัฟเวอรี ทิ้งเครื่องไว้ วันนี้ตอนสายๆ เค้าก็โทรมาบอกว่าเรียบร้อยแล้ว

พอเจอเครื่องตัวเองเข้าถึงกับตกใจ เพราะเค้าเปลี่ยน top case ให้ใหม่ด้วย (มันคือส่วนกรอบจอ แล้วก็ที่วางมือ) เทียบกับของเก่าที่สกปรกจนเป็นสีเหลือง หมดปัญญาเช็ดแล้ว อันที่เปลี่ยนมานี่ใหม่ยังกะซื้อเครื่องมาใหม่เลยทีเดียว นอกจากนี้แบตเตอรีมันก็ใช้งานมาเยอะจนเริ่มเก็บประจุไม่อยู่แล้ว เลยได้โอกาสเปลี่ยนใหม่ไปพร้อมๆ กัน เบ็ดเสร็จแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฟรี! เพราะยังอยู่ในระยะเวลารับประกันของ apple care

ที่น่าเสียดายคือเสียสถิติ uptime ของเครื่องไป ตอนก่อนหน้าที่จะเอาเครื่องไปซ่อม ลองรันคำสั่ง uptime ดู ได้ผลว่า

$ uptime
13:55 up 23 days, 21 mins, 7 users, load averages: 0.71 0.71 0.66

กะว่าจะให้มัน up เกินเดือนซักหน่อย

My poor English

ตั้งแต่มี ipod nano ตัวใหม่ ก็เริ่มมีพฤติกรรมหา podcast มาดูมากขึ้น แต่เนื่องจากวิดีโอที่เป็นภาษาไทยไม่ค่อยจะมีรายการให้ดูเท่าไหร่นอกจาก duocore ก็ต้องไปหาที่เป็นภาษาอังกฤษมาดูบ้าง

ลองค้นใน podcast directory ของ iTunes ดูแล้วก็มีรายการน่าสนใจหลายรายการ ที่ subscribe ไว้ดูก็มี

  • Diggnation – รายการต้นแบบของ duocore บ้านเรา
  • GeekBrief.tv – พูดคุยข่าวคราวสั้นๆ ในวงการ tech/gadget โดยพิธีกรสาว Cali Lewis
  • Code Monkeys – การ์ตูนภาพเหลี่ยมๆ เหมือนหลุดออกมาจากเครื่องแฟมิคอม
  • National Geographic Video Shorts – สารคดีตอนสั้นๆ ดูเพลิน ได้ความรู้
  • Uefa weekly vodcast – รายการรายสัปดาห์เกี่ยวกับฟุตบอลยุโรป

นอกจากนี้ก็มีโหลดวิดีโอ presentation ของคนดังในแวดวง IT มาจาก google video, youtube เอามาดูอยู่บ้าง

ปัญหาหลักๆ ของการดูวิดีโอพวกนี้คือ มันเป็นภาษาอังกฤษ และไม่มีซับไตเติ้ล บางคนพูดชัดหน่อยก็พอฟังออก อย่างเช่น presentation ของ Lawrence Lessig เป็นคนที่มีลีลาการ present ได้ดีมากๆ พูดชัด ฟังทัน รู้เรื่อง ก็พอจะได้ใจ คิดว่าตัวเองคงพอฟังภาษาอังกฤษออกอยู่บ้าง แต่พอมาเจอคนที่พูดเร็วและเต็มไปด้วยสแลง (เช่น Alex ของ diggnation) ก็ใบ้กิน ฟังแทบไม่ออกเลย

ยังอีกห่างไกลกว่าจะดูหนังโดยไม่พึ่งซับไตเติ้ลได้

Mini review: iPod Nano 3rd Gen

เนื่องจาก ipod mini ตัวเก่าเกิดอาการงอแง ไม่ยอมแสดงปกอัลบัม ไม่ยอมเล่นไฟล์วิดีโอ ไม่ยอมแสดงผลเป็นจอสี แล้วก็ไม่ยอมให้ใส่ข้อมูลเกินกว่า 4GB ทำให้ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจำใจต้องซื้อตัวใหม่มาใช้ โดยตัวใหม่ที่ซื้อมาก็เป็นรุ่นล่าสุดที่เพิ่งออก iPod Nano 3rd Generation ขนาด 8 GB สีดำ

ipods
เปรียบเทียบจากซ้ายไปขวา : Mini, Nano 2nd gen (ของคนอื่น ยืมมาเทียบเฉยๆ), Nano 3rd gen

