โคขุน โพนยางคำ
ไปร้านอาหารอีสาน โคขุน โพนยางคำ ซอยนวลจันทร์ 21 เป็นร้านขึ้นชื่อเรื่องเนื้อ เพราะใช้เนื้อโคขุนจากสหกรณ์โคโพนยางคำ จังหวัดสกลนคร ที่มีรสชาติอร่อยและราคาถูก ไปกินคราวนี้เป็นหนที่สี่แล้ว

อุปกรณ์การกิน ช้อน ส้อม ตะเกียบ

แจ่ว เอาไว้จิ้ม รสชาติออกหวานๆ เปรี้ยวๆ

เนื้อหนอก ข้าวเหนียว ชุดผัก ถ้าไม่อิ่มก็สั่งเนื้อมาเติมได้เรื่อยๆ มีหลายชนิดให้เลือก

เนื้อหนอก ดูกันชัดๆ จะเห็นไขมันแทรกอยู่ในเนื้อ จุ่มลงในหม้อไม่กี่วินาทีก็กินได้แล้ว

แกงอ่อมเนื้อ น้ำแกงซดได้อร่อยดี

ขาดไม่ได้คือเครื่องดื่ม it could only be Heineken
กินกันแค่นี้ ข้าวเหนียว 2 กระติ๊บ เบียร์ 2 ขวด รวมแล้วเบ็ดเสร็จ 399 บาท อิ่มอร่อยคุ้มราคา แต่แย่ตรงที่ร้านนี้เดินทางมาลำบากหน่อยนึง เพราะอยู่ห่างไกลเหลือเกิน ถ้าใครไม่เคยมาแล้วอยากลอง ก็ดูได้จากแผนที่ ร้านอยู่ปากซอยนวลจันทร์ 21 เลย







อ๊ากกกก น้ำลายไหล
ถ่ายรูปสวย หรือ อาหารเทพ เนี่ย =P
ล้อเล่นน่ะ แต่น่ากินโคตรๆ
น่าเปลี่ยนมาเขียนชิมไปบ่นไปนะเนี่ย
เย้ พี่หวูดจิ้มแผนที่ให้แล้ว
ขอบคุณครับ ^^
ไปกินมา 2-3 ครั้ง อร่อยดีครับ แต่ครั้งล่าสุดพนักงานที่ร้านแปลก ส่งอาหารผิดๆถูกๆ ครบมั่งไม่ครบมั่ง สงสัยขยายร้านแล้วพนักงานไม่พอกระมั้ง แต่ถ้าว่างๆ เด๋วไปกินอีก หุหุ อร่อยติดใจ
ร้านนี้ัยังไม่ได้ไปกินซะที
กินแต่ตรงหลังจันทร์เกษม แถววังหินน่ะ
อันนี้ –> http://iannnnn.com/2007/491
เดี๋ยวต้องลองไปกินเทียบกันซะหน่อย
แต่ที่วังหินน่ะ อาการแบบคุณ ki คคห.5 บอกเปี๊ยบเลย – -”
แว้ก น่าทานมากๆค่ะ ชอบทานเนื้อวัวซะด้วยสิ เรา
เนื้อที่นี่ผมกินตั้งแต่เด็กๆ เพราะว่าผมโตที่บ้านโพนยางคำ พ่อก็ทำงานที่นั่น ลุงฟรังซัวก็เคยส่งพ่อของผมไปดูงานที่ฝรั่งเศษ และกลับมาพัฒนาขุนเนื้อวัวที่บ้านเรา ของคนในพื้นที่ ตอนสิบกว่าขวบผมเข้ามากรุงเทพฯ ผมเคยไปกินเนื้อที่อื่น แล้วได้กลิ่นและเหนียว และรู้สึกว่าไม่เหมือนเนื้อที่เคยกิน ก็เป็นคนไม่ค่อยกินเนื้ออีกเลย ทุกวันนี้ยังแนะนำหลายคนบอกให้ลองดูว่ามันต่างกับเนื้อที่อื่นยังไง
ถ้ามีโอกาสจะแวะไปชิมอาหารร้านนี้ดูบ้างนะครับ:)
ซี๊ด ด ด ด ด เสียว ว ว ว ว
สำหรับทุกท่านที่ชอบท่านเนื้อ ต้นเดือนพฤศจิกายน 51 นี้พบกับ “โคขุนคันทรี” ที่ รามอินทรา กม. 9นะค่ะ พบอาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ T.081-838-9323
