Persepolis

ได้ยินชื่อหนัง Persepolis มาเป็นระยะๆ นานแล้วเหมือนกัน (คุณ s65 กับคุณเช ก็เคยเขียนถึง) หนังเพิ่งเข้าฉายบ้านเราที่โรง House RCA เมื่อวานนี้มีโอกาสก็เลยเข้าไปดู

หนังเป็นเรื่องของเด็กหญิงคนหนึ่งที่เติบโตขึ้นมาในประเทศอิหร่าน ผ่านช่วงสงคราม ช่วงปฏิวัติศาสนา การกดขี่ทางด้านวัฒนธรรม ซึ่งจริงๆ ก็คืออัตชีวประวัติของ Marjane Satrapi คนเขียนการ์ตูนเรื่องนี้น่ะเอง

ดูจบแล้วติดใจ ก็เลยไปซื้อหนังสือต้นฉบับมาจาก Kinokuniya

Persepolis
Persepolis boxed set

หนังสือมีสองเล่มคือเล่มแรก The story of a childhood และเล่มสอง The story of a return แพ็คขายคู่ มีกล่องใส่ให้ สนนราคา 852 บาท หรือมีอีก edition หนึ่งรวมทั้งสองเล่มเป็นเล่มเดียวจบ ใช้ชื่อว่า The complete persepolis แต่อันนี้ปกไม่ค่อยสวย ขายอยู่ 900 กว่าบาท ก็เลยเลือกแบบสองเล่มดีกว่า

สิ่งที่ได้เห็น ได้รับรู้ในหนัง อาจจะเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อสำหรับคนที่มีชีวิตอยู่ในโลกที่ไม่ใช่รัฐศาสนา การดื่มแอลกอฮอลล์, การฟังเพลงของ Iron Maiden, การใส่รองเท้า Nike, กระทั่งการออกนอกบ้านโดยไม่ใส่ผ้าคลุมผม เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งต้องห้าม และมีเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราให้แน่ใจว่าประชาชนจะไม่ฝ่าฝืนระเบียบเหล่านี้

แต่เมื่อกลับมามองดูตัวเราเองจริงๆ แล้ว กลับเห็นความคล้ายคลึงกันอย่างบอกไม่ถูก ถึงระดับของการปิดกั้นทางวัฒนธรรมจะไม่ได้สูงเท่า แต่ก็ไม่สามารถเถียงได้ว่าบ้านเราไม่มีการปิดกั้น และแนวโน้มการปิดกั้นทางวัฒนธรรมในบ้านเราทำท่าว่าจะหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ เสียด้วย ตั้งแต่เรื่องห้ามขายการ์ตูนที่มีฉากวาบหวิว ห้ามพระเล่นกีตาร์ในหนัง รวมทั้งข้อกำหนดงี่เง่าอีกหลายๆ อย่าง (บางอย่างไม่อาจเอ่ยได้ในที่สาธารณะด้วยซ้ำ!) ด้วยเหตุผลที่ว่า “เพื่อความมั่นคงของชาติ”, “เพื่อรักษาวัฒนธรรมอันดีงาม” แน่หละ พวกนั้นมันเป็นของเมืองนอกเมืองนา วัฒนธรรมของชาติอื่น มันจะมาดีงามสู้วัฒนธรรมไทยได้ยังไงกัน

Speaker for the Dead

Speaker for the Dead

Speaker for the Dead นิยายเล่มที่สองในซีรีย์ต่อจาก Ender’s Game โดย Orson Scott Card

ในเล่มแรก Ender’s Game ยังไม่ชอบเท่าไหร่นัก อ่านได้เพลินๆ แต่พอได้อ่านคำนำของ Speaker for the Dead ถึงเพิ่งรู้ว่าเล่มก่อนหน้านี้น่ะมันแค่น้ำจิ้ม แค่ปูทางเอาไว้ให้เล่าเรื่องในเล่มนี้

เนื้อหาในเล่มไม่ได้เน้นแค่ sci-fi อย่างเดียว แต่ยังตั้งคำถามกับคนอ่านถึงเรื่องคุณงามความดี, ศีลธรรม, บาป, เผ่าพันธุ์, ความรัก, ความตาย ฯลฯ ลากเอาสิ่งที่เราคิดกันว่าดีงาม ถูกต้อง ออกมาชำแหละ เปรียบเทียบ และนำเสนอในแง่มุมใหม่ๆ ที่อาจจะไม่เคยเจอมาก่อน

Masterpiece สำหรับคอ sci-fi ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

(ช่วยกันอุดหนุนหนังสือของ ASK media กันเยอะๆ ด้วยก็ดี เค้าจะได้เข็นเอา Xenocide ภาคต่อออกมาขายด้วย )

Tony Takitani

There was something odd for him about not feeling lonely. The very fact that he had ceased to be lonely caused him to fear the possibility of becoming lonely again. The question haunted him: What would he do? Sometimes this fear would make him break out in a cold sweat.