รูปลักษณ์ภายนอก: หลายคนบอกว่า nano ตัวใหม่นี่หน้าตาอ้วนเตี้ย ดูแล้วไม่สวย จะว่าไปก็ออกจะจริงอยู่ คือถ้าเทียบกับ Nano 2nd gen แล้วยังไงอันนั้นก็ดูดีกว่า แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายจนเกินไป อย่างน้อยก็ยังสวยกว่ายี่ห้ออื่น วัสดุด้านหน้าเป็นแบบเดียวกับ Nano 2nd gen ดูสวยงามดี ด้านหลังเป็นโลหะมันวาว สะท้อนแสง ใช้แทนกระจกได้เลย ตรงนี้เป็นรอยนิ้วมือง่ายมากๆ สำหรับคนรักความสะอาดอาจจะต้องหาซื้อปลอกมาใส่ จอภาพของรุ่นนี้แสดงผลได้ที่ 320×240 pixel เทียบกับขนาดจอ 2 นิ้ว ทำให้ความละเอียดจำนวน pixel/inch สูงมาก ภาพที่ได้ออกมาก็เลยมีความคมชัดสวยงามดี การเชื่อมต่อกับคอมก็ใช้สายต่อ USB แบบเดิม แต่ในรุ่นนี้หัวต่อ USB กับรูเสียบหูฟังมันติดกัน ทำให้ถ้าจะถอดสาย USB ออก ต้องถอดหูฟังออกก่อน น่ารำคาญเล็กน้อย

ฟังเพลง: ฟีเจอร์ใหม่ที่มีเข้ามาในรุ่นนี้คือ Cover Flow เอาปกอัลบัมมาเรียงๆ กันดูสวยงาม แต่ตรงนี้มีเรื่องน่าผิดหวังอยู่คือ ในหน้า cover flow นี้จะแสดงผลเรียงตาม Artist ได้เท่านั้น เรียงแบบ Album หรือ Album by Artist แบบใน iTunes ไม่ได้ ส่วนอื่นก็จะเหมือนๆ กับในรุ่นเดิม ยกเว้นการคอนโทรลบางอย่างจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย ชอบตรงที่สามารถ shuffle album หรือ artist ได้จากหน้าจอเล่นเพลงโดยตรงเลย ส่วนเรื่องคุณภาพเสียงนี่ไม่รู้เหมือนกันว่ามันดีหรือไม่ดี ไม่ใช่พวกหูเทพ แยกไม่ออก

CoverFlow
แสดงผลแบบ Cover Flow ได้สวยงาม

ดูวิดีโอ: วิดีโอสามารถเลือกดูได้ทั้งในโหมด widescreen และ fullscreen จากการทดลองดูไฟล์หนังที่ rip ออกมาจาก DVD ดูเป็นแบบ widescreen ก็จะพออ่านซับไตเติ้ลออก แต่ถ้าดูแบบ fullscreen ก็จะอ่านได้ค่อนข้างสบายตากว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยพื้นที่ด้านข้างที่โดน crop ทิ้งไป ไฟล์วิดีโอที่จะเอามาใส่ก็ใช้โปรแกรม iSquint แปลงเอา ง่ายดี (มีเฉพาะบน mac) หรือถ้าจะ rip จาก DVD ก็ใช้โปรแกรม handbrake (มีทั้ง mac และ windows)

อื่นๆ: ดูรูปภาพได้, มีเกมแถม 3 เกม (คงไม่ค่อยได้เล่น) สามารถ sync calendar, contact ได้ (ก็คงไม่ค่อยได้ใช้อยู่ดี) ไม่ support ภาษาไทย ถ้าเอาเพลงไทยใส่เข้าไป มันก็ไม่แสดงผล เห็นเป็นว่างๆ เหมือนกับใน Nano 2nd gen อันนี้ก็ไม่ซีเรียสเท่าไหร่ เพราะปกติก็ดูเอาจากหน้าปกแล้วเลือกฟังทีเดียวทั้งอัลบัมอยู่แล้ว

สรุป
Pros: เมนูสวยงาม ใช้งานง่าย วิดีโอคมชัด หน้าตาดูดีมีชาติตระกูล
Cons: บอดี้ด้านหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย ถอดสาย USB ลำบาก