ถ้าเนื้อวัวต้องยกให้เค้า..ผมคนไม่ทานเนื้อวัวแต่เพื่อนไปทานมาบอกว่าเนื้อมันละลายในปาก(ไม่รู้จิงป่าว)แต่ผมมีร้านอาหารอีสานอยากแนะนำชื่อร้านจุ่มแซบโพธิ์แก้วหรือโคราชาแถวซอยโพธิ์แก้ว เข้าลาดพร้า101ก็ได้ถึงวัดบึงทองหลางเลี้ยวขวาไป500เมตรอยู่ซ้ายมือ อาหารอร่อยมากถึงขนาดต้องต่อคิวนั่งโต๊ะ ที่สำคัญอยากทานอะไรมีแทบทุกอย่างทั้งอาหารไทย อีสาน บริการดีมากๆ(เด็กเสิร์ฟน่ารักจิงๆ) เจ้าของร้านชื่อพี่อ๊อด…อัธยาศัยดีมากเป็นกันเองราคาถูกมาก
ใครอยู่แถวนั้นลองไปทานดูครับรับรองจะบอกว่าอร่อยและดีจิงๆ
ไปมาแล้วที่นวลจันทร์ จะดีมากถ้าร้านสะอาด แต่ที่เชียงใหม่เค้าก็มีร้านเนื้อโคขุนขายคล้ายๆกันแบบนี้เหมือนกัน เปิดมาปีกว่าๆแล้ว ร้านสะอาดมาก ไม่เหม็นคาวเหมือนนวลจันทร์อ่ะ แล้วเนื้อก็รู้สึกว่าคุณภาพดีกว่ามาก แล้วที่สำคัญที่สุดราคาถูกมาก…ขายได้ไงจานละ29บาท แล้วก็ถ้าจะกินเป็นบุฟเฟต์ก็ได้ด้วย 199 ต่อคน…ถูกโคตรๆ (ชื่อร้าน โคขุนเชียงใหม่ แต่คนเชียงใหม่เรียก ซุ้มสบายโคขุน ถ้าใครได้ไปแอ่วเชียงใหม่ลองแวะไปชิมดู รับประกันว่าดีมาก)
ซุ้มสบายหมูกะทะ เคยไปกินมาแล้ว ไม่ประทับใจเลยค่ะ ร้านค่อนข้างสกปรก (เจอแมลงสาบวิ่งตามโต๊ะ)อาหารไม่ค่อยสด แถมเจ้าของร้านงก คิดเล็กๆน้อยๆ
ชอบ สุคนธา มากกว่าเยอะ
โคขุน โพนยางคำ ซอยนวลจันทร์ 21 โกงบิลเรามา 3 ครั้งแล้วนะที่จับได้อ่ะ ล่าสุดไปกินมาเมื่อคืนนี้เอง ไปกัน 4 คน เรา,แฟนเรา และเพื่อนแฟนอีก 2 คน สั่งอาหารเยอะแยะมากมาย พร้อมเบียร์มาทาน เมื่อเราทานของคาวเสร็จ ก็ตกท้องด้วยของหวาน ในเมนูมี สละลอยแก้ว ไอติมถ้วยละ 15 และไอติมเลเต้ถ้วยละ 45 (ไอติมเลเต้ เป็นไอติมลักษณะ 1 ถ้วย 1 รสชาติมีฝาปิดมิดชิด ) เราถามพนักงานเพราะไม่เคยสั่ง ว่า… สั่งหลายๆรสตักใส่ถ้วยรวมกันได้ใช่มั้ย ? พนักงานตอบ : ใช่ ( มันก็น่าจะรู้ได้แล้วนะว่าลูกค้าสั่งไอติมแบบ ถ้วยละ 15 ซึ่งใส่กี่ก้อนก็ว่าไป ) เราเลยถามต่อ: มีรสอะไรบ้าง พนักงานบอก มีรสนู้นนี้นั้น…เราเลยสั่งไอติมไป 3 ก้อน รสสตรอเบอร์รี่ ช็อคโกแลต และช็อคโกแลตชิพ นึกว่าจะตักมาเป็นก้อนๆ มันเสือกหยิบไอติมแพงมาให้ เป็นไอติมเลเต้ถ้วยละ 45 บาท 3 ถ้วย 3 รส
” แปลกใจเลยตู ” เห็นว่าหยิบมาแล้ว เลยเอาถ้วยนึงละกัน และคืนพนักงานไป 2ถ้วย โดยบอกว่า ถ้ามาเป็นถ้วยแบบนี้ขอถ้วยเดียวล่ะกัน นึกว่าจะตักมาเป็นก้อนๆใส่ถ้วยแบบไอติมเนสเล่