เรื่องสั้น Tony Takitani ของ Haruki Murakami ถูกจับมาทำเป็นหนังกำกับโดย Jun Ichikawa

Tony Takitani

ทีแรกเคยคิดว่านิยายของ Murakami ไม่น่าจะเอามาทำเป็นหนังได้ แต่เรื่องนี้ดูแล้วรู้สึกได้ถึงความเปล่าเปลี่ยวที่หนักอึ้ง แทบไม่ต่างจากตอนอ่านหนังสือเลย (อาจจะเป็นเพราะดนตรีประกอบของ Ryuichi Sakamoto ด้วยก็ได้)

After Dark

ไม่ทันได้ตามข่าวว่านิยายเล่มใหม่ของ Murakami แปลเป็นภาษาอังกฤษ และมีวางขายเรียบร้อยแล้ว เล่มนี้ชื่อว่า After Dark

After Dark

ตอนที่เดินเล่นรอเวลาขึ้นเครื่องอยู่ที่ Duty Free สนามบิน Changi เดินเข้าไปในร้านหนังสือแล้วบังเอิญเหลือบไปเห็นเข้า ราคาอยู่ที่ 32.50 SGD เทียบเป็นเงินไทยแล้วก็ 700 กว่าบาท เกือบจะหยิบมาแล้ว แต่พอดีที่นั่นมี internet ให้ใช้ฟรีเลยลองเช็คราคากับทาง kinokuniya บ้านเราก่อน ปรากฏว่าบ้านเราถูกกว่า เมื่อวานนี้เลยได้โอกาสไปหยิบมาจากสาขาสยามพารากอน ในราคา 674 บาท (ห่อปกฟรี)

ชอบปกซีรีย์นี้อยู่แล้ว ซื้อมาเข้าเซตกับเล่มอื่นๆ ที่มี ยกเว้น Kafka on the Shore ที่ดันเป็นอีกปกหนึ่ง เห็นที่ kinokuniya มีปกซีรีย์นี้ทุกเล่มเรียงเป็นตับแล้วเกิดอารมณ์อยากจะซื้อใหม่เสียจริงๆ

Book Fair 2007/2

เป็นธรรมเนียมที่ไปงานหนังสือแล้วก็ต้องมาแปะให้คนอื่นดูว่าซื้ออะไรมาบ้าง สำหรับคราวนี้เจ็บตัวน้อยกว่าครั้งก่อนๆ เพราะควบคุมงบระดับนึง ไม่อยากซื้อเยอะ ที่ซื้อมาก็มีตามนี้

  • โฉมหน้าศักดินาไทย – จิตร ภูมิศักดิ์ หนึ่งใน 100 หนึ่งสือดีที่คนไทยควรอ่าน
  • The Long Tail – ฉบับแปลไทย ได้มาจากบูธเนชั่น พลิกปกหลังดูเห็นมี Lessig กับ Schmidt มาเขียนชมให้ เลยซื้อมา
  • Speaker for the Dead – ชื่อไทยว่า วาทกะแด่ผู้ล่วงลับ ภาคต่อของ Ender’s Game ได้มาจากบูธ ASK สงสัยว่าจะเหลือเป็นเจ้าเดียวที่ยังทำ sci-fi อยู่ เพราะ provision ก็ไม่ทำออกมาหลายปีแล้ว (เคือง ไม่ยอมพิมพ์ Rendezvous with Rama ภาคต่อ)
  • The World is Round – ซื้ออ่านในฐานะแฟนผลงานที่ดีของคุณคนชายขอบ
  • ลิ้นชักที่เลิกใช้ – วัน ณ จันทร์ธาร เคยอ่านรีวิวหนนึงแล้วว่าจะซื้อ แต่ก็ลืม จนสุดท้ายก็ได้มาเจอเอาโดยบังเอิญที่บูธ alternative writer
  • ดวงอาทิตย์ กับดอกทานตะวัน – เห็นเป็นชื่อ ทินกร หุตางกูร ก็คว้าไว้ได้โดยไม่ลังเล
  • นวนิยายมีมือ – อ่านงานของ นิ้วกลม มาบ้างเล็กๆ น้อยๆ เล่มนี้เป็นการลองอ่านจริงๆ จังๆ

ส่วนครั้งที่ผ่านมาดูได้ตามนี้ 2007/1, 2006/1, 2005/2