พอเราทานไอติมเสร็จ ก็ขอตัวกลับก่อน เพราะติดละคร โดยที่แฟนกับเพื่อนๆ นั่งกินเบียร์ต่อ และจากประสบการณ์โดนโกงบิลจากร้านนี้หลายครั้ง เลยบอกแฟนว่าดูบิลดีๆนะ และแล้วก้อเป็นอย่างที่คิด มันคงเห็นว่าเป็นผู้ชาย ซึ่งไม่ค่อยจะเช็คดูบิลกัน แถมยังนั่งกินเบียร์กัน คงจะเมาๆ ไม่ดูบิลหรอก มันเลยเขียนในบิลว่าตูสั่งไอติมเลเต้ถ้วยละ 45 ไป 4 ถ้วย ขอย่ำ 4 ถ้วย เป็นจำนวนเงิน 180 บาท ดูมัน สุดๆอ่ะ
ถ้าเมื่อคืนตูอยู่ คงมีวีนแอนด์ โวยวายเจ้าของร้านให้อับอายกันบ้างแหละ มันหลายครั้งเกินไปแล้ว ทำกันจนเป็นสันดาร เป็นอาชีพ ร้านก็มีชื่อเสียงนะ คนก็ไปอุดหนุนกินกันเยอะ ไมทำกับลูกค้าแบบนี้ เจ็บใจ ก่อนหน้าที่ไม่ได้เช็คดู ไม่รู้เอาเงินตูไปเท่าไหร่แล้ว และ 2 ครั้งที่โดนก็แนวเดียวกัน แต่จะเป็นรายการของคาว โดยมันจะเพิ่มรายการอาหารที่เราไม่ได้สั่งและไม่ได้กิน หรือไม่ก็ ใส่รายการเบิ้ล เช่นกินเนื้อย่าง 4 จาน เป็น 5 จาน หรือไม่ก็ จากที่เราสั่งทานเนื้อย่างธรรมดา มันใส่เป็นเนื้อย่างลูกวัว เนื้อสันในหมัก ซึ่งราคาแพงกว่าที่เรากิน ที่แน่ๆ รายการบิลผิดพลาด ทางร้านมันไม่เคยเสียเปรียบ ลูกค้าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบตลอด คือคิดเงินเกินตลอด ที่เคยโดนโกงจะเป็นรายการ พวกเนื้อย่าง ต้มแซบ พวกยำๆทั้งหลาย น้ำแข็ง ยิ่งพูดยิ่งเจ็บใจ จะมาโพสด่า โพสเตือนเพื่อนๆที่ไปกินร้านนี้ซักหน่อย เลยได้เจอได้อ่านของเพื่อนๆซึ่งโดนแบบเดียวกันเพียบ เจ้าของควรทำไรสักอย่างนะ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่ เพราะจากร้านที่มีชื่อเสียง จะกลายเป็นชื่อเสียซ่ะ ที่สำคัญ เคยได้ข่าวมาว่า คนที่ทำงานในร้านโคขุน ส่วนใหญ่มักจะรับ ญาติพี่น้อง หรือคนรู้จักเข้ามาทำงานในร้าน ก็ขอให้ทุกคนคิดดูละกัน อย่างนี้มันคงไม่ใช่ปลาเน่าแค่ตัวเดียวหรือ 2 ตัวหรอก แต่มันเป็นปลาเน่าทั้งฝูง
เนื้อโคโพนยางคำหรือเนื้อไทยเฟรนซ์ (Thai-French Natural Beef)
หลายๆคนคงเคยได้ยินคำว่า “โพนยางคำ” มาแล้ว หลายๆคนอาจจะสงสัยว่า โพนยางคำคือ อะไรและแปลว่า อะไร จริงๆแล้วนั้น โพนยางคำ เป็นชื่อของหมู่บ้านในจังหวัดสกลนครที่เป็นที่ตั้งของสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จำกัด เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นร้านอาหารหลายๆร้านใช้ชื่อ โพนยางคำ เพราะ ว่า สหกรณ์ไม่หวงลิขสิทธิ์ในการใช้ชื่อ ขอให้ทุกร้านใช้เนื้อโพนยางคำของจริงก็พอ เพราะเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย แต่ถึงกระนั้น ก็ยังมีหลายๆร้านที่ไม่ใช้เนื้อโพนยางคำของแท้
เพราะฉะนั้น ไม่มีร้านอาหารไหนที่สามารถอ้างได้ว่า ตัวเองเป็นเจ้าของเนื้อโพนยางคำ จะมีก็แต่สหกรณ์เท่านั้นที่เป็นเจ้าของเนื้อโพนยางคำที่แท้จริง
เนื้อโคขุนโพนยางคำ หรือ เนื้อไทยเฟรนช์ (Thai-French Natural Beef) เป็นเนื้อโคคุณภาพสูงทัดเทียมเนื้อนำเข้า ที่ผลิตโดย สหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลาง โพนยางคำ จังหวัดสกลนคร โดยมีการดูแลควบคุมมาตรฐานการผลิตตั้งแต่การเลี้ยงโคของสมาชิก การจัดหาพันธุ์ การผลิตอาหารข้น การชำแหละและตัดแต่งตามหลักสากล การบริหารจัดการของเจ้าหน้าที่ จนได้เนื้อโคที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย สำหรับผู้บริโภค เป็นต้นแบบของการรวมกลุ่มผู้ผลิตที่มีการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่การผลิต สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงระดับชุมชนอย่างแท้จริง
โคขุนโพนยางคำ เป็นลูกโคผสมที่เลื้ยงในจังหวัดสกลนคร นครพนม มุกดาหาร หนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง โดยสมาชิกของสหกรณ์การเลี้ยงปศุสัตว์ กรป.กลางโพนยางคำ จำกัด การขุนจะขังโคไว้ในคอกตลอด เพื่อไม่ให้โคได้ออกกำลัง อาหารที่ให้จะเป็นอาหารข้นและกากน้ำตาลเป็นหลัก เพื่อให้โคสร้างเนื้และไขมันแทรก ในเนื้อโดยไม่ใช้ฮอร์โมนและสารเร่งโต ทำให้เนื้อมีความนุ่มและรสชาติอร่อยเป็นที่มาของชื่อ “โคขุนโพนยางคำ” หรือที่รู้จักกันอีกในชื่อเนื้อไทย-ฝรั่งเศษ ” Thai-FRENCH Beef ” (T.F) พ่อพันธุ์ จะใช้น้ำเชื้อสายพันธุ์ยุโรปสายเลือดแท้ 100 % เพื่อใช้ผสมเทียมได้แก่ พันธุ์ซาโรเลส์ (Charoiais) ถิ่นกำเนิดปรเทศฝรั่งเศส
พันธุ์ซิมเมนทอล (Simmental) ถิ่นกำเนิดประเทศสวิสเชอร์แลนด์
พันธุ์ลิมูซิน (Limusin) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส
แม่พันธุ์ เป็นโคลูกผสมพันธุ์พื้นเมืองที่ทนทานต่อสภาพอากาศและพันธุ์บราห์มันที่มีโครงสร้างใหญ่
โคลูกผสม ที่ได้จะเหมาะสำหรับเลี้ยงในสภาพภูมิอากาศของไทยมีลักษณะพันธุ์ดังนี้
โคพื้นเมือง 25%
โคบราห์มัน 25%
โคสายพันธุ์ยุโรป 50%
โคที่จะขุนต้องมีอายุ 2 ปีขึ้นไป ต้องมีการถ่ายพยาธิก่อนขุนและก่อนนำมาชำแหละ 3 เดือน ใช้เวลาขุนอย่างน้อย 8 เดือนขึ้นไปจึงนำมาชำแหละ แล้วบ่มซาก (Aging) ในห้องเย็นที่อุณหภูมิ 3 องศา อย่างน้อย 7 วันก่อนจะขนส่งโดยรถห้องเย็นมาที่ร้านขายเนื้อของสหกรณ์ที่กรุงเทพฯ และเก็บรักษาเนื้อในห้องเย็นที่อุณหภูมิไม่เกิน 3 องศา
เนื้อโคขุนโพนยางคำ จึงเป็นเป็นเนื้อโคธรรมชาติ (Natural Beef) ที่ปราศจากฮอร์โมนหรือสารเร่งการเจริญเติบโต ตลอดจนยาปฏิชีวนะทุกชนิด (Free from Hormones or Growth Promotants & Antibiotics) และมีการขึ้นทะเบียนเลี้ยงขุนโดยสมาชิกสหกรณ์ฯโพนยางคำโดยมีการวางระบบการผลิตที่ควบคุม และกำกับดูแลครบวงจร ตั้งแต่ลูกโคเกิด การเลี้ยงดู การเลี้ยงขุน จนถึงกระบวนการผลิตเป็นเนื้อโคขุน และสามารถตรวจสอบได้ตลอดวงจรการผลิต (Traceability) ทำให้ได้เนื้อโคที่มีความนุ่มมาก และมีไขมันแทรกในกล้ามเนื้อ (marbling) ได้ผ่านขั้นตอนการบ่มเนื้อ ภายใต้อุณหภูมิการเก็บรักษาเนื้อในห้องเย็น 0 – 4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 7-14 วัน ก่อนการจำหน่าย มีคุณภาพทัดเทียมกับเนื้อนำเข้าจากต่างประเทศ สะอาด ปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค
ในช่วงเริ่มต้นการทำตลาดของสหกรณ์ (ตั้งแต่ปี 2524) สหกรณ์ฯ ได้วางเป้าหมายการผลิตเนื้อโคขุนคุณภาพสูง เพื่อทดแทนการนำเข้าเนื้อโคจากต่างประเทศ โดยสหกรณ์ฯ พยายามมุ่งเป้าไปยังตลาดประเภทซุปเปอร์มาร์เก็ตระดับบน ทำให้ ลูกค้าส่วนใหญ่ของ เนื้อโคขุนโพนยางคำ หรือ ในนาม Thai-French Natural Beef เป็นผู้บริโภคชาวต่างชาติ เชฟตามโรงแรม หรือร้านอาหารชื่อดัง (เช่น โชคชัยสเต็ก) แต่จะไม่ค่อยมีการกล่าวถึงที่มาของเนื้อที่ใช้ จนในระยะหลัง เริ่มมีการนำ เนื้อโคขุนโพนยางคำ มาใช้ในร้านอาหารประเภท ปิ้งย่าง จิ้มจุ่ม หรือชาบู ทำให้ เนื้อโคขุนโพนยางคำ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น ส่งผลให้มีร้านอาหารที่มีคำว่า “โพนยางคำ” อยู่ในชื่อ เกิดขึ้นอย่างมากมายในกรุงเทพ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ ซื้อเนื้อจากสหกรณ์ แต่ก็มีบางร้านที่ไม่ได้ใช้เนื้อของสหกรณ์ หรือใช้เนื้ออย่างอื่นผสม ทำให้เกิดความไม่แน่ใจในคุณภาพเนื้อที่ขาย ตามร้านต่างๆ